รับมือกับน้ำทะเลกัดเซาะโครงสร้าง ด้วยเทคโนโลยีจาก Sikacrete® Micro SCC UW
SIKACRETE MICRO SCC UW FOR MARINE STRUCTURES

รับมือกับน้ำทะเลกัดเซาะโครงสร้าง ด้วยเทคโนโลยีจาก Sikacrete® Micro SCC UW

โครงสร้างคอนกรีตใกล้ทะเล เสาสะพาน ท่าเรือ ฐานรากริมน้ำ และเขื่อนกันคลื่นต้องรับทั้งแรงกระแทกจากคลื่น ความเค็ม ความชื้น และการชะล้างของน้ำอย่างต่อเนื่อง เมื่อคอนกรีตเดิมเริ่มหลุดร่อนหรือเกิดโพรง การซ่อมด้วยมอร์ตาร์ทั่วไปอาจไม่พอ โดยเฉพาะจุดที่ทำงานใต้น้ำหรือไม่สามารถทำพื้นที่ให้แห้งสนิทได้ Sikacrete® Micro SCC UW จึงเป็นเทคโนโลยีไมโครคอนกรีตสำหรับงานใต้น้ำที่ช่วยให้การซ่อมและเติมเต็มแบบหล่อทำได้เป็นระบบมากขึ้น

เหมาะกับงานใต้น้ำ Self-Compacting ลดการชะล้างซีเมนต์เพสต์ กำลังอัด ~55 N/mm² ที่ 28 วัน
25 กก.ขนาดบรรจุต่อถุง
11.8 ลิตรไมโครคอนกรีตสดต่อถุง
~2.20 ลิตรน้ำผสมโดยประมาณต่อถุง
Sikacrete Micro SCC UW ไมโครคอนกรีตสำหรับงานใต้น้ำและโครงสร้างใกล้ทะเล

Sikacrete® Micro SCC UW

ไมโครคอนกรีตความร้อนต่ำชนิดอัดแน่นด้วยตัวเอง สำหรับงานซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีตใต้น้ำขนาดใหญ่ เช่น เสาสะพาน เสาโครงสร้าง เสาเข็ม ฐานราก และเขื่อน เมื่อผสมและเทอย่างถูกต้องจะช่วยลดการชะล้างซีเมนต์เพสต์จากน้ำรอบข้าง พร้อมให้ความไหลตัวและการเติมเต็มแบบหล่อที่เหมาะกับงานวิศวกรรม

Quick Answer: รับมือน้ำทะเลกัดเซาะด้วย Sikacrete Micro SCC UW ได้อย่างไร?

คำตอบสั้น

Sikacrete® Micro SCC UW เหมาะกับงานซ่อมและเสริมความแข็งแรงโครงสร้างคอนกรีตที่อยู่ใต้น้ำหรือสัมผัสน้ำทะเล เช่น เสาสะพาน เสาเข็ม ฐานราก ท่าเรือ และเขื่อน เพราะเป็นไมโครคอนกรีตพร้อมใช้ชนิดอัดแน่นด้วยตัวเอง มีความไหลตัวดี ลดการชะล้างซีเมนต์เพสต์เมื่อเทใต้น้ำอย่างถูกต้อง ไม่เกิดน้ำเยิ้ม และให้กำลังรับแรงอัดประมาณ 55 N/mm² ที่ 28 วัน ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika Thailand

ในงานชายฝั่ง ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะมักไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผิวหน้าที่มองเห็น แต่เกิดร่วมกับรอยแตก โพรงใต้ผิว คอนกรีตหลุดร่อน เหล็กเสริมเริ่มเป็นสนิม และพื้นที่ซ่อมที่มีน้ำเข้าอยู่ตลอดเวลา หากใช้วัสดุซ่อมทั่วไปแล้วปล่อยให้วัสดุสดตกผ่านน้ำโดยตรง ซีเมนต์เพสต์อาจถูกชะล้างออกจากส่วนผสม ทำให้เนื้อวัสดุไม่แน่นและเกิดจุดอ่อนซ้ำในบริเวณเดิม

แนวทางที่ถูกต้องคือออกแบบการซ่อมเป็นระบบ: ตรวจสภาพโครงสร้างเดิม สกัดส่วนที่เสียหาย ทำแบบหล่อหรือ jacket ให้แน่น ควบคุมจุดเทจากบริเวณต่ำสุด และใช้วัสดุที่ออกแบบมาให้ทำงานใต้น้ำได้จริง Sikacrete Micro SCC UW จึงช่วยลดความเสี่ยงในช่วงเทและช่วยให้การเติมเต็มช่องว่างรอบโครงสร้างทำได้สม่ำเสมอกว่าไมโครคอนกรีตทั่วไปที่ไม่ได้ระบุการใช้งานใต้น้ำ

น้ำทะเลกัดเซาะโครงสร้างคอนกรีตอย่างไร?

โครงสร้างริมทะเลต้องเจอสภาพแวดล้อมที่รุนแรงกว่างานอาคารทั่วไปมาก น้ำเค็มมีคลอไรด์ที่สามารถซึมเข้าสู่รอยแตกและรูพรุนในคอนกรีตได้ เมื่อคลอไรด์สะสมถึงระดับหนึ่ง เหล็กเสริมมีโอกาสเกิดสนิม ทำให้ปริมาตรขยายตัว ดันคอนกรีตหุ้มเหล็กจนแตกร้าวและหลุดร่อน ขณะเดียวกันคลื่นและกระแสน้ำยังขัดผิวคอนกรีตซ้ำ ๆ จนผิวบางลงหรือเกิดการกร่อนเป็นหลุม

สำหรับเสาสะพาน ท่าเรือ เสาเข็ม และฐานรากริมน้ำ ความเสียหายมักเกิดบริเวณช่วงน้ำขึ้นน้ำลง เพราะเป็นบริเวณที่เปียกสลับแห้ง ออกซิเจนและเกลือสะสมได้มาก รวมถึงมีแรงกระแทกจากคลื่น เศษวัสดุ และเรือที่เข้าเทียบ หากปล่อยไว้นาน พื้นที่หลุดร่อนเล็ก ๆ อาจขยายเป็นโพรงหลังผิวคอนกรีต ทำให้หน้าตัดรับแรงลดลงและยากต่อการซ่อมภายหลัง

คลอไรด์จากน้ำทะเล

เพิ่มความเสี่ยงเหล็กเสริมเป็นสนิม โดยเฉพาะจุดที่คอนกรีตแตกร้าวหรือหุ้มเหล็กบาง

แรงคลื่นและการขัดสี

ทำให้ผิวคอนกรีตกร่อน หลุดร่อน และเกิดช่องทางให้น้ำซึมลึกขึ้น

สภาพเปียกสลับแห้ง

เร่งการสะสมเกลือและทำให้รอยแตกเล็ก ๆ พัฒนาเป็นความเสียหายเชิงโครงสร้าง

การซ่อมจึงไม่ควรแก้เฉพาะผิวหน้า แต่ต้องตรวจว่าคอนกรีตเดิมเสียหายลึกแค่ไหน เหล็กเสริมยังอยู่ในสภาพใด และช่องซ่อมต้องเติมเต็มด้วยวัสดุที่ไหลเข้าไปได้ทั่วถึงหรือไม่ หากเป็นพื้นที่ที่ยังมีน้ำอยู่ การเลือกวัสดุที่ลดการชะล้างระหว่างเทจะสำคัญมาก เพราะคุณภาพจริงของวัสดุหลังแข็งตัวขึ้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่นาทีแรกของการเทใต้น้ำ

ทำไม Sikacrete Micro SCC UW จึงตอบโจทย์งานซ่อมโครงสร้างใกล้ทะเล?

Sikacrete Micro SCC UW ถูกระบุโดย Sika ว่าเป็นไมโครคอนกรีตพร้อมใช้งานชนิดอัดแน่นด้วยตัวเองสำหรับการใช้งานใต้น้ำ เมื่อผสมและเทอย่างถูกต้องจะช่วยให้ซีเมนต์เพสต์ไม่ถูกชะล้างออกมากเกินไป จุดนี้สำคัญกับงานชายฝั่ง เพราะหลายหน้างานไม่สามารถสูบน้ำออกจนแห้งได้ หรือมีน้ำซึมกลับเข้ามาในแบบหล่อระหว่างซ่อม

ความไหลตัวและการอัดแน่นด้วยตัวเองช่วยให้วัสดุไหลรอบเหล็กเสริม ช่องว่าง และรายละเอียดในแบบหล่อได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องจี้สั่นเหมือนคอนกรีตทั่วไปในบางเงื่อนไข ซึ่งลดการรบกวนส่วนผสมในน้ำได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ยังเป็นวัสดุพร้อมใช้ เพียงควบคุมปริมาณน้ำและวิธีผสมตามเอกสาร จึงช่วยลดความแปรปรวนของส่วนผสมในหน้างานที่ทำงานยากอยู่แล้ว

คุณสมบัติประโยชน์กับงานน้ำทะเลกัดเซาะข้อควบคุมหน้างาน
ใช้งานใต้น้ำได้ลดความเสี่ยงจากการชะล้างซีเมนต์เพสต์เมื่อเทอย่างถูกวิธีต้องเทผ่านท่อหรือสูบต่อเนื่อง ไม่ปล่อยตกผ่านน้ำโดยตรง
Self-Compactingไหลเติมเต็มแบบหล่อและพื้นที่ซ่อมรอบโครงสร้างได้ดีต้องคุมความข้นและไม่เติมน้ำเกินสเปก
กำลังอัดสูงเหมาะกับงานซ่อมโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงหลังซ่อมต้องเก็บตัวอย่างและตรวจรับตามแผนวิศวกร
ไม่เกิดน้ำเยิ้มช่วยให้เนื้อวัสดุสม่ำเสมอกว่าในแบบหล่อที่ควบคุมยากต้องผสมด้วยเครื่องที่เหมาะสมและเทไม่หยุดชะงัก

อย่างไรก็ตาม Sikacrete Micro SCC UW ไม่ใช่สารเคลือบกันคลอไรด์หรือระบบป้องกันผิวทะเลแบบครบชุด หากโครงสร้างต้องเผชิญน้ำทะเลต่อเนื่อง ควรพิจารณาร่วมกับการเตรียมผิว การซ่อมเหล็กเสริม การเพิ่ม cover ที่เหมาะสม และระบบเคลือบหรือป้องกันผิวหลังซ่อมตามที่วิศวกรโครงการกำหนด เพื่อให้การซ่อมไม่ใช่แค่เติมวัสดุ แต่ช่วยยืดอายุโครงสร้างจริง

สเปกสำคัญของ Sikacrete Micro SCC UW ที่ควรรู้ก่อนใช้งาน

ข้อมูลจาก Sika Thailand ระบุว่า Sikacrete Micro SCC UW เป็นผงซีเมนต์สีเทาพร้อมวัสดุผสมขนาดไม่เกิน 8 มม. บรรจุถุงละ 25 กก. มีความหนาแน่นของไมโครคอนกรีตสดประมาณ 2.3 กก./ลิตร และมีอายุผลิตภัณฑ์ 9 เดือนนับจากวันที่ผลิต หากจัดเก็บอย่างถูกวิธีในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท ไม่เสียหาย และเก็บในบริเวณแห้ง

รายการข้อมูลผลิตภัณฑ์ความหมายต่อการวางแผนงาน
บรรจุภัณฑ์25 กก./ถุงควรจัดสต็อกให้พอกับการเทต่อเนื่อง ไม่ให้วัสดุหมดกลางงาน
น้ำผสมประมาณ 2.20 ลิตรต่อถุงต้องตวงน้ำล่วงหน้าเพื่อคุมความไหลตัวและกำลังอัด
ผลผลิตประมาณ 11.8 ลิตรต่อถุงประมาณ 85 ถุงต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร ก่อนเผื่อสูญเสียหน้างาน
กำลังอัด 1 วันประมาณ 20 N/mm²ใช้ดูการพัฒนากำลังช่วงต้นภายใต้เงื่อนไขทดสอบ
กำลังอัด 7 วันประมาณ 38 N/mm²ใช้ประกอบการวางแผนตรวจงานและงานต่อเนื่อง
กำลังอัด 28 วันประมาณ 55 N/mm²เป็นตัวเลขหลักสำหรับประเมินความเหมาะสมกับงานซ่อมโครงสร้าง

ในการคำนวณจำนวนถุง ให้เริ่มจากปริมาตรช่องซ่อมจริงเป็นลูกบาศก์เมตร แล้วคูณประมาณ 85 ถุงต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร จากนั้นเผื่อปริมาณตามสภาพหน้างาน เช่น ความไม่เรียบของผิวเดิม ท่อสูบยาว แบบหล่อมีช่องซ่อน หรือมีความเสี่ยงสูญเสียวัสดุจากรอยรั่ว การสั่งวัสดุแบบพอดีเกินไปในงานใต้น้ำมีความเสี่ยงสูง เพราะการหยุดเทกลางคันอาจทำให้เกิดรอยต่อเย็นหรือโพรงในแบบหล่อ

งานแบบไหนเหมาะกับ Sikacrete Micro SCC UW?

Sika ระบุการใช้งานของผลิตภัณฑ์สำหรับงานซ่อมแซมใต้น้ำขนาดใหญ่เพื่อเสริมความแข็งแรงโครงสร้างคอนกรีต โดยใช้การเทผ่านท่อคอนกรีตใต้น้ำ เหมาะกับเสาสะพาน เสาโครงสร้าง เสาเข็ม ฐานราก และเขื่อน เมื่อนำมามองในบริบทน้ำทะเลกัดเซาะ จะครอบคลุมงานซ่อมบริเวณท่าเรือ สะพานริมทะเล เขื่อนกันคลื่น ฐานรากริมน้ำ และโครงสร้างที่ไม่สามารถทำแห้งได้ทั้งหมด

ลักษณะงานความเหมาะสมเหตุผลสิ่งที่ต้องตรวจเพิ่ม
เสาสะพานหรือท่าเรือในน้ำทะเลเหมาะมากต้องการวัสดุที่เทใต้น้ำ ลด wash-out และไหลเต็มแบบสภาพเหล็กเสริม กระแสน้ำ และแบบ jacket รอบเสา
เสาเข็มและฐานรากริมน้ำเหมาะมากพื้นที่เข้าถึงยากและต้องเติมเต็มช่องว่างจากด้านล่างปริมาตรซ่อม ความลึกน้ำ และวิธีลำเลียงวัสดุ
เขื่อนหรือโครงสร้างกันคลื่นควรพิจารณาต้องการวัสดุซ่อมที่ทนต่อสภาพน้ำและให้กำลังอัดสูงแรงคลื่น จุดรั่ว และช่วงเวลาน้ำขึ้นน้ำลง
ซ่อมคอนกรีตแห้งทั่วไปอาจไม่จำเป็นหากทำพื้นที่แห้งได้ อาจมีมอร์ตาร์ซ่อมรุ่นอื่นที่เหมาะกว่าความหนา ชนิดความเสียหาย และระบบป้องกันผิว
งานเล็กที่ไม่มีเครื่องผสมไม่แนะนำงานโครงสร้างใต้น้ำต้องการส่วนผสมสม่ำเสมอและการเทต่อเนื่องเครื่องผสม ทีมงาน ท่อเท และแผนควบคุมคุณภาพ

ก่อนตัดสินใจใช้ควรเก็บข้อมูลหน้างานให้ครบ ได้แก่ ระดับน้ำและช่วงเวลาน้ำขึ้นน้ำลง ปริมาตรพื้นที่ซ่อม สภาพคอนกรีตเดิม ระยะ cover ของเหล็กเสริม จุดที่ต้องทำแบบหล่อ วิธีเทหรือสูบวัสดุ และข้อกำหนดการตรวจรับจากวิศวกร ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เลือกวิธีทำงานและคำนวณวัสดุได้แม่นกว่าใช้พื้นที่หน้าตัดโดยประมาณเพียงอย่างเดียว

วิธีผสมและวิธีเทใต้น้ำให้ลดการชะล้าง

เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุให้เติมผงซีเมนต์ลงในน้ำที่วัดไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ได้ความข้นที่เหมาะสม โดยใช้น้ำประมาณ 2.20 ลิตรต่อถุง 25 กก. และผสมด้วยเครื่องผสมคอนกรีตแบบใบมีดประมาณ 4 นาที ขั้นตอนการผสมควรใช้เครื่องผสมแบบบังคับทางกล ความเร็วสูงสุด 500 รอบต่อนาที และต้องจัดการให้การเทดำเนินต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก

  1. สำรวจและเตรียมผิว: สกัดคอนกรีตที่ผุ ร่วน หรือหลุดร่อนออก ทำความสะอาดคราบตะกอน โคลน สนิมหลวม และสิ่งกีดขวางการยึดเกาะ
  2. ตรวจแบบหล่อ: แบบต้องยึดแน่น กันรั่ว และรองรับแรงดันจากวัสดุสดกับน้ำรอบข้างได้ โดยเฉพาะงานเสาและฐานรากในทะเล
  3. ตวงน้ำล่วงหน้า: ใช้น้ำสะอาดประมาณ 2.20 ลิตรต่อถุง ไม่เติมน้ำเพิ่มเองเพื่อให้ไหลง่ายขึ้น เพราะอาจกระทบกำลังและเสถียรภาพ
  4. ผสมด้วยเครื่อง: ใช้เครื่องผสมทางกลตามสเปก ทำให้ส่วนผสมสม่ำเสมอก่อนเข้าสู่ท่อเทหรือท่อสูบ
  5. เทจากจุดต่ำสุด: ส่งวัสดุไปยังบริเวณต่ำสุดของแบบ เพื่อให้ไมโครคอนกรีตสดค่อย ๆ ดันน้ำออกจากด้านล่างขึ้นด้านบน
  6. รักษาปลายท่อในวัสดุสด: ระหว่างยกท่อ ปลายล่างของท่อหรือท่อยืดหยุ่นควรจมอยู่ในไมโครคอนกรีตสดเสมอ เพื่อลดการปะปนกับน้ำ

จุดสำคัญของงานใต้น้ำ: Sika ระบุว่าสามารถเทลงในท่อคอนกรีตใต้น้ำหรือสูบผ่านท่อยืดหยุ่น โดยท่อควรมีเส้นผ่านศูนย์กลางขั้นต่ำ 50 มม. การปล่อยวัสดุจากผิวน้ำลงไปโดยไม่ควบคุมท่อไม่ใช่วิธีที่เหมาะสม เพราะเพิ่มความเสี่ยงการชะล้างและการแยกตัวของส่วนผสม

หลังเท หากเป็นส่วนที่จมอยู่ใต้น้ำ Sika ระบุว่าไม่จำเป็นต้องบ่ม แต่ถ้าบางส่วนอยู่เหนือระดับน้ำควรบ่มด้วยวิธีเหมาะสม เช่น แผ่นพลาสติก ห่อแบบเปียก หรือสารบ่มตามเงื่อนไขหน้างาน เครื่องมือควรล้างด้วยน้ำทันทีหลังใช้งาน เพราะวัสดุที่แข็งตัวแล้วต้องกำจัดด้วยเครื่องมือกลเท่านั้น

ข้อควรระวังในโครงสร้างชายฝั่งและงานน้ำทะเล

แม้ Sikacrete Micro SCC UW จะช่วยเรื่องการเทใต้น้ำ แต่การซ่อมโครงสร้างที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะต้องมองกว้างกว่าวัสดุเติมเต็ม หากเหล็กเสริมเป็นสนิมมาก ต้องจัดการเหล็กเสริมและประเมินหน้าตัดรับแรงก่อน หากคอนกรีตเดิมยังมีคลอไรด์สะสมสูงหรือมีรอยแตกต่อเนื่อง อาจต้องมีระบบป้องกันเพิ่มเติมหลังซ่อม เช่น การเคลือบผิว การป้องกันการซึมผ่าน หรือมาตรการบำรุงรักษาตามแผนของวิศวกร

สิ่งที่ควรเลี่ยง: ไม่ควรผสมมือในงานโครงสร้างใต้น้ำ ไม่ควรเติมน้ำเกินสเปก ไม่ควรเริ่มเทก่อนแบบหล่อและท่อพร้อม ไม่ควรปล่อยให้วัสดุหมดกลางงาน และไม่ควรสรุปว่าเมื่อซ่อมด้วยไมโครคอนกรีตแล้วจะป้องกันน้ำทะเลได้ถาวรโดยไม่ต้องมีการตรวจสอบหรือระบบป้องกันผิวร่วม

สำหรับงานใหญ่ควรมี method statement ระบุลำดับการทำงาน จุดเท จำนวนรอบผสม วิธีสื่อสารระหว่างทีมผสมกับทีมใต้น้ำ วิธีตรวจแบบหล่อ และแผนแก้ไขเมื่อเกิดการหยุดชะงัก การวางแผนเหล่านี้ช่วยลดความเสียหายที่แก้ยากมากเมื่อวัสดุแข็งตัวอยู่หลังแบบใต้น้ำแล้ว โดยเฉพาะโครงสร้างชายฝั่งที่มักมีช่วงเวลาทำงานจำกัดตามระดับน้ำและสภาพคลื่น

สรุป: ซ่อมโครงสร้างที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะต้องคุมทั้งวัสดุ วิธีเท และระบบป้องกัน

Sikacrete® Micro SCC UW เป็นทางเลือกที่เหมาะกับงานซ่อมโครงสร้างคอนกรีตใต้น้ำหรือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลกัดเซาะ เพราะเป็นไมโครคอนกรีตอัดแน่นด้วยตัวเอง มีความไหลตัวดี ลดการชะล้างซีเมนต์เพสต์ ไม่เกิดน้ำเยิ้ม และมีกำลังอัดสูงประมาณ 55 N/mm² ที่ 28 วัน เหมาะกับงานเสาสะพาน เสาเข็ม ฐานราก ท่าเรือ และเขื่อนที่ต้องเติมเต็มแบบหล่อในสภาพน้ำจริง

แต่ผลลัพธ์ที่ดีต้องเริ่มจากการตรวจสภาพโครงสร้างเดิม เตรียมผิวให้แข็งแรง ทำแบบหล่อให้แน่น คำนวณปริมาตรให้พอ ผสมตามอัตราส่วน และเทผ่านท่ออย่างต่อเนื่องจากจุดต่ำสุด หากโครงสร้างยังต้องรับน้ำทะเลต่อเนื่อง ควรวางแผนระบบป้องกันผิวและการตรวจบำรุงรักษาหลังซ่อมร่วมด้วย เพื่อให้การซ่อมช่วยยืดอายุโครงสร้าง ไม่ใช่แค่ปิดรอยเสียหายชั่วคราว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก วิธีผสม วิธีเท และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์อ้างอิงจากหน้า Sikacrete® Micro SCC UW บน Sika Thailand ควรตรวจสอบเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ฉบับล่าสุดและให้วิศวกรโครงการประเมินก่อนใช้งานจริง

คำถามที่พบบ่อย

Sikacrete Micro SCC UW ใช้กับโครงสร้างที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะได้ไหม?

ใช้เป็นวัสดุซ่อมและเติมเต็มแบบหล่อสำหรับโครงสร้างคอนกรีตใต้น้ำหรือพื้นที่ใกล้น้ำทะเลได้ เมื่อมีการเตรียมผิว ทำแบบหล่อ และเทผ่านท่ออย่างถูกวิธี เหมาะกับงานเสาสะพาน เสาเข็ม ฐานราก ท่าเรือ และเขื่อน

ทำไมงานน้ำทะเลไม่ควรใช้มอร์ตาร์ทั่วไป?

เพราะน้ำรอบข้างสามารถชะล้างซีเมนต์เพสต์และทำให้วัสดุแยกตัวได้ง่าย มอร์ตาร์ทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับงานใต้น้ำอาจเกิดโพรงหรือกำลังลดลงหลังแข็งตัว

Sikacrete Micro SCC UW มีกำลังอัดเท่าไร?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุค่ากำลังรับแรงอัดประมาณ 20 N/mm² ที่ 1 วัน, 38 N/mm² ที่ 7 วัน และ 55 N/mm² ที่ 28 วัน ตาม ASTM C-109 ภายใต้เงื่อนไขทดสอบของผู้ผลิต

ผสมน้ำกี่ลิตรต่อถุง?

ใช้น้ำประมาณ 2.20 ลิตรต่อถุง 25 กก. เพื่อให้ได้ความข้นที่เหมาะสม ควรตวงน้ำล่วงหน้าและเติมผงลงในน้ำ ไม่ควรเติมน้ำเพิ่มเองหลังวัสดุเริ่มเสียความไหลตัว

หนึ่งถุงได้ปริมาตรกี่ลิตร?

หนึ่งถุง 25 กก. ให้ไมโครคอนกรีตสดประมาณ 11.8 ลิตร หรือประมาณ 85 ถุงต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร ก่อนเผื่อการสูญเสียจากท่อ แบบหล่อ และสภาพหน้างานจริง

ต้องเทด้วยวิธีใดในงานใต้น้ำ?

ควรเทผ่านท่อคอนกรีตใต้น้ำหรือสูบผ่านท่อยืดหยุ่นไปยังจุดต่ำสุดของแบบ และรักษาปลายท่อให้อยู่ในไมโครคอนกรีตสดระหว่างเท เพื่อลดการปะปนกับน้ำและลดการชะล้าง

ซ่อมด้วย Sikacrete Micro SCC UW แล้วต้องเคลือบป้องกันผิวอีกไหม?

ขึ้นกับสภาพโครงสร้างและข้อกำหนดของวิศวกร หากโครงสร้างต้องสัมผัสน้ำทะเลต่อเนื่อง อาจต้องมีระบบป้องกันผิวหรือแผนบำรุงรักษาร่วม เพื่อควบคุมคลอไรด์ น้ำซึม และการกัดกร่อนในระยะยาว

ซื้อ Sikacrete Micro SCC UW ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า Sikacrete Micro SCC UW ของ GY Asia หรือติดต่อทีมงานผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และช่วยคำนวณจำนวนถุงจากปริมาตรงานจริง

Similar Posts