ข้อควรระวังในการทาซีเมนต์กันซึม 2 ส่วนผสม ที่ช่างและคนรักบ้านควรรู้ | LANKO 228 Superflex
LANKO 228 SUPERFLEX CAUTION GUIDE

ข้อควรระวังในการทาซีเมนต์กันซึม 2 ส่วนผสม ที่ช่างและคนรักบ้านควรรู้

งานกันซึมที่ดีไม่ได้จบแค่เลือกวัสดุคุณภาพ แต่ต้องผสม ทา คุมความหนา และรอเวลาบ่มให้ถูกระบบ LANKO® 228 Superflex เป็นซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นสูง 2 ส่วนผสม เหมาะกับห้องน้ำ ห้องครัว ระเบียง ชานพัก และงานกันซึมก่อนปูกระเบื้อง คู่มือนี้สรุปข้อควรระวังที่เจอบ่อย เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำซึม หลุดร่อน ผิวแตกร้าว และการใช้งานผิดพื้นที่

ทาอย่างน้อย 2 ชั้น ห้ามเติมน้ำหรือซีเมนต์เพิ่ม ป้องกันแดดจัดและลมแรง ไม่ใช้กับดาดฟ้าแบบปล่อยเปลือย
33 กก.ชุด A+B ต่อชุด
3-4 กก./ตร.ม.อัตราใช้รวม 2 ชั้น
30 นาทีอายุใช้งานหลังผสมที่ 25°C
LANKO 228 Superflex ซีเมนต์กันซึมยืดหยุ่นสูง 2 ส่วนผสม

LANKO® 228 Superflex

ซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นสูง 2 ส่วนผสม ประกอบด้วย Part A ผงซีเมนต์สีเทา 23 กก. และ Part B เรซิ่นของเหลวสีขาว 10 กก. ใช้ทาหรือฉาบบนคอนกรีตและผนังก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป เพื่อป้องกันน้ำซึมและรองรับรอยแตกร้าวขนาดเล็กได้ถึง 0.75 มม.

Quick Answer: ทา LANKO 228 ต้องระวังอะไรที่สุด?

คำตอบสั้น

ข้อควรระวังสำคัญที่สุดคือ ห้ามปรับสูตรเอง ห้ามทาบางเกินไป และห้ามเร่งให้แห้งเร็วเกินไป LANKO 228 เป็นระบบ 2 ส่วนผสมที่ออกแบบให้ใช้ Part A กับ Part B ตามชุดสินค้า ต้องทาอย่างน้อย 2 ชั้น ใช้อัตรารวมประมาณ 3-4 กก./ตร.ม. ที่ความหนาประมาณ 2 มม. และควรควบคุมความหนาหลังแห้งไม่ต่ำกว่า 1.5 มม.

หลายปัญหาในงานกันซึมไม่ได้เกิดจากวัสดุไม่ดี แต่เกิดจากหน้างานรีบเกินไป เช่น พื้นยังมีฝุ่น คราบน้ำมัน หรือรูพรุนไม่ได้ซ่อม, ผสมแล้วปล่อยไว้นานจนวัสดุเริ่มหนืด, เติมน้ำหรือซีเมนต์เพิ่มเพื่อให้ทาได้ง่ายขึ้น, ทาชั้นแรกไม่เต็มอัตรา, หรือทาชั้นสองเร็ว/ช้าเกินไปจนการยึดเกาะไม่สมบูรณ์ จุดเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้ชั้นกันซึมต่อเนื่องไม่พอและอาจเกิดน้ำซึมซ้ำได้

สำหรับช่างมืออาชีพ ข้อควรระวังเหล่านี้คือ checklist หน้างาน ส่วนคนรักบ้านที่อยากคุมงานเองควรใช้เป็นภาษากลางในการคุยกับผู้รับเหมา เพราะงานกันซึมเป็นงานที่มองไม่เห็นหลังปูกระเบื้องแล้ว หากทำผิดตั้งแต่ต้น ค่าแก้ไขมักสูงกว่าค่าวัสดุหลายเท่า

ทำไมซีเมนต์กันซึม 2 ส่วนผสมต้องระวังมากกว่าปูนทั่วไป?

ซีเมนต์กันซึม 2 ส่วนผสมต่างจากปูนซีเมนต์ผสมน้ำทั่วไป เพราะวัสดุถูกออกแบบให้ผงซีเมนต์ Part A ทำงานร่วมกับเรซิ่น Part B ในสัดส่วนที่กำหนด เรซิ่นมีบทบาทต่อความยืดหยุ่น การยึดเกาะ และความต่อเนื่องของชั้นฟิล์มกันซึม ถ้าผสมผิดสัดส่วน เติมน้ำเอง หรือเติมซีเมนต์เพิ่มเพื่อเพิ่มปริมาณ คุณสมบัติที่ผู้ผลิตทดสอบไว้จะเปลี่ยนทันที

LANKO 228 Superflex ถูกออกแบบสำหรับงานภายในและภายนอกบางประเภท เช่น ห้องน้ำ ห้องครัวในอาคารสูง ระเบียงหรือชานพักก่อนปูกระเบื้อง และพื้นผิวคอนกรีตหรือผนังก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป จุดแข็งคือมีความยืดหยุ่นสูง ป้องกันและต้านทานแรงดันน้ำ ทนรังสียูวี และรองรับรอยแตกร้าวขนาดเล็กได้ถึง 0.75 มม. แต่ก็มีข้อจำกัดชัดเจน เช่น ไม่ควรใช้เป็นกันซึมดาดฟ้าหรือหลังคาแบบปล่อยเปลือย และไม่ควรปล่อยผิวในพื้นที่สัญจรสูงโดยไม่มีวัสดุปิดทับ

ทำถูกระบบ

ได้ชั้นกันซึมต่อเนื่อง ยึดเกาะดี และพร้อมปูกระเบื้องหรือปิดทับตามระยะเวลาที่เหมาะสม

ทำผิดสัดส่วน

ฟิล์มอาจแข็ง เปราะ ยืดหยุ่นลดลง หรือเกิดรูพรุนจากการผสมและการทาไม่สม่ำเสมอ

ผิดพื้นที่ใช้งาน

แม้วัสดุดี ก็อาจเสียหายจากแดด ฝน น้ำขัง การขูดขีด หรือการสัญจรที่เกินขอบเขต

สเปก LANKO 228 ที่ต้องจำก่อนเริ่มงาน

ก่อนสั่งของหรือวางแผนทีมงาน ควรจำตัวเลขหลักของ LANKO 228 ให้ได้ เพราะตัวเลขเหล่านี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการคำนวณปริมาณ การแบ่งพื้นที่ทำงาน และการรอเวลาระหว่างขั้นตอน หากใช้ความรู้สึกแทนสเปก เช่น กะอัตราใช้จากสีผิวหรือความลื่นของเกรียง มักเสี่ยงทาบางเกินไปโดยไม่รู้ตัว

หัวข้อข้อมูลสำคัญข้อควรระวังหน้างาน
บรรจุภัณฑ์ชุด 33 กก. ประกอบด้วย Part A 23 กก. และ Part B 10 กก.ใช้เป็นชุดตามสัดส่วน ไม่แบ่งแบบเดาสัดส่วนถ้าไม่มีเครื่องชั่งและแผนควบคุม
ปริมาณการใช้3-4 กก./ตร.ม. สำหรับ 2 ชั้น ที่ความหนาประมาณ 2 มม.พื้นหยาบ มุมเยอะ หรือมีตาข่ายเสริมแรงควรเผื่อวัสดุเพิ่ม
ความหนาหลังแห้งควรทาอย่างน้อย 2 ชั้น และไม่ต่ำกว่า 1.5 มม.ทาบางเพราะอยากประหยัดเป็นสาเหตุรั่วซ้ำที่พบบ่อย
อุณหภูมิใช้งานประมาณ +10°C ถึง +35°Cอากาศร้อนจัดทำให้แห้งเร็วและเวลาทำงานสั้นลง
อายุหลังผสมประมาณ 30 นาที ที่ 25°Cผสมเท่าที่ใช้ทัน ห้ามเติมของเหลวเมื่อเริ่มเซ็ตตัว
ทาชั้นถัดไปทาชั้นที่ 2 หลังชั้นแรกแห้งประมาณ 2-6 ชั่วโมงขึ้นกับอากาศ ความชื้น และความหนาจริงของชั้นแรก
ปิดทับด้วยกระเบื้องประมาณ 3-7 วัน หลังทาชั้นสุดท้ายอย่ารีบปูกระเบื้องถ้าชั้นกันซึมยังไม่พร้อม

ตัวอย่างคำนวณ: พื้นห้องน้ำ 12 ตร.ม. ใช้อัตรา 3-4 กก./ตร.ม. ต้องใช้วัสดุประมาณ 36-48 กก. หรือราว 2 ชุดเมื่อเผื่อมุม รอยต่อ ท่อระบายน้ำ และการสูญเสียจากการทำงานจริง

ข้อควรระวังเรื่องพื้นผิว: จุดเริ่มต้นของงานกันซึมที่ดี

พื้นผิวที่พร้อมต้องแข็งแรง สะอาด และปราศจากคราบน้ำมัน ฝุ่น สีเก่า เศษปูน วัสดุหลุดร่อน หรือสิ่งที่ขัดขวางการยึดเกาะ หากพื้นเป็นรูพรุน มีฟองอากาศ รอยต่อ หรือบริเวณเสียหาย ควรซ่อมก่อนเริ่มทา LANKO 228 ไม่ควรหวังให้ซีเมนต์กันซึมทำหน้าที่เป็นวัสดุซ่อมโครงสร้างหรือเติมเต็มโพรงลึกทั้งหมดในครั้งเดียว

ในพื้นที่ที่ผิวเรียบมาก เช่น คอนกรีตขัดมันหรือผิวปูนที่แน่นจัด ควรทำให้พื้นผิวมีความหยาบเพื่อเพิ่มพื้นที่ยึดเกาะ จากนั้นพรมน้ำให้พื้นผิวชื้นก่อนทำงาน แต่ต้องเป็นความชื้นแบบไม่มีน้ำขัง เพราะน้ำขังบนพื้นอาจเจือจางส่วนผสมบริเวณผิวและทำให้ฟิล์มกันซึมอ่อนแรง

มุมพื้น-ผนัง

เป็นจุดรั่วซึมยอดนิยม ควรเก็บมุม ซ่อมรอยต่อ และพิจารณาเสริมตาข่ายในชั้นแรก

รอบท่อและ floor drain

ต้องซ่อมและอุดช่องว่างให้แน่นก่อนทา ไม่ปล่อยให้วัสดุทาบาง ๆ ปิดโพรงใหญ่

พื้นเป็นแอ่งหรือไม่เรียบ

ควรปรับระนาบก่อน เพื่อให้คุมความหนาชั้นกันซึมได้สม่ำเสมอทั่วพื้นที่

อย่าข้ามขั้นตอนเตรียมพื้น: ถ้าพื้นมีฝุ่นหรือคราบน้ำมัน ชั้นกันซึมอาจดูสวยในวันแรก แต่หลุดร่อนหรือพองเมื่อเจอน้ำและการใช้งานจริงภายหลัง

ข้อควรระวังตอนผสม: ห้ามปรับสูตรเอง

วิธีผสมที่แนะนำคือใช้สว่านปั่นรอบต่ำประมาณ 300-500 รอบต่อนาที เทเรซิ่น Part B ประมาณ 3/4 ส่วนลงในภาชนะสะอาดก่อน จากนั้นค่อย ๆ เติมผงซีเมนต์ Part A ระหว่างปั่น เมื่อส่วนผสมเริ่มสม่ำเสมอให้เติมเรซิ่นที่เหลือ ปั่นต่ออีกประมาณ 3 นาที แล้วพักส่วนผสมประมาณ 2 นาที ก่อนนำไปใช้งาน

  1. ห้ามเติมน้ำ: LANKO 228 ใช้เรซิ่น Part B เป็นของเหลวในระบบ ไม่ใช่ปูนผงที่เติมน้ำตามใจได้
  2. ห้ามเติมซีเมนต์หรือสารผสมเพิ่ม: การเพิ่มวัสดุอื่นทำให้ความยืดหยุ่นและการกันซึมเปลี่ยนจากสเปกเดิม
  3. ห้ามผสมด้วยรอบสูงเกินไป: รอบสูงอาจดึงอากาศเข้าเนื้อวัสดุมาก ทำให้เกิดฟองหรือรูพรุนในชั้นกันซึม
  4. ห้ามใช้วัสดุที่เริ่มเซ็ตตัว: เมื่อส่วนผสมเริ่มหนืดหรือหมดอายุหลังผสม ควรทิ้ง ไม่เติมของเหลวเพื่อฝืนใช้งาน
  5. ห้ามแบ่งชุดแบบกะด้วยตา: ถ้าจำเป็นต้องแบ่ง ควรชั่งน้ำหนัก Part A และ Part B ให้ได้สัดส่วนจริง

ข้อผิดพลาดที่ควรหยุดทันที: การเติมน้ำเพราะรู้สึกว่าเนื้อวัสดุข้นไปอาจทำให้ฟิล์มกันซึมอ่อนตัว ยึดเกาะลดลง และเกิดรอยร้าวเล็ก ๆ ได้ง่ายกว่าที่ควร

ข้อควรระวังตอนทา: ความหนาและจังหวะสำคัญมาก

LANKO 228 สามารถใช้งานด้วยแปรงทาหรือเกรียงฉาบ โดยทาหรือฉาบชั้นแรกในอัตราประมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม. แล้วรอให้ชั้นแรกแห้งตัวประมาณ 2-6 ชั่วโมงก่อนทำชั้นที่ 2 ในอัตราใกล้เคียงกัน รวมอัตราใช้ประมาณ 3-4 กก./ตร.ม. สำหรับ 2 ชั้น ความหนารวมประมาณ 2 มม.

การทาสองชั้นไม่ใช่แค่เพิ่มความหนา แต่ช่วยลดความเสี่ยงรูพรุนและจุดบางจากทิศทางการปาดหรือรอยแปรงในชั้นแรก งานที่ละเอียดมักทาชั้นที่สองในทิศทางไขว้กับชั้นแรก เพื่อให้ฟิล์มปิดทับต่อเนื่องขึ้น โดยเฉพาะบริเวณมุม รอยต่อ ท่อระบายน้ำ และแนวผนังที่มีโอกาสเกิดน้ำขังหรือแรงดันน้ำ

สถานการณ์ความเสี่ยงแนวทางที่ควรทำ
ทาบางเพื่อประหยัดวัสดุชั้นกันซึมไม่ต่อเนื่องและรั่วซึมง่ายคุมอัตราใช้รวม 3-4 กก./ตร.ม. และตรวจความหนาในจุดเสี่ยง
ทำงานกลางแดดจัดหรือลมแรงผิวแห้งเร็วเกินไป เกิดรอยร้าวหรือยึดเกาะไม่เต็มที่ทำงานในร่มเงาหรือช่วงอุณหภูมิเย็นเมื่อเป็นพื้นที่ภายนอก
พรมน้ำระหว่างชั้นรบกวนการยึดเกาะของชั้นถัดไปรอให้ผิวชั้นแรกแห้งตามเงื่อนไข ไม่พรมน้ำระหว่างชั้น
ไม่เสริมแรงในจุดร้าวรอยร้าวเดิมอาจสะท้อนกลับมาที่ชั้นกันซึมใช้ LANKO GLASS FIBER MESH ในชั้นแรกบริเวณที่เสี่ยงแตกร้าว
ปล่อยให้คนเดินผ่านงานสดฟิล์มเสียหายก่อนบ่มและเกิดจุดรั่วในอนาคตกั้นพื้นที่ ป้องกันฝุ่น ฝน และการเหยียบย่ำจนกว่างานพร้อม

ถ้าพื้นที่มีโอกาสแตกร้าว เช่น มุมพื้นกับผนัง รอยต่อโครงสร้าง หรือพื้นผิวที่มีการขยับตัว ควรใช้แผ่นใยเสริมความแข็งแรง LANKO GLASS FIBER MESH ร่วมกับชั้นแรก ไม่ควรรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ เพราะเมื่อปูกระเบื้องหรือปิดผิวแล้ว การซ่อมจะยุ่งยากกว่ามาก

ข้อควรระวังหลังทา: รอให้พร้อมก่อนปิดทับหรือใช้งาน

หลังทาชั้นสุดท้ายแล้ว ต้องป้องกันผิวจากแดดจัด ลมแรง ฝน ฝุ่น และการกระแทกในช่วงแรก โดยเฉพาะพื้นที่ภายนอก เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่า LANKO 228 ต้องไม่แห้งเร็วเกินไป จึงควรหลีกเลี่ยงงานกลางแดดจัด แห้งจัด หรือลมแรง หากเป็นพื้นที่ภายนอกและเลี่ยงไม่ได้ ควรจัดร่มเงาหรือเลือกช่วงเวลาที่อุณหภูมิเย็นกว่า

สำหรับการปูกระเบื้องทับ สามารถทำได้ภายในประมาณ 3-7 วันหลังทาชั้นสุดท้าย ขึ้นกับสภาพอากาศ ความหนา และสภาพหน้างานจริง ส่วนพื้นที่ที่มีการสัญจรสูงควรมีวัสดุปิดทับเพื่อป้องกันการถลอกหรือรอยขีดข่วน ไม่ควรปล่อยผิวกันซึมรับการเสียดสีหนักโดยตรง

  • ห้ามใช้สารเคมีในการทำความสะอาดชั้นกันซึม
  • ถังเก็บน้ำควรทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดก่อนกักเก็บน้ำ
  • ห้ามปล่อยผิวกันซึมสัมผัสน้ำที่มีอุณหภูมิมากกว่า 40°C
  • ไม่ควรใช้กับดาดฟ้าหรือหลังคาแบบปล่อยเปลือยตามข้อยกเว้นของผลิตภัณฑ์
  • ควรสวมถุงมือและอ้างอิงเอกสารความปลอดภัยก่อนใช้งานจริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: บทความนี้อิงข้อมูลจากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 228 SUPERFLEX มกราคม 2021 และหน้า LANKO® 228 Superflex บนเว็บไซต์ Sika Thailand ควรตรวจเอกสารฉบับล่าสุดและประเมินหน้างานจริงก่อนใช้งานทุกครั้ง

สรุป: กันซึมไม่รั่ว เริ่มจากการไม่ข้ามข้อควรระวัง

LANKO 228 Superflex เป็นซีเมนต์กันซึม 2 ส่วนผสมที่เหมาะกับงานห้องน้ำ ห้องครัว ระเบียง ชานพัก และงานก่อนปูกระเบื้อง เมื่อต้องการชั้นกันซึมที่ยืดหยุ่นและทนแรงดันน้ำได้ดี จุดสำคัญคือใช้ Part A และ Part B ตามระบบ ทาอย่างน้อย 2 ชั้น คุมอัตราใช้รวมประมาณ 3-4 กก./ตร.ม. และป้องกันไม่ให้วัสดุแห้งเร็วเกินไปในช่วงทำงาน

หากต้องคุมงานเอง ให้จำ 5 เรื่องนี้เป็นหลัก: เตรียมพื้นให้สะอาดและแข็งแรง, ผสมตามสัดส่วนโดยไม่เติมอะไรเพิ่ม, ใช้งานภายในเวลาหลังผสม, คุมความหนาและระยะเวลาระหว่างชั้น, และรอให้ชั้นกันซึมพร้อมก่อนปิดทับหรือใช้งานจริง เพียงเท่านี้ก็ลดความเสี่ยงรั่วซ้ำหลังปูกระเบื้องได้มาก

คำถามที่พบบ่อย

LANKO 228 Superflex ต้องผสมน้ำไหม?

ไม่ควรเติมน้ำเอง เพราะ LANKO 228 เป็นชุด 2 ส่วนผสมที่ใช้ Part A ผงซีเมนต์ผสมกับ Part B เรซิ่นตามสัดส่วนของสินค้า การเติมน้ำอาจทำให้ความยืดหยุ่น การยึดเกาะ และประสิทธิภาพกันซึมลดลง

ต้องทา LANKO 228 กี่ชั้น?

ควรทาอย่างน้อย 2 ชั้น โดยใช้อัตราประมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม. ต่อชั้น รวม 3-4 กก./ตร.ม. และควบคุมความหนาหลังแห้งไม่ต่ำกว่า 1.5 มม.

หลังผสมแล้วใช้งานได้นานแค่ไหน?

อายุใช้งานหลังผสมประมาณ 30 นาที ที่อุณหภูมิ 25°C หากอากาศร้อนจัด เวลาทำงานอาจสั้นลง จึงควรผสมเท่าที่ใช้ทันและเตรียมพื้นที่ให้พร้อมก่อนผสม

ทาชั้นที่สองได้เมื่อไหร่?

โดยทั่วไปทาชั้นที่สองหลังจากชั้นแรกแห้งตัวประมาณ 2-6 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นกับอุณหภูมิ ความชื้น ความหนา และการระบายอากาศของหน้างาน

ปูกระเบื้องทับ LANKO 228 ได้เมื่อไหร่?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถปูกระเบื้องทับได้ภายในประมาณ 3-7 วันหลังทาชั้นสุดท้ายแล้ว โดยควรดูสภาพหน้างานจริงและระบบกาวซีเมนต์ที่ใช้ร่วมด้วย

ใช้ LANKO 228 กับดาดฟ้าหรือหลังคาได้ไหม?

ไม่ควรใช้เป็นระบบกันซึมดาดฟ้าหรือหลังคาแบบปล่อยเปลือย เพราะผลิตภัณฑ์ระบุข้อยกเว้นสำหรับดาดฟ้าและหลังคา ควรเลือกกันซึมหลังคาที่ออกแบบมารับแดด ฝน และน้ำขังโดยตรง

ถ้าพื้นมีรอยแตกร้าวต้องทำอย่างไร?

ควรซ่อมรอยแตกร้าวและบริเวณเสียหายก่อน จากนั้นบริเวณที่มีโอกาสแตกร้าวซ้ำควรเสริม LANKO GLASS FIBER MESH ในชั้นแรกเพื่อช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของชั้นกันซึม

หนึ่งชุดทาได้ประมาณกี่ตารางเมตร?

หนึ่งชุด 33 กก. หากใช้อัตรา 3-4 กก./ตร.ม. สำหรับ 2 ชั้น จะครอบคลุมประมาณ 8-11 ตร.ม. ขึ้นกับความเรียบของพื้นผิว รายละเอียดมุม และการเสริมตาข่าย

ทำไมไม่ควรทำงานกลางแดดจัดหรือลมแรง?

เพราะวัสดุอาจแห้งเร็วเกินไป ทำให้ฟิล์มกันซึมพัฒนาไม่สมบูรณ์ เกิดรอยร้าวหรือยึดเกาะลดลง หากเป็นงานภายนอกควรทำในร่มเงาหรือช่วงอุณหภูมิเย็นเมื่อทำได้

ซื้อ LANKO 228 Superflex ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า LANKO 228 Superflex ของ GY Asia หรือติดต่อ LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ทีมงานช่วยคำนวณจำนวนชุดจากพื้นที่จริง

Similar Posts