การเตรียมพื้นผิวก่อนเท Sikacrete® Micro SCC UW ใต้น้ำให้ยึดเกาะแน่น
งานซ่อมคอนกรีตใต้น้ำจะสำเร็จหรือไม่ ไม่ได้ตัดสินที่วัสดุเทหล่อเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มตั้งแต่การเตรียมพื้นผิวคอนกรีตเดิม การกำจัดส่วนหลุดร่อน การควบคุมคราบตะกอน การซีลแบบหล่อ และการวางแผนเทให้ต่อเนื่อง Sikacrete® Micro SCC UW เป็นไมโครคอนกรีตชนิดอัดแน่นด้วยตัวเองสำหรับงานใต้น้ำ แต่การยึดเกาะแน่นกับโครงสร้างเดิมต้องอาศัยพื้นผิวที่แข็งแรง สะอาด และพร้อมรับวัสดุใหม่อย่างถูกวิธี
Sikacrete® Micro SCC UW
ไมโครคอนกรีตความร้อนต่ำ ชนิดอัดแน่นด้วยตัวเอง สำหรับงานซ่อมแซมคอนกรีตใต้น้ำขนาดใหญ่ เช่น เสาสะพาน เสาโครงสร้าง เสาเข็ม ฐานราก และเขื่อน เหมาะกับการเทผ่านท่อคอนกรีตใต้น้ำหรือสูบผ่านท่อยืดหยุ่นอย่างต่อเนื่องเมื่อเตรียมผิวและแบบหล่อถูกต้อง
Quick Answer: เตรียมผิวอย่างไรก่อนเท Sikacrete Micro SCC UW ใต้น้ำ?
ก่อนเท Sikacrete® Micro SCC UW ใต้น้ำ ควรสกัดคอนกรีตเดิมที่ผุ ร่วน แตกร้าว หรือหลุดล่อนออกจนถึงเนื้อที่แข็งแรง ทำความสะอาดคราบตะกอน ดิน โคลน สนิม น้ำมัน และสิ่งกีดขวางการยึดเกาะ จากนั้นตรวจแบบหล่อให้แน่น กันรั่ว และกำหนดจุดปล่อยวัสดุจากบริเวณต่ำสุดเพื่อให้ไมโครคอนกรีตสดค่อย ๆ ดันน้ำออก ไม่ใช่เทตกผ่านน้ำโดยตรงจากด้านบน
แม้ Sikacrete Micro SCC UW จะถูกออกแบบมาให้ใช้กับงานใต้น้ำและช่วยลดการชะล้างซีเมนต์เพสต์เมื่อผสมและเทอย่างถูกต้อง แต่พื้นผิวเดิมยังเป็นตัวแปรสำคัญ ถ้าผิวเดิมมี laitance ชั้นอ่อน ตะไคร่น้ำ คราบเลน หรือเศษคอนกรีตหลวม วัสดุใหม่อาจหุ้มเต็มแบบได้ก็จริง แต่การยึดเกาะเชิงโครงสร้างกับคอนกรีตเดิมจะไม่ดีพอ โดยเฉพาะบริเวณเสาสะพาน เสาเข็ม ฐานราก และเขื่อนที่รับแรงต่อเนื่องในระยะยาว
หลักคิดง่าย ๆ คือ เตรียมผิวให้เหมือนงานซ่อมคอนกรีตโครงสร้าง แต่เพิ่มการควบคุมเรื่องน้ำ ตะกอน กระแสน้ำ และแบบหล่อเข้าไปด้วย ทุกขั้นต้องช่วยให้วัสดุไหลเข้าไปแทนที่น้ำจากด้านล่างขึ้นด้านบนอย่างนิ่งที่สุด และต้องไม่ปล่อยให้ผิวที่เตรียมไว้กลับมาสกปรกก่อนเริ่มเทจริง
ทำไมงานใต้น้ำต้องจริงจังกับการเตรียมพื้นผิวมากกว่างานแห้ง?
ในงานซ่อมคอนกรีตบนบก ช่างยังสามารถมองเห็นฝุ่น คราบน้ำมัน เศษปูน หรือจุดหลุดร่อนบนผิวได้ค่อนข้างชัด แต่ในงานใต้น้ำ สภาพจริงมักตรวจยากกว่า ทั้งความขุ่น กระแสน้ำ พื้นที่แคบ และข้อจำกัดของนักประดาน้ำหรืออุปกรณ์ใต้น้ำ หากเตรียมผิวไม่ครบ ปัญหาจะถูกซ่อนอยู่หลังแบบหล่อและเนื้อไมโครคอนกรีตใหม่ ซึ่งตรวจพบภายหลังได้ยากและแก้ไขแพงกว่าเดิมมาก
การยึดเกาะของวัสดุซ่อมไม่ได้เกิดจากการเทเต็มช่องว่างอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยผิวคอนกรีตเดิมที่มีความแข็งแรงและหยาบพอให้วัสดุใหม่สัมผัสได้จริง หากยังมีผิวร่วน ชั้นซีเมนต์อ่อน คราบสนิมหนา หรือคราบชีวภาพอยู่ระหว่างกลาง ชั้นเหล่านี้จะกลายเป็นจุดอ่อนเหมือนฟิล์มคั่นระหว่างคอนกรีตเก่ากับวัสดุใหม่ เมื่อโครงสร้างรับแรงสั่นสะเทือน แรงดันน้ำ หรือการกัดเซาะในระยะยาว จุดอ่อนนี้อาจพัฒนาเป็นโพรง รอยแยก หรือการหลุดร่อนเฉพาะจุด
สกัดส่วนผุ ร่วน และหลุดล่อนออกก่อน ไม่ควรเททับคอนกรีตที่รับแรงไม่ได้
ลดโคลน ตะกอน สนิม น้ำมัน และคราบชีวภาพที่ขวางการสัมผัสของวัสดุใหม่
แบบหล่อรั่วทำให้วัสดุสูญเสีย น้ำกวนเนื้อคอนกรีต และเสี่ยงเกิดโพรง
สำหรับ Sikacrete Micro SCC UW จุดเด่นคือความไหลตัวและการอัดแน่นด้วยตัวเอง จึงช่วยเติมช่องว่างในแบบได้ดีเมื่อทางไหลถูกออกแบบเหมาะสม แต่ความไหลตัวที่ดีไม่ได้แทนการเตรียมผิว หากผิวเดิมไม่พร้อม วัสดุจะไหลผ่านและหุ้มพื้นที่ได้โดยที่ยังมีชั้นอ่อนคั่นอยู่ข้างใน งานซ่อมจึงควรวางแผนเตรียมผิวเป็นขั้นตอนหลัก ไม่ใช่งานเก็บรายละเอียดท้าย ๆ ก่อนเท
ตรวจสภาพก่อนเริ่มงาน: ต้องรู้อะไรก่อนสกัดและล้างผิว?
ก่อนเตรียมผิวควรสำรวจสภาพหน้างานให้ละเอียดที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยเฉพาะงานใต้น้ำที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างหลัก เช่น เสาสะพาน เสาเข็ม ฐานราก ท่าเรือ หรือเขื่อน ข้อมูลที่ควรเก็บ ได้แก่ ขอบเขตคอนกรีตเสีย ระดับความลึก กระแสน้ำ ความขุ่น ช่วงเวลาน้ำขึ้นลง ตำแหน่งเหล็กเสริม ช่องทางติดตั้งแบบหล่อ และวิธีนำอุปกรณ์เข้าไปทำงาน หากไม่มีข้อมูลเหล่านี้ การเตรียมผิวอาจไม่ตรงกับความเสียหายจริงและทำให้ปริมาณวัสดุผิดจากที่คำนวณไว้
การตรวจควรแยกเป็นสองกลุ่ม คือ ตรวจโครงสร้างเดิม และ ตรวจเงื่อนไขการเท โครงสร้างเดิมต้องดูว่าคอนกรีตเสียหายถึงชั้นไหน มีเหล็กเสริมโผล่หรือไม่ มีสนิมขยายตัวจนดันคอนกรีตแตกร้าวหรือไม่ ส่วนเงื่อนไขการเทต้องดูว่าท่อเทหรือท่อสูบเข้าถึงจุดต่ำสุดได้ไหม แบบหล่อมีพื้นที่ให้อากาศและน้ำถูกแทนที่ออกหรือไม่ และสามารถเทต่อเนื่องจนเต็มแบบได้โดยไม่หยุดกลางคันหรือไม่
| สิ่งที่ต้องตรวจ | คำถามสำคัญ | ผลต่อการเตรียมผิว | แนวทางควบคุม |
|---|---|---|---|
| คอนกรีตเดิม | มีส่วนร่วน แตกร้าว หรือโพรงลึกแค่ไหน? | ถ้าสกัดไม่ถึงเนื้อแข็งแรง การยึดเกาะจะต่ำ | กำหนดขอบเขตสกัดและตรวจซ้ำก่อนปิดแบบ |
| เหล็กเสริม | มีสนิมหนา หลวม หรือสูญเสียหน้าตัดหรือไม่? | สนิมเป็นชั้นคั่นและอาจขยายตัวซ้ำ | ทำความสะอาดและให้วิศวกรประเมินการเสริมเหล็ก |
| คราบตะกอน | มีดิน โคลน ตะไคร่ หรือเศษวัสดุตกค้างหรือไม่? | ขวางการสัมผัสของวัสดุใหม่กับผิวเดิม | ล้างด้วยน้ำแรงดันหรือวิธีใต้น้ำที่เหมาะสม |
| กระแสน้ำ | น้ำไหลแรงจนรบกวนวัสดุสดหรือไม่? | เสี่ยงชะล้างและเกิดการแยกตัว | เลือกช่วงทำงาน วางแผนกั้นน้ำ หรือปรับวิธีเท |
| แบบหล่อ | ปิดแน่น กันรั่ว และรองรับแรงดันได้หรือไม่? | ถ้ารั่วจะสูญเสียวัสดุและเกิดโพรง | ทดสอบจุดซีลก่อนผสมวัสดุจริง |
ถ้าเป็นงานซ่อมโครงสร้างสำคัญ ควรมีวิศวกรกำหนดเกณฑ์ยอมรับของพื้นผิวก่อนเท เช่น ระดับความสะอาด ความลึกที่ต้องสกัด การจัดการเหล็กเสริม และวิธีตรวจแบบหล่อ การมีเกณฑ์ชัดตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหาเถียงกันหน้างานว่าผิวพร้อมหรือยัง และช่วยให้ทีมผสมวัสดุเริ่มงานได้ตรงเวลาเมื่อทุกอย่างผ่านการตรวจแล้ว
ขั้นตอนเตรียมพื้นผิวก่อนเท Sikacrete Micro SCC UW
การเตรียมผิวใต้น้ำควรทำเป็นลำดับ เพราะแต่ละขั้นส่งผลต่อขั้นถัดไป หากรีบปิดแบบทั้งที่ยังมีเศษคอนกรีตหลวมอยู่ด้านใน หรือทำความสะอาดผิวแล้วปล่อยให้ตะกอนกลับมาจับใหม่ก่อนเท งานที่ดูเรียบร้อยจากภายนอกอาจมีจุดอ่อนอยู่ด้านใน การจัดลำดับที่ดีช่วยให้ทีมตรวจรับเห็นภาพเดียวกันและลดความเสี่ยงระหว่างเทจริง
- กำหนดขอบเขตซ่อม: ทำเครื่องหมายพื้นที่เสียหายจากแบบสำรวจหรือภาพใต้น้ำ แยกส่วนที่ต้องสกัดออกจากส่วนที่เป็นคอนกรีตแข็งแรง
- สกัดคอนกรีตเสีย: เอาคอนกรีตผุ ร่วน แตกร้าว หลุดล่อน และชั้นอ่อนออกจนถึงเนื้อที่แน่น ไม่ควรปล่อยขอบบาง ๆ ที่พร้อมหลุดไว้ใต้แบบ
- เปิดผิวให้หยาบพอเหมาะ: ผิวที่เรียบมันเกินไปควรถูกทำให้หยาบเพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัส แต่ต้องไม่ทำลายคอนกรีตดีเกินจำเป็น
- จัดการเหล็กเสริม: ทำความสะอาดสนิมที่หลวมออก ตรวจหน้าตัด และให้วิศวกรประเมินหากเหล็กเสียหายมากหรือมีการสูญเสียกำลัง
- ล้างคราบและตะกอน: ใช้วิธีที่เหมาะกับสภาพใต้น้ำ เช่น น้ำแรงดัน แปรงใต้น้ำ หรือเครื่องมือเฉพาะ เพื่อกำจัดโคลน ตะไคร่ คราบน้ำมัน และฝุ่นละเอียด
- ดูดหรือไล่เศษวัสดุค้าง: พื้นที่มุมล่างของแบบมักสะสมเศษปูนและตะกอน ต้องเคลียร์ก่อนปิดแบบ เพราะเป็นจุดที่วัสดุใหม่ควรเริ่มไหลเข้าไปแทนที่น้ำ
- ตรวจซ้ำก่อนปิดแบบ: ตรวจด้วยสายตา กล้องใต้น้ำ หรือรายงานจากนักประดาน้ำให้แน่ใจว่าผิวไม่กลับมาสกปรกก่อนเริ่มเท
จุดที่มักพลาด: หลายหน้างานเน้นการซีลแบบหล่อแต่ลืมตรวจพื้นที่ด้านหลังแบบ โดยเฉพาะมุมล่างและรอบเหล็กเสริม หากมีเศษวัสดุค้างอยู่ เมื่อเท Sikacrete Micro SCC UW เข้าไป วัสดุจะไหลล้อมเศษเหล่านั้นและอาจเกิดโพรงหรือชั้นอ่อนในตำแหน่งรับแรงสำคัญ
หลังทำความสะอาดแล้วควรวางแผนให้ช่วงเวลาระหว่างการตรวจผิวและการเทสั้นที่สุดเท่าที่หน้างานทำได้ เพราะในน้ำขุ่นหรือกระแสน้ำที่พัดตะกอนตลอดเวลา ผิวที่สะอาดในช่วงเช้าอาจกลับมามีคราบเลนบาง ๆ ในช่วงบ่ายได้ หากจำเป็นต้องรอ ควรมีขั้นตอนล้างซ้ำเฉพาะจุดก่อนเริ่มเทจริง
แบบหล่อ จุดเท และการควบคุมน้ำ: หัวใจของการยึดเกาะใต้น้ำ
งานเทใต้น้ำไม่ได้มีแค่ผิวคอนกรีตเดิม แต่แบบหล่อเป็นตัวกำหนดทิศทางการไหลของวัสดุด้วย เอกสารผลิตภัณฑ์ของ Sika ระบุว่าสามารถเทผ่านท่อคอนกรีตใต้น้ำหรือสูบผ่านท่อยืดหยุ่นอย่างต่อเนื่องไปยังบริเวณต่ำสุดของแบบหล่อ โดยปลายท่อควรอยู่ในคอนกรีตสดระหว่างยกท่อ เพื่อให้วัสดุใหม่ดันน้ำออกจากด้านล่างขึ้นมาแทนที่จะตกผ่านน้ำและถูกชะล้างระหว่างทาง
แบบหล่อจึงต้องแน่น แข็งแรง และกันรั่วได้ดี เพราะ Sikacrete Micro SCC UW มีความไหลตัวสูง หากมีช่องรั่วเล็ก ๆ วัสดุสดสามารถไหลออกได้และทำให้ระดับในแบบลดลง เกิดโพรง หรือทำให้การแทนที่น้ำไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้แบบต้องรองรับแรงดันจากวัสดุสดและแรงดันน้ำโดยรอบ หากแบบขยับระหว่างเท พื้นที่ที่เตรียมไว้ดีอาจเสียคุณภาพทันที
เริ่มปล่อยวัสดุจากด้านล่างของแบบ เพื่อให้คอนกรีตสดค่อย ๆ แทนที่น้ำขึ้นด้านบน
ช่วยลดการสัมผัสน้ำโดยตรงและลดโอกาสที่ซีเมนต์เพสต์จะถูกชะล้าง
การเทจากด้านบนโดยไม่คุมท่อเพิ่มความเสี่ยงแยกตัวและเกิดชั้นอ่อน
ก่อนผสมวัสดุจริงควรซ้อมลำดับการทำงานอย่างน้อยหนึ่งรอบ ได้แก่ ตำแหน่งท่อเข้าแบบ จุดระบายน้ำหรือทางน้ำถูกแทนที่ การสื่อสารระหว่างทีมผสมกับทีมใต้น้ำ สัญญาณหยุดฉุกเฉิน และจำนวนถุงที่ต้องใช้ต่อรอบ หากพื้นที่เทมีรูปทรงซับซ้อน ควรแบ่งช่องเทหรือกำหนดลำดับจุดเทเพื่อไม่ให้วัสดุไหลไกลเกินไปจนควบคุมไม่ได้
การผสมและเทให้ต่อเนื่องหลังเตรียมผิวเสร็จ
เมื่อผิวพร้อมและแบบหล่อผ่านการตรวจแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการผสมและเทให้ต่อเนื่องตามสเปก Sika ระบุให้เติมผงซีเมนต์ลงในน้ำที่วัดไว้ล่วงหน้า ใช้น้ำประมาณ 2.20 ลิตรต่อถุง 25 กก. เพื่อให้ได้ความข้นที่เหมาะสม และผสมด้วยเครื่องผสมคอนกรีตแบบใบมีดประมาณ 4 นาที ส่วนขั้นตอนการผสมควรใช้เครื่องผสมแบบบังคับทางกล ความเร็วสูงสุด 500 รอบต่อนาที และต้องวางแผนให้การเทไม่หยุดชะงัก
การผสมที่ดีต้องคุมทั้งน้ำ เวลา และจำนวนรอบการส่งวัสดุ หากเติมน้ำมากเกินเพื่อให้ไหลง่ายขึ้น กำลังและเสถียรภาพของไมโครคอนกรีตอาจลดลง หากผสมนานเกินหรือรอในถังนานเกินไป ความไหลตัวอาจเปลี่ยนจนสูบหรือเทได้ไม่สม่ำเสมอ และหากวัสดุหมดกลางคัน อาจเกิดรอยต่อเย็นหรือช่องว่างในแบบได้
| หัวข้อควบคุม | ค่าหรือแนวทางจากข้อมูลผลิตภัณฑ์ | เหตุผลที่เกี่ยวกับการยึดเกาะ |
|---|---|---|
| น้ำผสม | ประมาณ 2.20 ลิตรต่อถุง 25 กก. | ช่วยคุมความข้นและลดความเสี่ยงกำลังตกจากการเติมน้ำเกิน |
| เวลาผสม | ผสมด้วยเครื่องผสมคอนกรีตแบบใบมีดประมาณ 4 นาที | ทำให้ส่วนผสมสม่ำเสมอก่อนเข้าสู่ท่อเทหรือท่อสูบ |
| เครื่องผสม | เครื่องผสมแบบบังคับทางกล ความเร็วสูงสุด 500 รอบต่อนาที | ลดก้อนปูนและลดความไม่สม่ำเสมอที่อาจเกิดโพรงในแบบ |
| ท่อเทหรือท่อสูบ | ท่อยืดหยุ่นควรมีเส้นผ่านศูนย์กลางขั้นต่ำ 50 มม. | ช่วยให้วัสดุไหลต่อเนื่องและลดการอุดตันระหว่างเท |
| ลำดับการเท | ส่งวัสดุไปยังจุดต่ำสุดของแบบอย่างต่อเนื่อง | ช่วยให้วัสดุดันน้ำออก ลดการชะล้าง และแนบผิวเดิมได้ดีกว่า |
ข้อห้ามสำคัญ: ไม่ควรเติมน้ำเพิ่มหลังวัสดุเริ่มเสียความไหลตัว ไม่ควรเทจากผิวน้ำลงสู่แบบโดยตรงโดยไม่ควบคุมท่อ และไม่ควรเริ่มผสมหากแบบหล่อ จุดเท ท่อสูบ หรือทีมใต้น้ำยังไม่พร้อม เพราะ Sikacrete Micro SCC UW ต้องการการเทต่อเนื่องเพื่อให้เต็มแบบและลดความเสี่ยงรอยต่อภายใน
หลังเท หากงานจมอยู่ใต้น้ำ Sika ระบุว่าไม่จำเป็นต้องบ่ม แต่ถ้าบางส่วนอยู่เหนือระดับน้ำ ควรใช้วิธีบ่มที่เหมาะสม เช่น แผ่นพลาสติก การห่อแบบเปียก หรือสารบ่ม Sika Antisol® ตามเงื่อนไขหน้างาน เครื่องมือควรล้างด้วยน้ำทันทีหลังใช้งาน เพราะวัสดุที่แข็งตัวแล้วต้องกำจัดด้วยเครื่องมือกลเท่านั้น
สเปก Sikacrete Micro SCC UW ที่ควรรู้ก่อนคำนวณงาน
การเตรียมผิวและการเทจะวางแผนได้แม่นขึ้นเมื่อรู้ข้อมูลวัสดุพื้นฐาน Sikacrete Micro SCC UW เป็นไมโครคอนกรีตพร้อมใช้ ชนิดอัดแน่นด้วยตัวเอง สีเทา มีวัสดุผสมขนาดไม่เกิน 8 มม. บรรจุถุงละ 25 กก. ให้ไมโครคอนกรีตสดประมาณ 11.8 ลิตรต่อถุง หรือคิดโดยประมาณ 85 ถุงต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ควรเผื่อปริมาณสำหรับท่อสูบ ความไม่เรียบของผิวเดิม และการสูญเสียหน้างานจริง
| รายการ | ข้อมูลสเปก | หมายเหตุสำหรับหน้างาน |
|---|---|---|
| ประเภทวัสดุ | ไมโครคอนกรีตความร้อนต่ำ อัดแน่นด้วยตัวเอง สำหรับงานใต้น้ำ | เหมาะกับงานเทหล่อเข้าแบบและซ่อมโครงสร้างใต้น้ำ |
| บรรจุภัณฑ์ | 25 กก./ถุง | ควรจัดวางใกล้เครื่องผสมและป้องกันความชื้นก่อนใช้งาน |
| ความหนาแน่นสด | ประมาณ 2.3 กก./ลิตร | ใช้ประกอบการวางแผนแรงดันแบบหล่อและปริมาตรวัสดุ |
| กำลังอัด 1 วัน | ประมาณ 20 N/mm² | อ้างอิง ASTM C-109 ภายใต้เงื่อนไขทดสอบของผู้ผลิต |
| กำลังอัด 7 วัน | ประมาณ 38 N/mm² | ใช้ประเมินช่วงเวลาตรวจรับร่วมกับวิศวกรโครงการ |
| กำลังอัด 28 วัน | ประมาณ 55 N/mm² | เป็นค่าที่ช่วยยืนยันความเหมาะสมกับงานซ่อมโครงสร้าง |
| ผลผลิตต่อถุง | ประมาณ 11.8 ลิตรต่อถุง 25 กก. | ประมาณ 85 ถุงต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร ก่อนเผื่อสูญเสีย |
หากต้องคำนวณจำนวนถุง ให้เริ่มจากปริมาตรช่องซ่อมจริงเป็นลูกบาศก์เมตร แล้วคูณประมาณ 85 ถุงต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร จากนั้นเผื่อเพิ่มตามสภาพหน้างาน เช่น ผิวเดิมไม่สม่ำเสมอ ท่อสูบยาว มีช่องว่างซ่อนในแบบ หรือมีความเสี่ยงสูญเสียวัสดุจากการรั่วซึม การคำนวณจากขนาดแบบหล่ออย่างเดียวอาจต่ำเกินจริงถ้าคอนกรีตเดิมถูกสกัดลึกเป็นบางจุดหรือมีโพรงหลังผิวเดิม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก วิธีผสม วิธีเท และการบ่ม อ้างอิงจากหน้า Sikacrete® Micro SCC UW บน Sika Thailand ควรตรวจสอบเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ฉบับล่าสุดและให้วิศวกรโครงการประเมินก่อนใช้งานจริง
สรุป: ผิวดี แบบแน่น เทต่อเนื่อง คือสามเงื่อนไขให้ยึดเกาะแน่น
การเท Sikacrete® Micro SCC UW ใต้น้ำให้ได้ผลดีต้องเริ่มก่อนเปิดถุงวัสดุเสมอ ขั้นแรกคือทำให้คอนกรีตเดิมแข็งแรงและสะอาดพอ โดยสกัดส่วนเสียออก ล้างคราบตะกอนและสิ่งปนเปื้อน จัดการเหล็กเสริม และตรวจซ้ำก่อนปิดแบบ ขั้นที่สองคือทำแบบหล่อให้แน่น กันรั่ว และออกแบบจุดเทจากบริเวณต่ำสุดเพื่อให้วัสดุใหม่ดันน้ำออกอย่างเป็นระบบ ขั้นที่สามคือผสมและเทต่อเนื่องตามสเปก ไม่เติมน้ำเกิน ไม่หยุดกลางคัน และรักษาปลายท่อให้อยู่ในคอนกรีตสดระหว่างยกท่อ
เมื่อสามเรื่องนี้ทำได้พร้อมกัน จุดเด่นของ Sikacrete Micro SCC UW เช่น ความไหลตัวดี การอัดแน่นด้วยตัวเอง การลดการชะล้างซีเมนต์เพสต์ และกำลังอัดสูง จึงจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ งานซ่อมเสาสะพาน เสาเข็ม ฐานราก หรือเขื่อนใต้น้ำจึงมีโอกาสได้เนื้อวัสดุแน่น ลดโพรง และยึดเกาะกับโครงสร้างเดิมได้มั่นคงกว่าการใช้วัสดุทั่วไปหรือการเทโดยไม่ควบคุมวิธีหน้างาน
คำถามที่พบบ่อย
ก่อนเท Sikacrete Micro SCC UW ต้องทำความสะอาดผิวแค่ไหน?
ควรทำความสะอาดจนผิวคอนกรีตเดิมแข็งแรงและไม่มีชั้นอ่อน โคลน ตะกอน ตะไคร่น้ำ คราบน้ำมัน สนิมหลวม หรือเศษคอนกรีตที่ขวางการสัมผัสของวัสดุใหม่ หากทำความสะอาดแล้วต้องรอนาน ควรตรวจและล้างซ้ำก่อนเทจริง
ต้องสกัดคอนกรีตเดิมออกทุกกรณีหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องสกัดทุกพื้นที่ แต่ส่วนที่ผุ ร่วน หลุดล่อน แตกร้าว หรือเป็นชั้นอ่อนควรถูกเอาออกจนถึงคอนกรีตที่แน่นและรับแรงได้ ส่วนผิวที่เรียบมันเกินไปอาจต้องทำให้หยาบเพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสตามข้อกำหนดของวิศวกร
Sikacrete Micro SCC UW ผสมน้ำเท่าไรต่อถุง?
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุใช้น้ำประมาณ 2.20 ลิตรต่อถุง 25 กก. เพื่อให้ได้ความข้นที่เหมาะสม และควรเติมผงลงในน้ำที่วัดไว้ล่วงหน้า ไม่ควรเติมน้ำเพิ่มเองหลังวัสดุเริ่มเสียความไหลตัว
หนึ่งถุงได้ปริมาตรเท่าไร?
หนึ่งถุง 25 กก. ให้ไมโครคอนกรีตสดประมาณ 11.8 ลิตร หรือประมาณ 85 ถุงต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร ก่อนเผื่อการสูญเสียจากท่อ แบบหล่อ และความไม่เรียบของพื้นที่ซ่อมจริง
ทำไมต้องเทจากจุดต่ำสุดของแบบหล่อ?
การเริ่มจากจุดต่ำสุดช่วยให้ไมโครคอนกรีตสดค่อย ๆ ดันน้ำออกจากด้านล่างขึ้นมา ลดการตกผ่านน้ำโดยตรง ลดการชะล้างซีเมนต์เพสต์ และช่วยให้วัสดุสัมผัสผิวคอนกรีตเดิมได้ต่อเนื่องกว่า
แบบหล่อสำหรับงานใต้น้ำต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ?
แบบต้องยึดแน่น กันรั่ว และรองรับแรงดันจากวัสดุสดกับน้ำรอบข้างได้ จุดซีลและมุมล่างของแบบต้องตรวจละเอียด เพราะถ้ารั่วหรือมีเศษวัสดุค้างอยู่จะเสี่ยงเกิดโพรงและสูญเสียวัสดุระหว่างเท
งานใต้น้ำต้องบ่มหลังเทหรือไม่?
สำหรับส่วนที่จมอยู่ใต้น้ำ Sika ระบุว่าไม่จำเป็นต้องบ่ม แต่หากบางส่วนอยู่เหนือระดับน้ำควรบ่มด้วยวิธีที่เหมาะสม เช่น แผ่นพลาสติก ห่อแบบเปียก หรือใช้สารบ่มตามเงื่อนไขหน้างาน
ซื้อ Sikacrete Micro SCC UW ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดที่หน้า Sikacrete Micro SCC UW ของ GY Asia หรือติดต่อทีมงานผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และช่วยคำนวณจำนวนถุงจากปริมาตรหน้างานจริง
