Lanko 701 vs Lanko 731: ปูนเทเกร้าท์ กับ ปูนฉาบซ่อมโครงสร้าง ใช้งานแทนกันได้ไหม?
LANKO 701 vs LANKO 731 TECHNICAL COMPARISON

Lanko 701 vs Lanko 731: ปูนเทเกร้าท์ กับ ปูนฉาบซ่อมโครงสร้าง ใช้งานแทนกันได้ไหม?

คำตอบสั้นคือ ไม่ควรใช้แทนกัน เพราะ Lanko 701 เป็นปูนเทเกร้าท์ Non-Shrink สำหรับอุดช่องว่างและรองรับแรง ส่วน Lanko 731 เป็นปูนซ่อมผสมไฟเบอร์สำหรับฉาบซ่อมโครงสร้างคอนกรีตที่หลุดล่อน รูพรุน หรือแตกร้าวหยุดนิ่งแล้ว

701 = Non-Shrink Grout 731 = Fibre Repair Mortar ใช้แทนกันไม่ได้โดยตรง เลือกตามทิศทางการทำงานของวัสดุ
≥ 80 MPaกำลังอัด 28 วัน Lanko 701 แบบข้น
≥ 45 MPaกำลังอัด 28 วัน Lanko 731
35 mmความหนาสูงสุดต่อชั้นของ Lanko 731

สรุปก่อนเลือก: 701 เทเข้าไปเติมช่องว่าง, 731 ฉาบซ่อมผิวคอนกรีต

หลายคนสับสนระหว่าง Lanko 701 กับ Lanko 731 เพราะทั้งคู่เป็นมอร์ตาร์ซีเมนต์จากกลุ่ม Technical Mortars ของ Lanko by Sika ใช้กับงานคอนกรีตเหมือนกัน และมาในถุง 25 กก. เหมือนกัน แต่หน้าที่จริงต่างกันมาก หนึ่งตัวออกแบบให้ไหลเข้าไปเติมช่องว่างและไม่หดตัว อีกตัวออกแบบให้เกาะอยู่บนผิวคอนกรีตเพื่อซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย

คำตอบตรงคำถาม: ใช้แทนกันไม่ได้โดยตรง

ถ้างานคือรองฐานเครื่องจักร ฝังสลักเกลียว อุดช่องใต้เพลท หรือเติมช่องว่างที่ต้องถ่ายแรง ให้ใช้ Lanko 701 ถ้างานคือฉาบซ่อมผิวคอนกรีต เสา คาน ผนัง รูพรุน ผิวหลุดล่อน หรือรอยแตกร้าวที่หยุดนิ่งแล้ว ให้ใช้ Lanko 731

การเลือกผิดอาจทำให้ปัญหาไม่ได้เกิดทันที แต่จะไปแสดงอาการภายหลัง เช่น ใต้ฐานเครื่องจักรมีโพรงเพราะวัสดุไม่ไหลเต็ม สลักเกลียวรับแรงไม่ถูกต้อง ผิวซ่อมแตกร้าวเพราะใช้วัสดุที่ไม่ได้ออกแบบให้ฉาบแนวตั้ง หรือซ่อมหน้างานแล้วหลุดล่อนซ้ำเพราะวัสดุไม่ตรงกับลักษณะความเสียหาย

Lanko 701 คืออะไร เหมาะกับงานแบบไหน?

Lanko 701 Clavex เป็นปูนนอนชริ้งค์เกราท์ หรือ Non-Shrink Grout ที่ออกแบบให้เป็นมอร์ตาร์ผสมเสร็จสำหรับงานเทอุดช่องว่าง งานรองฐาน และงานที่ต้องการกำลังอัดสูง จุดเด่นคือการชดเชยการหดตัวและการไหลตัวเพื่อให้วัสดุเข้าไปเติมเต็มพื้นที่ใต้เพลทหรือช่องว่างได้ดี โดยไม่ต้องพึ่งการเติมน้ำเกินสเปก

งานที่ Lanko 701 เหมาะ

  • เทรองฐานเครื่องจักรและ Base Plate
  • ฝังสลักเกลียวหรือ Anchor Bolt
  • อุดช่องว่างใต้โครงสร้างที่ต้องถ่ายแรง
  • งานพรีคาสท์และรอยต่อที่ต้องการวัสดุไหลเติมเต็ม
  • งาน Micro Concrete เมื่อผสมหินเกล็ดตาม TDS

สิ่งที่ต้องจำของ Lanko 701

  • ใช้แบบข้น 3.25 ลิตรต่อถุง 25 กก.
  • ใช้แบบเหลว 3.75-4 ลิตรต่อถุง 25 กก.
  • กำลังอัด 28 วันแบบข้น ≥ 80 MPa
  • กำลังอัด 28 วันแบบเหลว ≥ 75 MPa
  • ห้ามเติมน้ำเพิ่มหลังผสมเสร็จ

ภาษาหน้างานง่าย ๆ คือ Lanko 701 เป็นวัสดุที่ “ไหลเข้าไป” ทำงานในช่องว่าง แล้วแข็งตัวเป็นส่วนรับแรงของระบบ เหมาะกับงานที่ต้องเติมเต็มพื้นที่แคบหรือพื้นที่ใต้แผ่นเพลทมากกว่างานปาดแต่งผิวแนวตั้ง

Lanko 731 คืออะไร เหมาะกับงานแบบไหน?

Lanko 731 Structure Repair เป็นปูนซ่อมผสมไฟเบอร์สำหรับงานฉาบซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต ใช้กับผิวคอนกรีตที่หลุดล่อน รูพรุน รอยบิ่น มุมเสา มุมคาน ผนัง หรือส่วนที่ต้องการคืนรูปผิวเดิมให้แน่นและแข็งแรง จุดเด่นคือมีไฟเบอร์ช่วยเสริมเนื้อวัสดุ ทำงานได้ดีด้วยเกรียง และทำความหนาได้สูงสุด 35 มม. ต่อชั้น

งานที่ Lanko 731 เหมาะ

  • ซ่อมผิวคอนกรีตหลุดล่อนและรูพรุน
  • ซ่อมเสา คาน ผนัง พื้น และชิ้นส่วนคอนกรีต
  • ซ่อมมุมคอนกรีตที่บิ่นหรือเสียรูป
  • ซ่อมรอยแตกร้าวที่หยุดนิ่งแล้ว
  • เตรียมผิวหรือลบมุมก่อนทำระบบกันซึม

สิ่งที่ต้องจำของ Lanko 731

  • ใช้น้ำ 4.25-4.5 ลิตรต่อถุง 25 กก.
  • กำลังอัด 1 วัน ≥ 20 MPa
  • กำลังอัด 7 วัน ≥ 30 MPa
  • กำลังอัด 28 วัน ≥ 45 MPa
  • ปริมาณการใช้ประมาณ 2 กก./ตร.ม./1 มม.

ภาษาหน้างานง่าย ๆ คือ Lanko 731 เป็นวัสดุที่ “ฉาบขึ้นรูป” บนผิวคอนกรีต เหมาะกับงานซ่อมผิวและซ่อมรูปทรง ไม่ได้ออกแบบให้เป็นมอร์ตาร์ไหลตัวไปเติมใต้ฐานเครื่องจักรหรือช่องว่างลึกแบบปูนเกร้าท์

ตารางเปรียบเทียบ Lanko 701 กับ Lanko 731

หัวข้อเปรียบเทียบ Lanko 701 Clavex Lanko 731 Structure Repair
ประเภทวัสดุ ปูนเทเกร้าท์ Non-Shrink Grout ปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ Repair Mortar
ลักษณะการใช้งาน เทให้ไหลเข้าไปเติมช่องว่าง รองฐาน หรืออุดใต้เพลท ฉาบ ปาด อัด และขึ้นรูปซ่อมผิวคอนกรีต
งานหลัก ฐานเครื่องจักร สลักเกลียว รอยต่อพรีคาสท์ ช่องว่างรับแรง เสา คาน ผนัง ผิวหลุดล่อน รูพรุน มุมบิ่น รอยแตกร้าวหยุดนิ่ง
อัตราน้ำผสม 3.25 ลิตรแบบข้น หรือ 3.75-4 ลิตรแบบเหลว ต่อถุง 25 กก. 4.25-4.5 ลิตรต่อถุง 25 กก.
กำลังอัด 28 วัน ≥ 80 MPa แบบข้น หรือ ≥ 75 MPa แบบเหลว ≥ 45 MPa
ความหนาต่อชั้น เลือกตามช่องว่างและวิธีเทเกร้าท์ของงาน สูงสุด 35 มม. ต่อชั้น
ปริมาณการใช้ ประมาณ 75 ถุงต่อ 1 ลบ.ม. สำหรับมอร์ตาร์ ประมาณ 2 กก./ตร.ม./1 มม.
ควรใช้แทนกันไหม ไม่ควรใช้แทนงานฉาบซ่อมผิว ไม่ควรใช้แทนงานเทเกร้าท์รองฐาน

ทำไม Lanko 731 ถึงไม่ควรใช้เทเกร้าท์แทน Lanko 701?

งานเทเกร้าท์ใต้ฐานเครื่องจักรหรือใต้ Base Plate ต้องการคุณสมบัติหลัก 3 เรื่องคือ ไหลเข้าเต็มช่องว่าง ไม่หดตัว และถ่ายแรงได้เต็มพื้นที่ Lanko 701 ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยตรง ส่วน Lanko 731 ถูกออกแบบเป็นปูนซ่อมที่ใช้เกรียงฉาบและกดอัดลงบนผิวคอนกรีต จึงมีพฤติกรรมการทำงานคนละแบบ

ความเสี่ยงถ้าใช้ 731 เทรองฐาน: วัสดุอาจไม่ไหลเข้าใต้เพลทได้เต็มเหมือนปูนเกร้าท์ เกิดโพรงอากาศหรือช่องว่างบางส่วน ทำให้ฐานรับแรงไม่เต็มหน้าเพลท เมื่อเครื่องจักรสั่นหรือรับโหลดซ้ำ โบลต์อาจรับแรงมากเกินไปและเกิดปัญหาระยะยาว

อีกประเด็นคือกำลังอัดตาม TDS ต่างกันชัดเจน Lanko 701 แบบข้นให้กำลังอัด 28 วัน ≥ 80 MPa ขณะที่ Lanko 731 ให้ ≥ 45 MPa ซึ่งถือว่าสูงสำหรับงานซ่อมผิว แต่ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกับวัสดุเกร้าท์รับแรงสูง การแทนวัสดุจึงไม่ควรดูแค่คำว่า “ปูนซ่อมโครงสร้าง” แต่ต้องดูบทบาทของวัสดุในระบบด้วย

ทำไม Lanko 701 ถึงไม่ควรใช้ฉาบซ่อมแทน Lanko 731?

ในทางกลับกัน Lanko 701 แม้มีกำลังอัดสูงมาก แต่ไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับการฉาบซ่อมผิวเสา คาน หรือผนังทุกกรณี งานฉาบซ่อมต้องการวัสดุที่เกาะผิวดี เก็บรูปได้ ไม่ไหลย้อย และสามารถปาดแต่งผิวให้เป็นทรงเดิมได้ Lanko 731 ถูกออกแบบมาเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ พร้อมไฟเบอร์ในสูตรและความสามารถทำความหนาได้สูงถึง 35 มม. ต่อชั้น

หลักคิดง่าย ๆ: กำลังอัดสูงไม่ใช่คำตอบเดียวของงานซ่อมผิว งานซ่อมผิวต้องการการยึดเกาะ การเก็บรูป ความสามารถฉาบแนวตั้ง และการทำงานร่วมกับผิวคอนกรีตเดิม ซึ่งเป็นหน้าที่ของ Repair Mortar มากกว่า Grout

ถ้าใช้ Lanko 701 ฉาบซ่อมโดยไม่เข้าใจลักษณะวัสดุ อาจเจอปัญหาไหลย้อย แต่งผิวยาก หรือไม่ได้ความหนาและรูปทรงตามต้องการ โดยเฉพาะงานซ่อมเสาและคานที่ต้องปั้นมุมหรือคืนหน้าตัดคอนกรีต งานลักษณะนี้ Lanko 731 จะเหมาะกว่า

คู่มือเลือกใช้ตามอาการหน้างาน

1
ถ้าเป็นช่องว่างใต้เพลทหรือฐานเครื่องจักร

เลือก Lanko 701 เพราะต้องการวัสดุไหลเข้าเต็มและไม่หดตัวหลังแข็งตัว

2
ถ้าเป็นผิวคอนกรีตหลุดล่อน รูพรุน หรือมุมบิ่น

เลือก Lanko 731 เพราะต้องการวัสดุฉาบซ่อมผสมไฟเบอร์ที่เกาะผิวและเก็บรูปได้

3
ถ้าเป็นงานฝังสลักเกลียวหรือ Anchor Bolt

เลือก Lanko 701 เพราะเป็นงานอุดช่องว่างรับแรง ไม่ใช่งานฉาบซ่อมผิว

4
ถ้าเป็นรอยแตกร้าวที่ยังเคลื่อนไหว

อย่าเพิ่งเลือกจาก 701 หรือ 731 ทันที ต้องประเมินสาเหตุรอยร้าวก่อน เพราะวัสดุซ่อมรอยร้าวเคลื่อนไหวอาจต้องใช้ระบบอื่น

ตัวอย่างสถานการณ์จริง เลือกตัวไหน?

ฐานเครื่องจักรใหม่

ใช้ Lanko 701 เพราะต้องเทเข้าใต้ Base Plate ให้เต็ม ลดช่องว่าง และถ่ายแรงลงฐานคอนกรีตอย่างสม่ำเสมอ

เสาคอนกรีตหลุดล่อนเห็นเหล็ก

ใช้ Lanko 731 หลังเตรียมผิวและจัดการสนิมเหล็กตามขั้นตอน เพราะเป็นงานฉาบซ่อมคืนหน้าตัด

เอา 731 ไปเทใต้เพลท

ไม่แนะนำ เพราะไม่ใช่ปูนเกร้าท์ไหลตัวสำหรับรองฐาน เสี่ยงไหลไม่เต็มและเกิดโพรงใต้เพลท

เอา 701 ไปปั้นมุมเสา

ไม่ใช่ทางเลือกหลัก เพราะ 701 ออกแบบเป็นเกร้าท์ ไม่ใช่ปูนฉาบซ่อมผสมไฟเบอร์สำหรับขึ้นรูปผิว

รอยต่อพรีคาสท์ที่ต้องเติมช่อง

ใช้ Lanko 701 หากเป็นช่องว่างที่ต้องการเกร้าท์และรับแรง แต่ต้องดูแบบและสเปกวิศวกรประกอบ

ผิวคอนกรีตรูพรุนก่อนกันซึม

ใช้ Lanko 731 ในงานซ่อมผิวและลบมุมตะเข็บรอยต่อก่อนเข้าสู่ระบบกันซึมตามความเหมาะสม

วิธีผสมและข้อควรระวังที่ไม่ควรสลับกัน

ทั้งสองผลิตภัณฑ์ต้องผสมด้วยน้ำสะอาดและใช้เครื่องผสมความเร็วประมาณ 500 รอบต่อนาที โดยผสมอย่างน้อย 3 นาที พักส่วนผสม 1-3 นาที และห้ามเติมน้ำเพิ่มหลังผสมเสร็จเหมือนกัน แต่ปริมาณน้ำและเป้าหมายของเนื้อวัสดุไม่เหมือนกัน

รายการ Lanko 701 Lanko 731
น้ำต่อถุง 25 กก. 3.25 ลิตรแบบข้น หรือ 3.75-4 ลิตรแบบเหลว 4.25-4.5 ลิตร
เป้าหมายเนื้อวัสดุ ไหลหรือกึ่งข้นเพื่อเทเข้าเติมช่องว่าง ข้นพอสำหรับฉาบ กดอัด และขึ้นรูปผิว
ข้อห้ามสำคัญ อย่าเติมน้ำเพิ่มเพื่อเร่งการไหลหลังผสมเสร็จ อย่าเติมน้ำเพิ่มเพื่อให้ฉาบง่าย เพราะลดกำลังและเพิ่มการแตกร้าว
การทำงานหลังผสม เทต่อเนื่องให้ไหลเข้าเต็มช่องและลดการกักอากาศ ฉาบชั้นแรกด้วยแรงกดให้ยึดเกาะ แล้วเติมให้ได้ความหนาที่ต้องการ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือก 701 กับ 731 ผิด

  • ดูแค่คำว่า “ซ่อมโครงสร้าง” แล้วใช้ 731 ทุกงาน: งานซ่อมโครงสร้างบางงานเป็นงานอุดช่องว่างรับแรง ซึ่งต้องใช้เกร้าท์ ไม่ใช่ปูนฉาบ
  • ดูแค่กำลังอัดสูงแล้วใช้ 701 ทุกงาน: งานฉาบซ่อมต้องการการยึดเกาะและการเก็บรูปบนผิว ไม่ใช่กำลังอัดอย่างเดียว
  • เติมน้ำเพิ่มเพื่อให้วัสดุทำงานง่าย: ทั้ง 701 และ 731 ระบุไม่ให้เติมน้ำหลังผสม เพราะจะทำให้คุณสมบัติลดลง
  • ไม่เตรียมผิวก่อนซ่อม: งานซ่อมผิวด้วย 731 ต้องสกัดส่วนหลวม ทำความสะอาด และทำให้ผิวพร้อมรับวัสดุ ไม่ใช่ฉาบทับผิวเสีย
  • ไม่ประเมินรอยร้าวว่าเคลื่อนไหวหรือหยุดนิ่ง: 731 เหมาะกับรอยแตกร้าวที่หยุดนิ่งแล้ว หากรอยร้าวยังเคลื่อนไหวต้องวิเคราะห์ระบบซ่อมใหม่

สรุปเลือกใช้งานแบบเร็ว

จำเป็นประโยคเดียว

Lanko 701 ใช้เมื่อ “ต้องเทเข้าไปเติมช่องว่างและรับแรง” ส่วน Lanko 731 ใช้เมื่อ “ต้องฉาบซ่อมผิวคอนกรีตและคืนรูปโครงสร้าง” ถ้างานของคุณเป็นใต้เพลท ฐานเครื่องจักร หรือสลักเกลียว ให้เริ่มที่ 701 ถ้าเป็นผิวหลุดล่อน รูพรุน เสา คาน ผนัง หรือมุมบิ่น ให้เริ่มที่ 731

ถ้าแบบก่อสร้างหรือสเปกวิศวกรระบุผลิตภัณฑ์ไว้แล้ว ไม่ควรเปลี่ยนวัสดุเองเพียงเพราะของหน้างานมีไม่ครบ การเปลี่ยนจาก 701 เป็น 731 หรือจาก 731 เป็น 701 ควรผ่านการอนุมัติจากวิศวกรหรือผู้รับผิดชอบโครงการเสมอ เพราะคุณสมบัติและหน้าที่ของวัสดุแตกต่างกันตั้งแต่ระดับการออกแบบ

คำถามที่พบบ่อย

Lanko 701 กับ Lanko 731 ใช้แทนกันได้ไหม?

ไม่ควรใช้แทนกันโดยตรง เพราะ Lanko 701 เป็นปูนเทเกร้าท์ Non-Shrink สำหรับเติมช่องว่างและรองรับแรง ส่วน Lanko 731 เป็นปูนซ่อมผสมไฟเบอร์สำหรับฉาบซ่อมผิวคอนกรีต

Lanko 731 ใช้เทรองฐานเครื่องจักรแทน Lanko 701 ได้ไหม?

ไม่แนะนำ เพราะงานรองฐานต้องการวัสดุไหลเข้าเต็มช่องว่างและไม่หดตัว Lanko 731 เป็นวัสดุฉาบซ่อม ไม่ใช่ปูนเกร้าท์สำหรับใต้เพลท

Lanko 701 ใช้ฉาบซ่อมเสาหรือคานแทน Lanko 731 ได้ไหม?

ไม่ใช่ทางเลือกหลัก เพราะ Lanko 701 ออกแบบสำหรับเทเกร้าท์ ส่วน Lanko 731 ออกแบบสำหรับฉาบซ่อมผิว เก็บรูป และซ่อมคอนกรีตที่หลุดล่อนหรือเสียหาย

ถ้าต้องซ่อมคอนกรีตเห็นเหล็กเสริมควรใช้ตัวไหน?

โดยทั่วไปงานฉาบซ่อมคืนหน้าตัดคอนกรีตให้พิจารณา Lanko 731 แต่ต้องเตรียมผิว สกัดส่วนหลวม ทำความสะอาด และจัดการเหล็กเสริมตามขั้นตอนซ่อมโครงสร้างก่อนใช้งาน

ถ้าต้องอุดช่องใหญ่ควรใช้ 701 หรือ 731?

ถ้าเป็นช่องว่างที่ต้องเทเติมและรับแรง ให้ใช้ Lanko 701 และพิจารณาวิธีผสมหินเกล็ดตาม TDS หากเหมาะสม ถ้าเป็นการฉาบซ่อมผิวเป็นชั้นหนาไม่เกิน 35 มม. ต่อชั้น ให้ใช้ Lanko 731

ทั้งสองตัวผสมน้ำเท่าไร?

Lanko 701 ใช้น้ำ 3.25 ลิตรต่อถุง 25 กก. สำหรับแบบข้น หรือ 3.75-4 ลิตรสำหรับแบบเหลว ส่วน Lanko 731 ใช้น้ำ 4.25-4.5 ลิตรต่อถุง 25 กก.

Similar Posts