วิธีซ่อมผนังร้าวและรอยตามดด้วย LANKO 103
LANKO 103 SKIMCOAT PLUS

วิธีซ่อมผนังร้าวและรอยตามดให้เรียบเนียน ด้วยโพลิเมอร์สำเร็จรูป แลงโก้ 103

ผนังมีรอยแตกลายงา รูพรุนตามด ผิวเม็ดทราย หรือรอยเกรียง แม้เป็นตำหนิขนาดเล็กก็เห็นชัดเมื่อทาสีและโดนแสงเฉียง LANKO® 103 Skimcoat Plus คือโพลิเมอร์เนื้อครีมสีขาวพร้อมใช้สำหรับฉาบบาง ช่วยปรับผิวผนังและฝ้าให้เรียบเนียนทั้งภายในและภายนอก โดยไม่ต้องเติมน้ำและไม่ต้องเสียเวลาผสมหน้างาน

พร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำ ฉาบบาง 0.3–2 มม./ชั้น ผิวขาว เรียบเนียน ใช้ได้ภายในและภายนอก
2 ชั้นจำนวนชั้นขั้นต่ำที่แนะนำเพื่อผิวสวย
10–30 นาทีช่วงรอก่อนฉาบชั้นที่สอง
~24 ชม.ระยะรอก่อนตกแต่งหรือเคลือบทับ
LANKO 103 Skimcoat Plus โพลิเมอร์สำเร็จรูปซ่อมผนังร้าวลายงาและรอยตามด

LANKO 103 Skimcoat Plus

โพลิเมอร์พิเศษเนื้อครีมสีขาวพร้อมใช้ สำหรับฉาบบาง ปกปิดรูฟองอากาศขนาดเล็ก รอยตามด ผิวเม็ดทราย และรอยแตกลายงาบนผนังปูนฉาบทั่วไป ให้ผิวขาวเรียบเนียน ฉาบง่ายและขัดแต่งได้

ดูสินค้า LANKO 103

คำตอบสั้น: LANKO 103 ซ่อมผนังร้าวและรอยตามดได้อย่างไร?

ทำความสะอาดผิว ฉาบบางอย่างน้อย 2 ชั้น แล้วขัดแต่งเมื่อแห้ง

LANKO 103 เหมาะสำหรับปกปิด รอยแตกลายงาหรือรอยร้าวตื้นบนผิว รูพรุนตามด รูฟองอากาศขนาดเล็ก และผิวเม็ดทราย ให้ฉาบด้วยเกรียงสแตนเลสที่ความหนา 0.3–2 มม. ต่อชั้น รอชั้นแรกประมาณ 10–30 นาทีจึงฉาบชั้นสอง จากนั้นรอประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนตกแต่งด้วยสี วอลล์เปเปอร์ หรือวัสดุปิดทับตามระบบ

จุดสำคัญคือ LANKO 103 เป็นวัสดุฉาบแต่งผิว ไม่ใช่วัสดุซ่อมโครงสร้าง หากรอยร้าวกว้าง ลึก ขยายตัวต่อเนื่อง เกิดซ้ำตามแนววงกบ คาน เสา หรือมีน้ำซึม ต้องหาสาเหตุและซ่อมด้วยระบบที่ตรงกับความเสียหายก่อน แล้วจึงใช้ LANKO 103 เป็นชั้นเก็บผิวขั้นสุดท้าย

ก่อนซ่อมต้องแยกให้ออก: รอยแตกลายงา หรือรอยร้าวโครงสร้าง?

คำว่า “ผนังร้าว” ครอบคลุมความเสียหายหลายแบบ แต่วัสดุสกิมโค้ทถูกออกแบบมาสำหรับตำหนิระดับผิวเท่านั้น การรีบปาดทับโดยไม่ตรวจสาเหตุอาจทำให้ผนังดูดีเพียงช่วงสั้น ๆ แล้วรอยเดิมกลับมาอีก จึงควรเช็กตำแหน่ง ความกว้าง ความลึก ทิศทาง และการเปลี่ยนแปลงของรอยก่อนเริ่มงาน

รอยที่เหมาะกับการเก็บผิว

รอยแตกลายงาตื้น ๆ รูพรุนตามด รูฟองอากาศเล็ก ผิวเม็ดทราย และรอยเกรียงที่ไม่มีการเคลื่อนตัว

รอยที่ต้องซ่อมก่อนสกิม

ร่องหรือหลุมลึก รอยต่อแผ่น รอยบิ่น และรอยแตกร้าวที่ต้องเปิดร่องหรืออุดด้วยวัสดุซ่อมเฉพาะทางก่อน

รอยที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ

รอยเฉียงจากมุมประตูหรือหน้าต่าง รอยผ่านคานหรือเสา รอยกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ผนังโป่ง หรือมีน้ำซึมร่วมด้วย

รอยตามดคืออะไร?

รอยตามดเป็นชื่อที่ช่างใช้เรียกรูพรุนเล็ก ๆ กระจายบนผิวคอนกรีตหรือผนังฉาบ มักเกิดจากฟองอากาศในคอนกรีต การเข้าแบบ การฉาบ หรือเนื้อผิวที่ไม่แน่นสม่ำเสมอ เมื่อทาสีแล้วรูเหล่านี้จะเกิดเงาและทำให้ผนังดูไม่เรียบ การฉาบบางรอบแรกเพื่ออุดรูพรุน แล้วจึงฉาบเก็บผิวอีกรอบ เป็นวิธีที่ช่วยลดตำหนิได้ดีกว่าการพยายามปาดชั้นหนาครั้งเดียว

อย่าปิดรอยที่ยังเคลื่อนตัวด้วยสกิมโค้ทอย่างเดียว: หากไม่แน่ใจ ให้ทำเครื่องหมายวันที่และติดตามรอยก่อน หรือให้วิศวกร/ช่างผู้เชี่ยวชาญประเมิน การเลือกวัสดุจากหน้าตารอยเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะบริเวณโครงสร้างหลัก

LANKO 103 Skimcoat Plus คืออะไร และช่วยให้งานง่ายขึ้นอย่างไร?

LANKO 103 Skimcoat Plus เป็นโพลิเมอร์พิเศษสำเร็จรูปสำหรับฝ้าและผนังภายในและภายนอก ผลิตภัณฑ์มาในรูปเนื้อครีมสีขาวพร้อมใช้งาน มีส่วนประกอบหลักเป็นเรซินสังเคราะห์ สารเติมเต็ม และสารผสมเพิ่ม จึงเปิดภาชนะแล้วใช้งานได้โดยไม่ต้องตวงน้ำหรือกวนปูนแบบผลิตภัณฑ์ชนิดผง

เนื้อครีมช่วยให้เกรียงลื่นและควบคุมการปาดชั้นบางได้ง่าย เหมาะกับการปรับระดับผนังที่ไม่เรียบเสมอกัน ปกปิดรูฟองอากาศขนาดเล็ก ผิวเม็ดทราย และรอยแตกลายงาบนผนังปูนฉาบทั่วไป ผิวที่ได้เป็นสีขาวเรียบ สามารถปล่อยเปลือยหรือทาสีทับได้ตามคำแนะนำผลิตภัณฑ์ และยังรองรับการขึ้นลวดลายด้วยเครื่องพ่น

ลดความคลาดเคลื่อนจากการผสม

ไม่ต้องกะน้ำหน้างาน จึงลดปัญหาเนื้อเหลวเกิน แข็งเกิน หรือคุณภาพแต่ละถังไม่สม่ำเสมอจากการผสมผิดอัตรา

ช่วยประหยัดขั้นตอนทาสี

ผิวเป็นสีขาวและผู้ผลิตระบุว่าสามารถทาสีทับได้โดยไม่ต้องใช้สีรองพื้น แต่ควรตรวจข้อกำหนดของระบบสีที่จะใช้จริงด้วย

เหมาะกับงานเก็บผิวละเอียด

ฉาบได้บาง 0.3–2 มม. ต่อชั้น จึงเหมาะกับงานปิดตำหนิและปรับความเรียบมากกว่างานถมร่องลึก

ข้อดีสำหรับงานภายนอก: ผลิตภัณฑ์ระบุว่าทนต่อแสงยูวีและใช้กับพื้นผิวที่กำหนดได้ทั้งภายในและภายนอก อย่างไรก็ตาม ระหว่างแห้งต้องป้องกันฝนหนักหรือแดดจัดเป็นเวลา 24 ชั่วโมง และไม่ควรฉาบบนพื้นผิวเปียกชื้น

พื้นผิวแบบไหนใช้ LANKO 103 ได้?

การเลือกพื้นผิวให้ถูกต้องมีผลต่อการยึดเกาะและอายุงาน เอกสารผลิตภัณฑ์แบ่งพื้นผิวที่ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก กับพื้นผิวที่กำหนดให้ใช้ภายในเท่านั้น ดังนั้นอย่าพิจารณาเพียงว่าผิวดูคล้ายปูน แต่ควรตรวจชนิดวัสดุเดิมและสภาพความชื้นด้วย

พื้นผิวพื้นที่ใช้งานแนวทางก่อนฉาบข้อสังเกต
คอนกรีตเข้าแบบภายใน / ภายนอกขจัดน้ำยาทาแบบ คราบน้ำมัน สันนูน และรอยตะเข็บแบบรูพรุนมากควรฉาบรอบแรกเพื่ออุดรู
ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กภายใน / ภายนอกตรวจความแข็งแรง ความสะอาด และความแห้งรอยร้าวโครงสร้างต้องซ่อมต้นเหตุก่อน
ฝ้าคอนกรีตภายใน / ภายนอกกำจัดฝุ่นและส่วนหลวม ใช้เครื่องมือที่ควบคุมชั้นบางได้คำนึงถึงความปลอดภัยของนั่งร้าน
แผ่นผนังคอนกรีตพรีคาสต์ภายใน / ภายนอกเจียรสันและเตรียมรอยต่อให้ถูกระบบสกิมโค้ทไม่ใช่วัสดุรับการเคลื่อนตัวของรอยต่อ
บล็อกคอนกรีตมวลเบาภายในเท่านั้นผสม LANKO 751 กับน้ำอัตราส่วน 2:1 แล้วทาเป็นน้ำยารองพื้นก่อนฉาบยึดวิธีเตรียมผิวตามเอกสารผลิตภัณฑ์
ผนังก่ออิฐภายในเท่านั้นผิวต้องแข็งแรง เรียบพอ และไม่มีฝุ่นหรือส่วนร่วนหลุมลึกควรซ่อมปรับระดับก่อน
บล็อกยิปซั่ม / แผ่นยิปซั่มภายในเท่านั้นเตรียมรอยต่อและหัวสกรูตามระบบแผ่นหลีกเลี่ยงพื้นที่ชื้น
ยิปซั่มภายในเท่านั้นขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากฝ่ายเทคนิคควรทดสอบความเข้ากันได้ก่อนงานจริง

วัสดุปิดทับที่ระบุว่าสามารถใช้ต่อได้ ได้แก่ สีทาอาคาร วอลล์เปเปอร์ สิ่งทอ วัสดุปิดทับสังเคราะห์แบบหนา และวัสดุปิดทับประเภทพลาสติกที่มีการยึดเกาะในตัว ทั้งนี้กาวหรือวัสดุปิดทับแต่ละระบบอาจกำหนดความชื้นผิวและการเตรียมพื้นต่างกัน จึงควรตรวจเอกสารของวัสดุชั้นถัดไปควบคู่กัน

สเปก LANKO 103 ที่ควรรู้ก่อนคำนวณและเริ่มงาน

รายการข้อมูลผลิตภัณฑ์ความหมายต่อหน้างาน
ลักษณะเนื้อครีมสีขาว พร้อมใช้ไม่ต้องผสมน้ำและห้ามเติมผลิตภัณฑ์อื่น
บรรจุภัณฑ์5 กก./กระป๋อง และ 20 กก./ถังเลือกขนาดตามพื้นที่และจังหวะการใช้งาน
ความหนาต่อชั้น0.3–2 มม.เหมาะกับฉาบบาง ไม่ใช่งานถมหนาหรืออุดโพรงลึก
ปริมาณการใช้0.5–1.5 กก./ตร.ม. ที่ความหนา 1 มม.ปริมาณจริงขึ้นกับความหยาบ รูพรุน และฝีมือช่าง
จำนวนชั้นอย่างน้อย 2 ชั้นชั้นแรกอุดตำหนิ ชั้นต่อมาช่วยเก็บความเรียบ
ระยะรอระหว่างชั้น10–30 นาทีช่วยป้องกันชั้นแรกหลุดระหว่างปาดชั้นที่สอง
รอก่อนเคลือบทับประมาณ 24 ชั่วโมงต้องเผื่อเวลาให้แห้งก่อนทาสีหรือติดวัสดุปิดทับ
อุณหภูมิแวดล้อม10–35°Cหลีกเลี่ยงงานช่วงอากาศร้อนจัด แดดจัด หรือสภาพนอกช่วง
แรงยึดเกาะต่อแรงดึง≥0.5 MPa ที่ 28 วัน หนา 1 มม. บนคอนกรีตค่าทดสอบขึ้นกับการเตรียมผิวและสภาวะใช้งานจริง
อายุผลิตภัณฑ์12 เดือนจากวันที่ผลิตต้องเก็บในภาชนะปิดสนิท ไม่เสียหาย ในที่แห้งและไม่โดนแดดโดยตรง

ตัวเลขในเอกสารเป็นข้อมูลภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด การใช้งานจริงอาจแตกต่างตามอุณหภูมิ ความชื้น การดูดซึมของพื้นผิว ความลึกของรูพรุน และความหนาที่ช่างปาด หากต้องการสั่งปริมาณสำหรับพื้นที่ใหญ่ ควรเผื่อการสูญเสียและทำพื้นที่ทดลองเพื่อประเมินอัตราใช้จริงก่อน

เตรียมเครื่องมือและพื้นผิวให้พร้อมก่อนฉาบ

ผิวสกิมโค้ทที่สวยเริ่มจากพื้นผิวเดิมที่มั่นคง ไม่ใช่จากการปาดวัสดุให้หนา เอกสาร LANKO 103 กำหนดให้พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด และปราศจากคราบน้ำมัน สี เศษสิ่งสกปรก รวมถึงสิ่งที่ลดการยึดเกาะ หากฉาบทับฝุ่นหรือชั้นสีที่หลุดล่อน ชั้นใหม่อาจดูเรียบในตอนแรกแต่มีโอกาสพองหรือหลุดตามชั้นเดิมภายหลัง

เครื่องมือที่ควรเตรียม

  • เกรียงฉาบสแตนเลส: ใช้ปาดเนื้อครีมให้บางสม่ำเสมอและลดโอกาสเกิดสนิมเปื้อนผิวขาว
  • เกรียงโป๊วขนาดเล็ก: ช่วยกดเนื้อวัสดุเข้าในรูตามดและเก็บมุมหรือบริเวณแคบ
  • กระดาษทรายและอุปกรณ์ขัด: สำหรับลบรอยเกรียงและปรับสัมผัสผิวหลังวัสดุแห้ง
  • แปรง ลูกกลิ้ง หรือเครื่องดูดฝุ่น: ใช้กำจัดฝุ่นก่อนฉาบและหลังขัด
  • ไฟส่องเฉียงหรือไฟตรวจผิว: ช่วยเห็นคลื่น รอยปาด และรูเล็กที่แสงปกติอาจมองไม่เห็น
  • อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล: ถุงมือ แว่นตานิรภัย และการระบายอากาศที่เหมาะสม โดยเฉพาะช่วงขัดซึ่งอาจเกิดฝุ่น

วิธีเตรียมผิวก่อนฉาบ

  1. สำรวจและทำเครื่องหมายตำหนิ แยกรอยแตกลายงา รอยตามด รอยต่อ และรอยร้าวที่ต้องซ่อมเฉพาะทาง
  2. ขูดสีหรือวัสดุเดิมที่หลวมออก ล้างคราบน้ำมัน น้ำยาทาแบบ และสิ่งสกปรก แล้วปล่อยให้ผิวแห้ง
  3. สกัดหรือเจียรรอยตะเข็บแบบและสันนูนที่หนาเกินออก เพื่อไม่ต้องชดเชยด้วยการฉาบหนา
  4. ซ่อมหลุม ร่องลึก รอยบิ่น และรอยร้าวที่ไม่ใช่เพียงตำหนิผิวด้วยวัสดุที่เหมาะสม รอให้ได้สภาพพร้อมสกิม
  5. กำจัดฝุ่นสุดท้ายก่อนฉาบ หากผิวมีรูพรุนมาก ให้เตรียมฉาบรอบแรกเป็นการอุดรูโดยเฉพาะ

พื้นผิวต้องไม่เปียกชื้น: อย่าฉาบเพื่อซ่อนคราบชื้นหรือผนังที่ยังมีน้ำซึม ควรแก้ต้นเหตุจากท่อ หลังคา รอยต่อ หรือผนังด้านนอกก่อน มิฉะนั้นความชื้นอาจกระทบการยึดเกาะและวัสดุปิดทับภายหลัง

วิธีฉาบ LANKO 103 ซ่อมรอยตามดและรอยแตกลายงาทีละขั้นตอน

เมื่อพื้นผิวพร้อมแล้ว ให้เปิดภาชนะและตรวจว่าเนื้อวัสดุอยู่ในสภาพปกติ LANKO 103 เป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ ไม่ต้องเติมน้ำ การเติมน้ำเพื่อให้เนื้อเหลวขึ้นจะเปลี่ยนสัดส่วนของผลิตภัณฑ์และอาจลดคุณภาพงาน หากหยุดใช้งานควรปิดภาชนะให้สนิทเพื่อป้องกันผิววัสดุแห้งและสิ่งสกปรกตกลงไป

  1. ปาดอุดรอยเฉพาะจุด: ใช้เกรียงขนาดเล็กกดวัสดุเข้าในรูตามด รูฟองอากาศ และรอยตื้น ให้เนื้อสัมผัสกับผิวด้านใน ไม่เพียงปาดผ่านปากรู
  2. ฉาบชั้นแรก: ใช้เกรียงสแตนเลสฉาบ LANKO 103 บางและสม่ำเสมอ โดยอยู่ในช่วงความหนา 0.3–2 มม. ต่อชั้น หรือพ่นด้วยเครื่องพ่นตามความเหมาะสม
  3. ควบคุมแนวเกรียง: ปาดไปในทิศทางต่อเนื่อง กดเกรียงพอเหมาะ และเก็บขอบแต่ละช่วงก่อนเนื้อเริ่มแห้ง เพื่อลดรอยต่อเป็นสัน
  4. รอ 10–30 นาที: ให้ชั้นแรกตั้งตัวพอที่จะไม่ถูกเกรียงดึงหลุด ขณะเดียวกันอย่ารอจนผิวแข็งเกินจนชั้นสองทำงานต่อยาก
  5. ฉาบชั้นที่สอง: ปาดไขว้หรือเปลี่ยนทิศทางจากชั้นแรกเพื่อเก็บรูและรอยเกรียงที่ยังเหลือ ผลิตภัณฑ์แนะนำให้ฉาบอย่างน้อย 2 ชั้นเพื่อผิวสวย
  6. ตรวจด้วยไฟส่องเฉียง: มองหาคลื่น สันเกรียง รูเข็ม และจุดที่ฉาบไม่เต็ม แก้ไขก่อนพื้นที่แห้งสมบูรณ์ตามจังหวะงานที่เหมาะสม
  7. ปล่อยให้แห้งและขัดแต่ง: เมื่อวัสดุแห้ง สามารถใช้กระดาษทรายขัดรอยเกรียงให้ผิวเรียบ แล้วกำจัดฝุ่นให้หมด
  8. รอก่อนตกแต่ง: ทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนทาสี ติดวอลล์เปเปอร์ หรือใช้วัสดุปิดทับ โดยปรับเวลาตามสภาพหน้างานและข้อกำหนดของระบบถัดไป

เทคนิคสำหรับผิวมีรูพรุนมาก: อย่าพยายามทำให้จบในชั้นหนาครั้งเดียว ให้ใช้ชั้นแรกกดอุดรูพรุนตามคำแนะนำ แล้วใช้ชั้นต่อไปเก็บความเรียบ วิธีนี้ช่วยให้ควบคุมผิวและลดโอกาสที่รูอากาศจะยังมองเห็นหลังทาสี

หากต้องทำงานเป็นพื้นที่กว้าง ควรแบ่งแนวฉาบตามจังหวะที่ทีมสามารถเก็บรอยต่อได้ทัน วางแสงให้เห็นผิวจริง และทำตัวอย่างพื้นที่เล็กก่อนเพื่อกำหนดแรงกดเกรียง จำนวนชั้น และเบอร์กระดาษทรายที่ให้ผิวเหมาะกับสีหรือวัสดุปิดทับที่เลือก

คำนวณ LANKO 103 ต้องใช้กี่กิโลกรัม?

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุปริมาณการใช้ประมาณ 0.5–1.5 กก. ต่อตารางเมตร ที่ความหนา 1 มม. ช่วงตัวเลขค่อนข้างกว้างเพราะผิวคอนกรีตเรียบกับผิวเม็ดทรายหรือรูพรุนมากกินวัสดุไม่เท่ากัน การคำนวณเบื้องต้นทำได้โดยนำพื้นที่คูณอัตราใช้ และเพิ่มปริมาณเผื่อสำหรับตำหนิ การสูญเสีย และการเก็บรายละเอียด

สูตรประมาณการ: พื้นที่ (ตร.ม.) × 0.5–1.5 กก.

ตัวอย่างผนัง 20 ตร.ม. ฉาบที่ความหนาอ้างอิง 1 มม. จะใช้ประมาณ 10–30 กก. ก่อนบวกเผื่อ หากผิวค่อนข้างเรียบอาจอยู่ใกล้ค่าต่ำ แต่หากมีรูพรุนและต้องเก็บหลายรอบ ปริมาณจริงอาจขยับเข้าใกล้ค่ากลางหรือค่าสูง

พื้นที่ผนังประมาณการขั้นต่ำประมาณการขั้นสูงขนาดบรรจุที่ควรพิจารณา
5 ตร.ม.2.5 กก.7.5 กก.กระป๋อง 5 กก. 1–2 กระป๋อง ตามสภาพผิว
10 ตร.ม.5 กก.15 กก.5 กก. หรือถัง 20 กก. ตามอัตราใช้จริง
20 ตร.ม.10 กก.30 กก.ถัง 20 กก. 1–2 ถัง ตามสภาพผิว
50 ตร.ม.25 กก.75 กก.ควรทำพื้นที่ทดลองก่อนสรุปจำนวนถัง

ตารางนี้เป็นเพียงการประมาณที่ความหนาอ้างอิง 1 มม. ไม่ใช่ยอดสั่งซื้อรับประกัน หากผนังเป็นคลื่นมากเกินช่วงฉาบบาง ควรปรับระดับด้วยระบบที่เหมาะสมก่อน ไม่ควรเพิ่มความหนา LANKO 103 เกิน 2 มม. ต่อชั้นเพื่อชดเชยความไม่เรียบทั้งหมด

7 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ผนังไม่เรียบหรือซ่อมแล้วร้าวซ้ำ

  1. ใช้กับรอยร้าวผิดประเภท: การฉาบทับรอยที่เกิดจากโครงสร้างหรือการเคลื่อนตัวไม่แก้ต้นเหตุ รอยจึงมีโอกาสกลับมา
  2. ฉาบบนผิวเปียกหรือมีน้ำซึม: ความชื้นอาจกระทบการยึดเกาะ ทำให้เกิดคราบ พอง หรือสร้างปัญหากับสีและวอลล์เปเปอร์
  3. ไม่กำจัดฝุ่น น้ำมัน และสีหลวม: วัสดุยึดกับชั้นสกปรกแทนที่จะยึดกับพื้นผิวที่แข็งแรง จึงเสี่ยงหลุดเป็นแผ่นตามชั้นเดิม
  4. เติมน้ำหรือผลิตภัณฑ์อื่น: LANKO 103 เป็นสูตรพร้อมใช้ ผู้ผลิตระบุชัดว่าห้ามเติมน้ำหรือวัสดุอื่นเพิ่ม
  5. ฉาบหนาเกิน 2 มม. ต่อชั้น: การใช้ผิดช่วงความหนาอาจทำให้แห้งไม่สม่ำเสมอและควบคุมผิวยาก หากต้องถมลึกควรใช้วัสดุซ่อมก่อน
  6. รีบฉาบชั้นสองหรือปาดชั้นแรกซ้ำมากเกิน: ชั้นแรกอาจถูกเกรียงดึงหลุด ควรรอประมาณ 10–30 นาทีตามคำแนะนำและสังเกตสภาพจริง
  7. รีบทาสีหรือปล่อยโดนสภาพอากาศรุนแรง: ควรรอประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนเคลือบทับ และปกป้องผิวจากฝนหนักหรือแดดจัดใน 24 ชั่วโมงแรก

ข้อห้ามสำคัญจากเอกสารผลิตภัณฑ์: ไม่ใช้บนพื้นผิวเปียกชื้น ห้ามเติมน้ำหรือผลิตภัณฑ์อื่น ห้ามฉาบทับด้วยซีเมนต์ประเภทไฮดรอลิก และต้องปกป้องผิว 24 ชั่วโมงเมื่อมีฝนตกหนักหรือแดดจัด

หลังฉาบเสร็จ: ขัดอย่างไร และทาสีทับได้เมื่อไร?

หลังผิวแห้ง สามารถใช้กระดาษทรายขัดแต่งได้ เป้าหมายของการขัดคือเก็บสันเกรียง รอยต่อ และจุดนูน ไม่ใช่ขัดจนชั้นสกิมบางหลุดถึงพื้นเดิม ควรเริ่มจากพื้นที่ทดลอง ใช้แรงสม่ำเสมอ และส่องไฟเฉียงเพื่อตรวจคลื่นระหว่างทำงาน เมื่อผิวได้ระดับแล้วต้องกำจัดฝุ่นขัดให้หมด เพราะฝุ่นที่เหลือเป็นชั้นคั่นระหว่างผิวกับวัสดุปิดทับ

Sika ระบุว่าสามารถปล่อยผิวเปลือยหรือทาสีทับได้โดยไม่ต้องใช้สีรองพื้น และให้รอประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนตกแต่งด้วยวัสดุปิดทับ อย่างไรก็ตาม สีทาอาคารแต่ละระบบอาจมีเงื่อนไขเรื่องความชื้น ความเป็นด่าง การรองพื้น และการรับประกันต่างกัน หากผู้ผลิตสีระบุให้ใช้รองพื้นหรือเตรียมผิวเพิ่มเติม ควรทำตามระบบสีเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพครบชุด

เช็กลิสต์ก่อนส่งงาน

  • มองผิวจากด้านหน้าและใช้ไฟส่องเฉียง ไม่พบรูตามดหรือสันเกรียงเด่นชัด
  • ผิวแข็งแรง ไม่มีฝุ่นชอล์ก ส่วนหลวม หรือขอบที่ลอกเมื่อใช้เกรียงตรวจเบา ๆ
  • รอเวลาแห้งเพียงพอประมาณ 24 ชั่วโมง และปรับเพิ่มหากสภาพอากาศชื้นหรือการระบายอากาศต่ำ
  • พื้นที่ภายนอกได้รับการป้องกันจากฝนหนักและแดดจัดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
  • ระบบสี กาว หรือวัสดุปิดทับเข้ากันได้กับพื้นผิวและทำตามคำแนะนำผู้ผลิตนั้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: สเปก วิธีใช้ อัตราการใช้ และข้อจำกัดอ้างอิงจากหน้าและเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ LANKO 103 Skimcoat Plus ของ Sika Thailand ควรตรวจเอกสารฉบับล่าสุดก่อนใช้งานจริงเสมอ

สรุป: ผนังเรียบเนียนเริ่มจากวิเคราะห์รอยให้ถูก แล้วฉาบบางให้เป็นระบบ

LANKO 103 Skimcoat Plus เป็นตัวเลือกที่สะดวกสำหรับงานเก็บผิวผนังและฝ้า เพราะเป็นโพลิเมอร์เนื้อครีมสีขาวพร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำ ฉาบง่าย และใช้ปกปิดตำหนิขนาดเล็กอย่างรอยแตกลายงา รูพรุนตามด รูฟองอากาศ และผิวเม็ดทรายได้ทั้งงานภายในและพื้นผิวภายนอกที่กำหนด การฉาบอย่างน้อย 2 ชั้นในช่วง 0.3–2 มม. ต่อชั้น ช่วยให้ควบคุมผิวได้ดีกว่าการถมหนาครั้งเดียว

ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นผิวที่แข็งแรง สะอาด และแห้ง การไม่เติมน้ำ การเว้นช่วง 10–30 นาทีระหว่างชั้น และการรอประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนเคลือบทับ ที่สำคัญ ต้องไม่ใช้สกิมโค้ทแทนการซ่อมรอยร้าวโครงสร้างหรือปัญหาน้ำซึม หากแยกประเภทความเสียหายถูกและทำตามสเปก LANKO 103 จะช่วยให้งานทาสีหรือติดวัสดุปิดทับมีพื้นฐานที่ขาว เรียบ และดูเรียบร้อยขึ้นอย่างชัดเจน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LANKO 103

LANKO 103 ใช้ซ่อมผนังร้าวได้ทุกแบบไหม?

ไม่ได้ เหมาะกับรอยแตกลายงาหรือรอยร้าวตื้นระดับผิวที่ไม่มีการเคลื่อนตัว รวมถึงรูพรุนตามดและรูฟองอากาศขนาดเล็ก รอยร้าวกว้าง ลึก ร้าวต่อเนื่อง หรือเกี่ยวกับคาน เสา และฐานราก ต้องตรวจสาเหตุและซ่อมด้วยระบบที่เหมาะสมก่อน

LANKO 103 ต้องผสมน้ำเท่าไร?

ไม่ต้องผสมน้ำ เพราะเป็นโพลิเมอร์เนื้อครีมพร้อมใช้ และเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าห้ามเติมน้ำหรือผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่ม

ฉาบ LANKO 103 ได้หนากี่มิลลิเมตร?

ความหนาที่ระบุต่อชั้นคือ 0.3–2 มม. หากผนังมีหลุมลึกหรือเป็นคลื่นมาก ควรซ่อมหรือปรับระดับด้วยวัสดุที่เหมาะสมก่อน ไม่ควรถมด้วยชั้นสกิมหนาเกินสเปก

ควรฉาบกี่ชั้น และต้องรอนานเท่าไร?

แนะนำให้ฉาบอย่างน้อย 2 ชั้น โดยทิ้งช่วงประมาณ 10–30 นาทีระหว่างชั้นเพื่อป้องกันชั้นแรกหลุดระหว่างฉาบชั้นสอง ระยะจริงอาจเปลี่ยนตามสภาพหน้างาน

ฉาบเสร็จแล้วทาสีได้เมื่อไร?

เอกสารระบุให้รอประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนตกแต่งด้วยวัสดุปิดทับ แต่ควรดูความชื้น อุณหภูมิ การระบายอากาศ และข้อกำหนดของระบบสีร่วมด้วย

LANKO 103 ต้องทาสีรองพื้นไหม?

ผู้ผลิตระบุว่าสามารถทาสีทับได้โดยไม่ต้องใช้สีรองพื้น อย่างไรก็ตาม ควรตรวจคำแนะนำและเงื่อนไขการรับประกันของผู้ผลิตสีที่จะใช้ หากระบบสีกำหนดรองพื้นเฉพาะให้ทำตามระบบนั้น

LANKO 103 ใช้ภายนอกได้หรือไม่?

ใช้ได้กับพื้นผิวภายนอกที่ระบุ เช่น คอนกรีตเข้าแบบ ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก ฝ้าคอนกรีต และผนังคอนกรีตพรีคาสต์ แต่ต้องไม่ฉาบบนผิวเปียกชื้น และต้องปกป้องผิว 24 ชั่วโมงเมื่อมีฝนหนักหรือแดดจัด

LANKO 103 ใช้กับอิฐมวลเบาได้ไหม?

เอกสารระบุให้ใช้กับบล็อกคอนกรีตมวลเบาบริเวณภายในเท่านั้น และให้ผสม LANKO 751 กับน้ำในอัตราส่วน 2:1 ทาเป็นน้ำยารองพื้นก่อนฉาบ

ใช้ LANKO 103 เท่าไรต่อ 1 ตารางเมตร?

ปริมาณใช้ประมาณ 0.5–1.5 กก./ตร.ม. ที่ความหนา 1 มม. ปริมาณจริงขึ้นกับความหยาบ รูพรุน ความหนา และการสูญเสีย ควรทำพื้นที่ทดลองสำหรับงานขนาดใหญ่

LANKO 103 มีขนาดบรรจุเท่าไร?

มีขนาด 5 กก. ต่อกระป๋อง และ 20 กก. ต่อถัง อายุผลิตภัณฑ์ 12 เดือนจากวันที่ผลิตเมื่อจัดเก็บอย่างถูกวิธีในภาชนะที่ปิดสนิทและไม่เสียหาย

ซื้อ LANKO 103 ได้ที่ไหน?

ดูรายละเอียดได้ที่หน้า LANKO 103 Skimcoat Plus ของ GY Asia หรือติดต่อทาง LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณจำนวนจากพื้นที่หน้างาน

Similar Posts