LANKO 451 1 ถังทาได้กี่ตารางเมตร? ตารางคำนวณ
LANKO 451 COVERAGE CALCULATOR

อัตราการใช้งาน LANKO 451 Roof Seal 1 ถังทาได้กี่ตารางเมตร? คำนวณง่ายๆ ที่นี่

คำตอบไม่ได้มีตัวเลขเดียว เพราะจำนวนตารางเมตรต่อถังขึ้นกับว่าทาแบบทั่วไป 2-3 ชั้น หรือเสริมตาข่ายเต็มระบบ บทความนี้สรุปอัตราใช้ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ พร้อมสูตรและตารางจำนวนถังสำหรับดาดฟ้า หลังคา ระเบียง และผนัง ให้คุณวางแผนสั่ง LANKO® 451 Roof Seal ได้ง่ายขึ้น

ระบบทั่วไป 1.4-2.1 กก./ตร.ม. ระบบเสริมแรง 2.1-2.8 กก./ตร.ม. ขนาด 5 และ 20 กก. คำนวณพร้อมเผื่อสูญเสีย
9.5-14.3 ตร.ม.ถัง 20 กก. ระบบทั่วไป ตามค่าทฤษฎี
7.1-9.5 ตร.ม.ถัง 20 กก. ระบบเสริมตาข่าย ตามค่าทฤษฎี
5-10%วัสดุสำรองที่ควรพิจารณาเผื่อหน้างาน
LANKO 451 Roof Seal ขนาด 20 กิโลกรัม คำนวณพื้นที่การใช้งาน

LANKO® 451 Roof Seal

อะคริลิกกันซึมชนิดยืดหยุ่น พร้อมใช้งาน สำหรับผนัง ระเบียง ดาดฟ้า และหลังคา ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก มีขนาดบรรจุ 5 กก. และ 20 กก. การคำนวณต้องอิงปริมาณรวมของระบบ ไม่ใช่ดูเฉพาะจำนวนชั้นอย่างเดียว

Quick Answer: LANKO 451 ขนาด 20 กก. ทาได้กี่ตารางเมตร?

คำตอบสั้น

LANKO 451 Roof Seal ขนาด 20 กก. ทาได้ประมาณ 9.5-14.3 ตร.ม. สำหรับระบบกันซึมทั่วไป ที่ใช้รวม 1.4-2.1 กก./ตร.ม. และประมาณ 7.1-9.5 ตร.ม. สำหรับระบบเสริม LANKO Glass Fiber Mesh ที่ใช้รวม 2.1-2.8 กก./ตร.ม. ตัวเลขนี้เป็นค่าทฤษฎี ยังไม่รวมรองพื้น การสูญเสีย ผิวหยาบ มุม ขอบท่อ และวัสดุค้างในอุปกรณ์

ถ้าต้องการคำตอบสำหรับการซื้อแบบรวดเร็ว ให้คิดแบบปลอดภัยไว้ก่อนว่า ถัง 20 กก. หนึ่งถังครอบคลุมราว 9-10 ตร.ม. สำหรับงานดาดฟ้าที่ทาหลายชั้นหรือมีรายละเอียดพอสมควร ส่วนพื้นผิวเรียบที่ใช้ระบบทั่วไป 2 ชั้นตามอัตรารวมขั้นต่ำ อาจครอบคลุมได้ใกล้ 14 ตร.ม. แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขสูงสุดไปสั่งวัสดุโดยไม่สำรวจผิวจริง

เหตุผลที่ช่วงคำตอบกว้าง เพราะ LANKO 451 ไม่ใช่สีทาตกแต่งที่ทาบางเพียงเพื่อให้เกิดสี แต่เป็นเยื่อกันซึมที่ต้องใช้เนื้อวัสดุให้ได้ปริมาณและความหนาตามระบบ การพยายามยืดพื้นที่ต่อถังด้วยการทาบางเกินไปอาจทำให้ฟิล์มไม่ต่อเนื่อง ปิดรูพรุนไม่พอ และรับการยืดหดของพื้นผิวได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

หลักจำง่าย: ยิ่งระบบต้องการความหนาและการเสริมแรงมาก พื้นที่ที่ทาได้ต่อถังยิ่งลดลง แต่ความแข็งแรงของระบบในบริเวณเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น การเลือกจึงควรเริ่มจากสภาพหน้างาน ไม่ใช่เริ่มจากการบังคับให้หนึ่งถังทาได้พื้นที่มากที่สุด

ตารางอัตราการใช้งาน LANKO 451 ต่อถัง

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุระบบกันซึมหลังคาทั่วไปให้ทา LANKO 451 จำนวน 2 หรือ 3 ครั้ง ใช้ปริมาณรวมอย่างน้อย 1.4-2.1 กก./ตร.ม. ส่วนระบบเสริมความแข็งแรงด้วย LANKO Glass Fiber Mesh ใช้รวมอย่างน้อย 2.1-2.8 กก./ตร.ม. เมื่อนำขนาดบรรจุหารด้วยอัตราใช้ จะได้พื้นที่ครอบคลุมดังตาราง

ระบบอัตราใช้รวมถัง 20 กก. ทาได้กระป๋อง 5 กก. ทาได้เหมาะกับ
ทั่วไป 2 ชั้นประมาณ 1.4 กก./ตร.ม.ประมาณ 14.3 ตร.ม.ประมาณ 3.6 ตร.ม.พื้นผิวแข็งแรง ความเสี่ยงการเคลื่อนไหวไม่สูง
ทั่วไป 3 ชั้นประมาณ 2.1 กก./ตร.ม.ประมาณ 9.5 ตร.ม.ประมาณ 2.4 ตร.ม.ต้องการเพิ่มจำนวนชั้นและความหนาของฟิล์ม
เสริมตาข่าย ขั้นต่ำประมาณ 2.1 กก./ตร.ม.ประมาณ 9.5 ตร.ม.ประมาณ 2.4 ตร.ม.บริเวณเคลื่อนไหวสูง รอยต่อ และจุดเสี่ยง
เสริมตาข่าย อัตราสูงประมาณ 2.8 กก./ตร.ม.ประมาณ 7.1 ตร.ม.ประมาณ 1.8 ตร.ม.ระบบเสริมแรงที่ต้องการฟิล์มหนาตามรายละเอียดงาน

พื้นที่ในตารางเป็นผลหารทางคณิตศาสตร์และควรใช้เพื่อประเมินงบเบื้องต้นเท่านั้น ในการสั่งซื้อจริงควรปัดจำนวนถังขึ้นเสมอ และควรเผื่อวัสดุเพิ่มตามความหยาบของผิว จำนวนรอยต่อ ลักษณะเครื่องมือ และฝีมือผู้ทา โดยเฉพาะพื้นที่เก่าที่มีรูพรุนหรือมีงานเก็บรายละเอียดมาก

อย่าสับสนระหว่าง “ต่อชั้น” กับ “รวมระบบ”: ระบบทั่วไปกำหนดชั้นละประมาณ 0.7 กก./ตร.ม. ดังนั้นทา 2 ชั้นเท่ากับ 1.4 กก./ตร.ม. และทา 3 ชั้นเท่ากับ 2.1 กก./ตร.ม. ถ้าคำนวณเพียง 0.7 กก./ตร.ม. แล้วซื้อสำหรับงานทั้งหมด วัสดุจะพอแค่หนึ่งชั้น

สูตรคำนวณ LANKO 451 ใช้กี่ถัง

การคำนวณมีสองทาง ขึ้นกับว่าคุณต้องการรู้ “หนึ่งถังทาได้กี่ตารางเมตร” หรือ “พื้นที่นี้ต้องซื้อกี่ถัง” สูตรทั้งสองใช้หน่วยกิโลกรัมเหมือนกัน จึงไม่ควรนำความหนาแน่น 1.3 กก./ลิตรมาแทนโดยไม่จำเป็น เพราะสินค้าจำหน่ายและระบุอัตราใช้เป็นน้ำหนัก

หาพื้นที่ต่อถัง

ขนาดบรรจุ (กก.) ÷ อัตราใช้รวม (กก./ตร.ม.) = พื้นที่ตามทฤษฎี (ตร.ม.)

หาน้ำหนักที่ต้องใช้

พื้นที่ (ตร.ม.) × อัตราใช้รวม (กก./ตร.ม.) = น้ำหนักวัสดุ (กก.)

หาจำนวนถัง

น้ำหนักวัสดุรวม ÷ 20 กก. = จำนวนถัง แล้วปัดเศษขึ้นเป็นถังเต็ม

ตัวอย่างที่ 1: ดาดฟ้า 30 ตร.ม. ระบบทั่วไป 2 ชั้น

คำนวณน้ำหนักจาก 30 × 1.4 = 42 กก. เมื่อหารด้วยถัง 20 กก. จะได้ 2.1 ถัง จึงต้องซื้ออย่างน้อย 3 ถัง ก่อนรวมวัสดุรองพื้น หากผิวมีรูพรุนหรือแนวผนังจำนวนมาก การมีวัสดุสำรองในถังที่สามจะช่วยให้งานไม่สะดุดและไม่ต้องลดอัตราการทาชั้นสุดท้าย

ตัวอย่างที่ 2: หลังคา 50 ตร.ม. ระบบทั่วไป 3 ชั้น

คำนวณจาก 50 × 2.1 = 105 กก. หาร 20 เท่ากับ 5.25 ถัง จึงต้องซื้ออย่างน้อย 6 ถัง หากเผื่อสูญเสีย 5% น้ำหนักจะเป็น 110.25 กก. ซึ่งยังอยู่ใน 6 ถัง แต่ถ้าผิวหยาบและเผื่อ 10% จะเป็น 115.5 กก. ก็ยังต้องเตรียม 6 ถังเช่นกัน

ตัวอย่างที่ 3: ดาดฟ้า 40 ตร.ม. ระบบเสริมตาข่าย

ถ้าออกแบบที่อัตรารวม 2.8 กก./ตร.ม. ต้องใช้ 40 × 2.8 = 112 กก. หาร 20 เท่ากับ 5.6 ถัง จึงปัดขึ้นเป็น 6 ถัง และต้องคำนวณ LANKO Glass Fiber Mesh แยกต่างหาก โดยเผื่อแนวซ้อนทับอย่างน้อย 5 ซม. ตามวิธีติดตั้งที่ระบุ

สูตรเผื่อวัสดุ: น้ำหนักตามทฤษฎี × 1.05 สำหรับเผื่อ 5% หรือ × 1.10 สำหรับเผื่อ 10% จากนั้นจึงหารด้วย 20 กก. และปัดขึ้น อย่าเผื่อด้วยการลดความหนาหรือเจือจางชั้นกันซึม

ตารางคำนวณจำนวนถัง LANKO 451 สำหรับพื้นที่ 10-100 ตร.ม.

ตารางต่อไปนี้คำนวณจากถังขนาด 20 กก. และปัดจำนวนถังขึ้น โดยยังไม่รวมชั้นรองพื้นและการสูญเสีย ใช้เป็นแนวทางเตรียมงบและเช็กจำนวนเบื้องต้นก่อนสำรวจหน้างานจริง

พื้นที่ทั่วไป 2 ชั้น
1.4 กก./ตร.ม.
ทั่วไป 3 ชั้น
2.1 กก./ตร.ม.
เสริมแรงอัตราสูง
2.8 กก./ตร.ม.
10 ตร.ม.14 กก. = 1 ถัง21 กก. = 2 ถัง28 กก. = 2 ถัง
20 ตร.ม.28 กก. = 2 ถัง42 กก. = 3 ถัง56 กก. = 3 ถัง
30 ตร.ม.42 กก. = 3 ถัง63 กก. = 4 ถัง84 กก. = 5 ถัง
40 ตร.ม.56 กก. = 3 ถัง84 กก. = 5 ถัง112 กก. = 6 ถัง
50 ตร.ม.70 กก. = 4 ถัง105 กก. = 6 ถัง140 กก. = 7 ถัง
60 ตร.ม.84 กก. = 5 ถัง126 กก. = 7 ถัง168 กก. = 9 ถัง
80 ตร.ม.112 กก. = 6 ถัง168 กก. = 9 ถัง224 กก. = 12 ถัง
100 ตร.ม.140 กก. = 7 ถัง210 กก. = 11 ถัง280 กก. = 14 ถัง

การปัดจำนวนถังทำให้บางพื้นที่มีวัสดุเหลือมากกว่าพื้นที่อื่น เช่น งาน 10 ตร.ม. ระบบ 2 ชั้นต้องใช้ทฤษฎี 14 กก. แต่ต้องซื้อหนึ่งถัง 20 กก. วัสดุส่วนที่เหลืออาจใช้เก็บรายละเอียดแนวตั้งหรือสำรองซ่อมเฉพาะจุดได้ ส่วนงานขนาดใหญ่ควรแบ่งพื้นที่ทำงานเป็นโซนและควบคุมจำนวนถังต่อโซน เพื่อเช็กทันทีว่าทีมงานกำลังทาบางหรือหนากว่าอัตราที่วางไว้

พื้นที่ใกล้รอยต่อของจำนวนถังควรระวัง: ตัวอย่างเช่น 40 ตร.ม. ระบบ 2 ชั้นใช้ 56 กก. เหลือจาก 3 ถังเพียง 4 กก. ถ้าผิวหยาบหรือสูญเสียเกินประมาณ 7% วัสดุอาจไม่พอ ควรประเมินการเผื่อก่อนเริ่มงานแทนการหวังให้ทาได้ตามค่าทฤษฎีพอดีเป๊ะ

ควรคำนวณแบบ 2 ชั้น 3 ชั้น หรือระบบเสริมตาข่าย?

ตัวเลขพื้นที่ต่อถังจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเลือกระบบถูกต้องก่อน การตัดสินใจไม่ควรดูเฉพาะขนาดพื้นที่ แต่ต้องดูความแข็งแรงของพื้น รอยร้าว การเคลื่อนไหวบริเวณรอยต่อ รูปทรงหลังคา การระบายน้ำ และระดับความเสี่ยงของพื้นที่ด้านล่าง หากเป็นห้องพักหรือพื้นที่เก็บสินค้าที่เสียหายมากเมื่อเกิดการรั่ว การออกแบบเผื่อความปลอดภัยย่อมสำคัญกว่าการประหยัดวัสดุหนึ่งชั้น

ระบบทั่วไป 2 ชั้น

ใช้รวมอย่างน้อย 1.4 กก./ตร.ม. เหมาะกับพื้นผิวที่เตรียมดี แข็งแรง รายละเอียดไม่ซับซ้อน และไม่มีการเคลื่อนไหวสูง โดยต้องทาชั้นละประมาณ 0.7 กก./ตร.ม.

ระบบทั่วไป 3 ชั้น

ใช้รวมอย่างน้อย 2.1 กก./ตร.ม. ช่วยเพิ่มความหนาและลดโอกาสมีจุดทาไม่ทั่ว เหมาะเมื่อสภาพผิวหรือความสำคัญของพื้นที่ต้องการชั้นเคลือบเพิ่ม

ระบบเสริมตาข่าย

ใช้รวมอย่างน้อย 2.1-2.8 กก./ตร.ม. ร่วมกับ LANKO Glass Fiber Mesh เหมาะกับบริเวณเคลื่อนไหวสูง จุดแตกร้าว รอยต่อ มุม และงานเสริมเต็มพื้นที่ตามการออกแบบ

ในงานจริงอาจใช้ระบบผสมได้ เช่น พื้นราบส่วนใหญ่ใช้ระบบทั่วไป แต่เสริมตาข่ายเฉพาะแนวพื้นชนผนัง รอบท่อ รางระบายน้ำ และรอยแตกร้าวที่ซ่อมแล้ว กรณีนี้ต้องแยกพื้นที่ระบบทั่วไปกับพื้นที่เสริมแรงออกจากกันแล้วคำนวณน้ำหนักแต่ละส่วน จึงจะได้จำนวนถังใกล้เคียงจริง

อย่างไรก็ตาม หากพื้นมีรอยร้าวที่ยังเคลื่อนตัวมาก รอยร้าวโครงสร้าง พื้นทรุด หรือมีน้ำดันจากด้านล่าง การเพิ่มจำนวนชั้นหรือตาข่ายไม่ใช่คำตอบอัตโนมัติ ต้องซ่อมต้นเหตุและเลือกวัสดุสำหรับรอยต่อหรือรอยร้าวให้เหมาะสมก่อนทำเยื่อกันซึมทับ

ทำไม LANKO 451 หน้างานจริงอาจทาได้น้อยกว่าตาราง?

ค่าทฤษฎีสมมติว่าวัสดุทุกกิโลกรัมถูกกระจายบนพื้นที่ราบอย่างสม่ำเสมอ แต่ดาดฟ้าจริงมีทั้งรูพรุน รอยปะ บัวลบมุม แนวผนัง ท่อระบาย และเครื่องมือที่ดูดซับหรือกักวัสดุไว้ จึงเป็นเรื่องปกติที่พื้นที่ใช้งานจริงต่อถังจะต่ำกว่าผลหารบนกระดาษ

  1. ผิวหยาบหรือพรุน: ผิวคอนกรีตที่เปิดรูพรุนมากกินวัสดุมากกว่าพื้นเรียบ เพราะเนื้ออะคริลิกเข้าไปเติมร่องและหลุมเล็ก ๆ ก่อนสร้างชั้นฟิล์มต่อเนื่อง
  2. พื้นไม่เรียบ: พื้นที่วัดจากแปลนเป็นภาพสองมิติ แต่ผิวจริงมีแอ่ง สัน และความขรุขระ ทำให้พื้นที่ผิวจริงมากกว่าเล็กน้อยและเกิดจุดสะสมวัสดุ
  3. แนวตั้งและบัวลบมุม: หลายคนวัดเฉพาะพื้นราบ แต่ระบบกันซึมมักต้องยกขึ้นแนวผนังและเก็บมุม จึงใช้วัสดุเกินจากพื้นที่ดาดฟ้าที่จดไว้
  4. รายละเอียดรอบท่อและรอยต่อ: จุดเสี่ยงต้องทาซ้ำหรือเสริมตาข่ายเฉพาะบริเวณ ทำให้อัตราเฉลี่ยทั้งงานสูงขึ้น
  5. วัสดุค้างในถังและอุปกรณ์: ลูกกลิ้ง แปรง ถาด เครื่องพ่น และขอบถังมีวัสดุค้างหลังจบงาน แม้จะไม่มากแต่เห็นผลชัดในพื้นที่ขนาดเล็ก
  6. การควบคุมความหนาไม่สม่ำเสมอ: ถ้าทีมงานไม่มีการแบ่งโซนหรือชั่งน้ำหนักต่อพื้นที่ บางช่วงอาจหนากว่ากำหนดและทำให้วัสดุหมดก่อนถึงจุดสุดท้าย

แนวทางที่แม่นที่สุดคือทำพื้นที่ทดลอง 1-5 ตร.ม. บนผิวจริงด้วยเครื่องมือและทีมงานชุดเดียวกับที่จะทำงานทั้งหมด ชั่งน้ำหนักวัสดุก่อนและหลังทา แล้วนำอัตราที่ได้มาคูณพื้นที่รวม วิธีนี้สะท้อนทั้งความหยาบ เทคนิคการทา และการสูญเสียของหน้างานนั้นได้ดีกว่าการใช้ค่ากลางเพียงอย่างเดียว

การเผื่อ 5-10% เป็นแนวทางวางแผน ไม่ใช่สเปกตายตัว: ผิวใหม่ที่เรียบและรายละเอียดน้อยอาจใช้ใกล้ค่าทฤษฎี ส่วนพื้นเก่าหยาบ มีรอยซ่อมมาก หรือเสริมตาข่ายหลายจุดอาจต้องเผื่อมากกว่า ควรให้ทีมงานประเมินจากรูปและสภาพผิวจริง

วิธีวัดพื้นที่ดาดฟ้าและหลังคาก่อนคำนวณจำนวนถัง

การคำนวณที่ดีเริ่มจากพื้นที่ที่ถูกต้อง ใช้ตลับเมตรหรือเครื่องวัดระยะเลเซอร์แบ่งพื้นที่เป็นรูปทรงง่าย ๆ แล้วรวมกัน อย่าลืมพื้นที่แนวตั้งและรายละเอียดที่ต้องเคลือบ โดยเฉพาะขอบผนังซึ่งอาจเพิ่มพื้นที่หลายตารางเมตรในดาดฟ้าขนาดกลาง

  1. พื้นที่สี่เหลี่ยม: ความกว้าง × ความยาว เช่น 5 × 8 เมตร = 40 ตร.ม.
  2. พื้นที่รูปตัว L: แบ่งเป็นสี่เหลี่ยมสองส่วน คำนวณแยกแล้วบวกกัน หลีกเลี่ยงการกะจากด้านยาวด้านเดียว
  3. พื้นที่แนวตั้ง: ความยาวรอบพื้นที่ × ความสูงที่ต้องทาขึ้น เช่น รอบดาดฟ้า 26 เมตร ทาขึ้น 0.20 เมตร เท่ากับ 5.2 ตร.ม.
  4. แท่นและฐานอุปกรณ์: วัดด้านบนและด้านข้างของฐานแทงก์น้ำ แท่นแอร์ หรือช่องเปิดที่ต้องทำกันซึมต่อเนื่อง
  5. แยกโซนเสริมแรง: วัดความกว้างและความยาวของแนวตาข่าย เพื่อคำนวณอัตรา 2.1-2.8 กก./ตร.ม. แยกจากพื้นที่ทั่วไป

ตัวอย่างการวัดที่มักถูกมองข้าม

ดาดฟ้าขนาด 6 × 10 เมตร มีพื้นที่ราบ 60 ตร.ม. หากต้องทาขึ้นผนังรอบพื้นที่สูง 20 ซม. เส้นรอบรูปเท่ากับ 32 เมตร พื้นที่แนวตั้งเพิ่ม 32 × 0.20 = 6.4 ตร.ม. รวมเป็นอย่างน้อย 66.4 ตร.ม. ยังไม่รวมฐานท่อ รางน้ำ และรายละเอียดอื่น หากคำนวณซื้อจาก 60 ตร.ม. อย่างเดียว วัสดุอาจขาดชัดเจนในชั้นท้าย

หลังคาลาดเอียง: การใช้พื้นที่ฉายจากแปลนจะน้อยกว่าพื้นที่ผิวจริง ยิ่งความลาดมาก ความต่างยิ่งเพิ่ม ควรวัดตามแนวลาดหรือใช้แบบก่อสร้างช่วยคำนวณ ไม่ควรใช้พื้นที่ห้องด้านล่างแทนโดยตรง

วิธีใช้ LANKO 451 ให้ได้อัตราตามที่คำนวณ

ต่อให้ซื้อวัสดุครบ หากเตรียมผิวไม่ดีหรือแบ่งวัสดุต่อพื้นที่ไม่เป็น ระบบอาจได้ความหนาไม่สม่ำเสมอ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าพื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด ปราศจากคราบน้ำมัน คอนกรีตหรือปูนฉาบใหม่ควรมีอายุอย่างน้อย 7 วัน ส่วนผิวคอนกรีตเก่าต้องล้างตะไคร่น้ำและรา แล้วปล่อยให้แห้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

  1. สำรวจและซ่อมพื้น: ซ่อมคอนกรีตเสียหาย รอยร้าว และทำบัวลบมุมบริเวณพื้นชนผนังให้เรียบร้อยก่อนเริ่มงาน
  2. ทำความสะอาด: ขจัดฝุ่น คราบน้ำมัน สีเก่าที่หลุดร่อน ตะไคร่ และสิ่งที่ลดการยึดเกาะ พื้นต้องแห้งตามข้อกำหนด
  3. แบ่งพื้นที่เป็นโซน: เช่น ถัง 20 กก. สำหรับระบบทั่วไป 2 ชั้น ให้กำหนดพื้นที่เป้าหมายไม่เกินประมาณ 14.3 ตร.ม. ต่อถังตามทฤษฎี หรือแบ่งวัสดุสำหรับแต่ละชั้นชัดเจน
  4. กวนก่อนใช้: กวน LANKO 451 ในถังให้ทั่วประมาณ 1 นาที ผลิตภัณฑ์พร้อมใช้สำหรับทาด้วยแปรงหรือลูกกลิ้ง
  5. ลงรองพื้นตามระบบ: รองพื้นต้องแห้งและแตะแล้วไม่ติดนิ้วก่อนทาชั้นกันซึม การคำนวณในบทความนี้ไม่รวมวัสดุรองพื้น
  6. ทาระบบทั่วไป: ทาชั้นแรกประมาณ 0.7 กก./ตร.ม. รอให้แห้งตามสภาพแวดล้อม แล้วทาชั้นที่สองหรือชั้นถัดไปที่ 0.7 กก./ตร.ม./ชั้น
  7. ทาระบบเสริมแรง: ชั้นแรก 0.7-1.0 กก./ตร.ม. วาง LANKO Glass Fiber Mesh ให้เรียบ ซ้อนแนวต่ออย่างน้อย 5 ซม. ทาชั้นถัดไปขณะตาข่ายยังเปียก 0.3-0.5 กก./ตร.ม. แล้วทาปิดหลังแห้งอีก 0.6-0.7 กก./ตร.ม./ชั้นตามระบบ
  8. บันทึกการใช้จริง: จดจำนวนถังต่อโซนและพื้นที่ที่เสร็จในแต่ละชั้น หากใช้เร็วเกินแผนให้ตรวจว่าทาหนาเกินหรือพื้นมีรายละเอียดมากกว่าที่สำรวจไว้

การทาแต่ละชั้นในทิศทางไขว้กันช่วยให้เห็นจุดตกหล่นง่ายขึ้น แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการรักษาปริมาณต่อพื้นที่ให้ได้ตามระบบ ไม่ควรเติมน้ำในชั้นกันซึมเพื่อทำให้ทาได้ไกลขึ้น เพราะจะเปลี่ยนสัดส่วนเนื้อวัสดุและทำให้ความหนาฟิล์มแห้งต่ำกว่าที่คำนวณ

ห้ามแก้ปัญหาวัสดุใกล้หมดด้วยการทาบาง: หากชั้นสุดท้ายเหลือพื้นที่มากกว่าวัสดุ ให้หยุดและเตรียมวัสดุเพิ่ม การฝืนลากลูกกลิ้งให้ครอบคลุมพื้นที่จะทำให้ระบบส่วนท้ายบางกว่าส่วนอื่นและกลายเป็นจุดอ่อนของงานกันซึม

ข้อควรระวังก่อนใช้ตัวเลขพื้นที่ต่อถังตัดสินใจซื้อ

LANKO 451 เป็นอะคริลิกกันซึมยืดหยุ่นมากกว่า 380% ทนรังสียูวี และใช้ปิดรอยแตกร้าวได้ 0.75 มม. ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ แต่ประสิทธิภาพเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้กับทุกสภาพน้ำและทุกพื้นผิวโดยไม่เตรียมระบบ

  • ไม่เหมาะกับน้ำขังหรือแช่น้ำถาวร: ต้องแก้ความลาดและการระบายน้ำก่อน ไม่ควรเพิ่มจำนวนถังเพื่อหวังแก้ปัญหาน้ำขังด้วยความหนาเพียงอย่างเดียว
  • ไม่ทาบนคอนกรีตที่มีความชื้นดันขึ้น: แรงดันไอจากด้านล่างอาจทำให้ฟิล์มพองหรือหลุดล่อน แม้ใช้อัตราครบตามตาราง
  • ไม่ใช้เป็นผิวสัญจรโดยตรง: หากต้องเดินผ่านควรมีวัสดุป้องกันที่เหมาะสม เช่น กระเบื้อง แผ่นหิน หรือแผ่นไม้ โดยออกแบบไม่ให้ทำลายเยื่อกันซึม
  • อย่าทาบนพื้นร้อนจัด: ความร้อนอาจเร่งการแห้งและทำให้เกิดรูเข็มจากไอในพื้น ควรควบคุมสภาพแวดล้อมตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • รอยร้าวใหญ่ต้องซ่อมก่อน: ความสามารถปิดรอยร้าว 0.75 มม. ไม่ได้แทนการซ่อมรอยร้าวโครงสร้างหรือรอยต่อที่ยังเคลื่อนไหว
  • เวลารอเปลี่ยนตามอากาศ: อุณหภูมิ ความชื้น ลม และความหนามีผลต่อการแห้ง ต้องตรวจผิวจริงก่อนทาชั้นต่อไปหรือเปิดพื้นที่

ก่อนเริ่มงานควรอ่านเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์และเอกสารความปลอดภัยฉบับล่าสุด สวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม และวางแผนป้องกันฝน ฝุ่น น้ำค้าง หรือการสัญจรระหว่างที่ระบบกำลังแห้ง เพราะความเสียหายในช่วงแรกอาจทำให้ต้องซ่อมและใช้วัสดุเกินกว่าที่คำนวณไว้มาก

สรุป: LANKO 451 หนึ่งถังครอบคลุมเท่าไร ให้ดูระบบก่อนดูพื้นที่

คำตอบหลักคือ LANKO 451 ขนาด 20 กก. ครอบคลุมตามทฤษฎีประมาณ 14.3 ตร.ม. สำหรับระบบทั่วไป 2 ชั้น, ประมาณ 9.5 ตร.ม. สำหรับระบบทั่วไป 3 ชั้น และประมาณ 7.1-9.5 ตร.ม. สำหรับระบบเสริมตาข่าย ส่วนขนาด 5 กก. ครอบคลุมประมาณ 1.8-3.6 ตร.ม. ขึ้นกับระบบเดียวกัน

ก่อนสั่งซื้อ ให้รวมพื้นที่ราบ แนวตั้ง มุม ฐานท่อ และพื้นที่เสริมแรง คูณด้วยอัตราใช้รวม แล้วเผื่อความสูญเสียตามสภาพผิว จากนั้นหารด้วยขนาดถังและปัดขึ้น วิธีนี้แม่นยำกว่าการจำเพียงว่า “หนึ่งถังทาได้สิบกว่าตารางเมตร” และช่วยลดความเสี่ยงวัสดุหมดกลางชั้น ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่ควรลดความหนาเพื่อประหยัดของ

แหล่งข้อมูล: อัตราใช้ ระบบการทา ขนาดบรรจุ และคุณสมบัติ เรียบเรียงจากเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ LANKO 451 ROOF SEAL (SOVACRYL) ที่ผู้ใช้จัดให้ และหน้า LANKO® 451 Roof Seal บนเว็บไซต์ Sika Thailand ควรตรวจเอกสารฉบับล่าสุดและประเมินหน้างานก่อนใช้งานจริง

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอัตราการใช้ LANKO 451

LANKO 451 ขนาด 20 กก. ทาได้กี่ตารางเมตร?

ระบบทั่วไปทาได้ตามทฤษฎีประมาณ 9.5-14.3 ตร.ม. ขึ้นกับการทา 2 หรือ 3 ชั้น ส่วนระบบเสริมตาข่ายทาได้ประมาณ 7.1-9.5 ตร.ม. ตัวเลขนี้ยังไม่รวมรองพื้นและการสูญเสียหน้างาน

LANKO 451 ขนาด 5 กก. ทาได้กี่ตารางเมตร?

ระบบทั่วไปครอบคลุมประมาณ 2.4-3.6 ตร.ม. ส่วนระบบเสริมแรงครอบคลุมประมาณ 1.8-2.4 ตร.ม. ตามค่าทฤษฎี ควรปัดจำนวนกระป๋องขึ้นและเผื่อรายละเอียดหน้างาน

LANKO 451 ต้องทากี่ชั้น?

ระบบทั่วไปทา 2 หรือ 3 ชั้น ใช้รวมอย่างน้อย 1.4-2.1 กก./ตร.ม. ส่วนระบบเสริม LANKO Glass Fiber Mesh ใช้ชั้นฝังตาข่ายและชั้นปิดทับ รวมอย่างน้อย 2.1-2.8 กก./ตร.ม.

ดาดฟ้า 20 ตารางเมตรใช้ LANKO 451 กี่ถัง?

ระบบทั่วไป 2 ชั้นต้องใช้ทฤษฎี 28 กก. จึงซื้ออย่างน้อย 2 ถังขนาด 20 กก. ระบบทั่วไป 3 ชั้นใช้ 42 กก. จึงซื้ออย่างน้อย 3 ถัง ส่วนระบบเสริมแรงที่ 2.8 กก./ตร.ม. ใช้ 56 กก. จึงซื้ออย่างน้อย 3 ถัง ก่อนเผื่อสูญเสียและรองพื้น

ดาดฟ้า 50 ตารางเมตรใช้ LANKO 451 กี่ถัง?

ระบบทั่วไป 2 ชั้นใช้ 70 กก. หรืออย่างน้อย 4 ถัง ระบบทั่วไป 3 ชั้นใช้ 105 กก. หรืออย่างน้อย 6 ถัง และระบบเสริมแรงอัตรา 2.8 กก./ตร.ม. ใช้ 140 กก. หรือ 7 ถังขนาด 20 กก.

อัตรา 0.7 กก./ตร.ม. คืออัตรารวมทั้งงานหรือไม่?

ไม่ใช่ อัตรา 0.7 กก./ตร.ม. เป็นอัตราต่อการทาหนึ่งชั้นของระบบทั่วไป เมื่อทา 2 ชั้นจึงใช้รวม 1.4 กก./ตร.ม. และเมื่อทา 3 ชั้นใช้รวม 2.1 กก./ตร.ม.

ควรเผื่อ LANKO 451 กี่เปอร์เซ็นต์?

เบื้องต้นอาจพิจารณาเผื่อประมาณ 5-10% แต่ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว ผิวหยาบ พื้นเก่า แนวตั้ง รอยต่อ และรายละเอียดมากอาจต้องเผื่อสูงกว่า วิธีแม่นที่สุดคือทดลองทาบนผิวจริงแล้ววัดการใช้

ชั้นรองพื้นรวมอยู่ในอัตรา 1.4-2.1 กก./ตร.ม. หรือไม่?

ตัวเลขคำนวณพื้นที่ในบทความใช้สำหรับชั้นกันซึมตามโครงสร้างระบบ และไม่รวมปริมาณวัสดุรองพื้นที่ต้องเลือกตามชนิดพื้นผิว ควรคำนวณรองพื้นแยกตามเอกสารผลิตภัณฑ์

เติมน้ำเพื่อให้ LANKO 451 ทาได้พื้นที่มากขึ้นได้ไหม?

ไม่ควรเติมน้ำในชั้นกันซึมเพื่อยืดพื้นที่ ผลิตภัณฑ์พร้อมใช้และควรกวนให้ทั่วก่อนทา การเจือจางสำหรับรองพื้นต้องทำตามระบบที่ระบุเท่านั้น การเติมน้ำผิดขั้นตอนทำให้เนื้อวัสดุและความหนาฟิล์มแห้งลดลง

ทำไมใช้จริงไม่ถึง 14 ตารางเมตรต่อถัง?

ตัวเลข 14.3 ตร.ม. เป็นค่าทฤษฎีของระบบทั่วไป 2 ชั้นที่รวม 1.4 กก./ตร.ม. ผิวหยาบ รูพรุน แนวผนัง มุม รอบท่อ งานเสริมตาข่าย และวัสดุค้างในอุปกรณ์ทำให้พื้นที่จริงต่อถังลดลงได้

LANKO 451 ใช้กับพื้นที่น้ำขังได้หรือไม่?

ไม่เหมาะกับพื้นที่น้ำขังหรือแช่น้ำถาวร ควรแก้ความลาดเอียงและระบบระบายน้ำก่อนทำกันซึม การเพิ่มปริมาณวัสดุไม่ได้ทดแทนการแก้สาเหตุของน้ำขัง

ซื้อ LANKO 451 Roof Seal และขอให้ช่วยคำนวณได้ที่ไหน?

ดูรายละเอียดได้ที่หน้า LANKO 451 Roof Seal ของ GY Asia หรือติดต่อทาง LINE พร้อมส่งพื้นที่ รูปพื้นผิว จุดรั่ว และระบบที่ต้องการ เพื่อช่วยประเมินจำนวนถังให้เหมาะกับงาน

Similar Posts