3 ขั้นตอนทากันซึมดาดฟ้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus ให้ได้มาตรฐาน ป้องกันน้ำรั่วซึม 100%
SIKALASTIC 501 ROOFSEAL PLUS ROOFTOP WATERPROOFING

3 ขั้นตอนทากันซึมดาดฟ้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus ให้ได้มาตรฐาน ป้องกันน้ำรั่วซึม 100%

ดาดฟ้ารั่วซึมมักไม่ได้เกิดจากวัสดุกันซึมอย่างเดียว แต่เกิดจากพื้นผิวที่ยังมีฝุ่น ความชื้น รอยแตกร้าว น้ำขัง หรือการทาแต่ละชั้นไม่ครบอัตรา Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว ยืดหยุ่นสูง ทนรังสียูวี และทำฟิล์มไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคาใหม่และงานปรับปรุงดาดฟ้าที่มีปัญหารั่วซึม เมื่อทำตาม 3 ขั้นตอนหลักอย่างเป็นระบบ จะช่วยลดความเสี่ยงน้ำรั่วซ้ำและทำให้งานกันซึมได้มาตรฐานมากขึ้น

PU สูตรน้ำ พร้อมใช้งาน ระบบทั่วไป 2-3 ชั้น รองพื้นเจือจางน้ำ 10% เสริม Fleece จุดเสี่ยง
1.4-2.1กก./ตร.ม. ปริมาณรวมระบบทั่วไป
2.1-2.8กก./ตร.ม. ปริมาณรวมระบบเสริมแรง
≤ 6%ความชื้นพื้นผิวก่อนทา
Sikalastic 501 Roofseal Plus วัสดุกันซึมดาดฟ้าและหลังคา

Sikalastic®-501 Roofseal Plus

วัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ใช้ได้กับงานกันซึมหลังคาโครงสร้างใหม่ งานปรับปรุงหลังคาเดิม และพื้นที่ที่มีรายละเอียดซับซ้อน เช่น มุมพื้นชนผนัง ขอบ parapet รางน้ำ ท่อทะลุพื้น และแนวรอยแตกร้าวที่ต้องเสริมความแข็งแรงเฉพาะจุด

Quick Answer: 3 ขั้นตอนทากันซึมดาดฟ้าให้ได้มาตรฐานคืออะไร?

คำตอบสั้น

ให้ทำตามลำดับ 1) เตรียมพื้นผิวให้แข็งแรง สะอาด แห้ง และไม่มีความชื้นดัน 2) รองพื้นและเก็บรายละเอียดจุดเสี่ยง เช่น รอยแตก มุมพื้นชนผนัง รางน้ำ และรอบท่อ 3) ทา Sikalastic®-501 Roofseal Plus ตามระบบและอัตราที่กำหนด โดยระบบทั่วไปใช้ 2-3 ชั้น ปริมาณรวมประมาณ 1.4-2.1 กก./ตร.ม. ส่วนระบบเสริมแรงด้วย Sikalastic® Fleece ใช้ประมาณ 2.1-2.8 กก./ตร.ม. และต้องรอเคลือบทับตามอุณหภูมิและความชื้นจริง

คำว่า “ป้องกันน้ำรั่วซึม 100%” ในหน้างานจริงไม่ได้แปลว่าทาเร็ว ทาหนามาก หรือใช้วัสดุดีแล้วจบ แต่หมายถึงการปิดเส้นทางน้ำให้ครบทั้งพื้นที่แนวราบและรายละเอียดทุกจุดที่น้ำมีโอกาสเข้า เช่น รอยแตกเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นเมื่อพื้นแห้ง รอยต่อวัสดุเดิม ขอบท่อระบายน้ำ และแนวมุมที่พื้นกับผนังขยับตัวไม่เท่ากัน หากจุดเหล่านี้ถูกปล่อยไว้ งานกันซึมอาจดูสวยตอนส่งมอบ แต่รั่วซ้ำเมื่อเจอฝนต่อเนื่องหรือน้ำขังนาน

Sikalastic®-501 Roofseal Plus มีจุดเด่นคือเป็นวัสดุส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ไม่ต้องใช้ความร้อนหรือเปลวไฟ ทำเป็นฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ ทน UV ยืดหยุ่นสูง และยึดเกาะได้ดีกับพื้นผิวทั้งชนิดพรุนและไม่พรุนเมื่อเตรียมพื้นถูกต้อง แต่ประสิทธิภาพเหล่านี้จะเกิดขึ้นเต็มที่เมื่อทำครบระบบ ตั้งแต่การตรวจพื้น ความชื้น การรองพื้น อัตราการใช้ต่อชั้น และการป้องกันฝนระหว่างรอแห้ง

ทำไมงานกันซึมดาดฟ้าต้องทำเป็นระบบ ไม่ใช่แค่ทาให้ทั่ว?

ดาดฟ้าเป็นพื้นที่รับสภาพอากาศหนักกว่าผนังหรือพื้นภายในมาก ช่วงกลางวันพื้นคอนกรีตร้อนและขยายตัว ช่วงกลางคืนเย็นลงและหดตัว เมื่อฝนตกน้ำอาจไหลผ่านหรือขังตามแอ่งเป็นเวลานาน ชั้นกันซึมจึงต้องรับทั้งแรงดึง แรงเฉือน ความร้อน รังสียูวี และความชื้นซ้ำ ๆ หากทาบนพื้นไม่แข็งแรงหรือทาบางเกิน ระบบจะเสื่อมเร็วกว่าที่ควร

การทำงานแบบมาตรฐานจึงต้องมองดาดฟ้าเป็น 3 ส่วนพร้อมกัน ได้แก่ พื้นผิวเดิม ที่ต้องสะอาดและรับแรงได้, รายละเอียดจุดเสี่ยง ที่ต้องเสริมก่อนทาพื้นหลัก และ ฟิล์มกันซึมหลัก ที่ต้องมีความหนาและความต่อเนื่องตามระบบ ไม่ควรให้ชั้นใดชั้นหนึ่งทำงานแทนอีกชั้น เช่น ใช้กันซึมหนา ๆ เพื่อกลบรอยแตกใหญ่ หรือใช้ตาข่ายเสริมแรงโดยไม่ซ่อมพื้นร่วนก่อน

พื้นต้องพร้อม

พื้นคอนกรีตต้องแน่นทึบ แข็งแรง แห้ง และไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน จารบี หรือวัสดุหลุดร่อน

จุดเสี่ยงต้องละเอียด

มุมพื้นชนผนัง รอยแตก รอยต่อ และรอบท่อควรทำก่อนพื้นหลัก เพราะเป็นตำแหน่งรั่วซ้ำบ่อย

อัตราต้องครบ

ระบบทั่วไปและระบบเสริมแรงมีปริมาณใช้ต่างกัน การทาบางเพื่อประหยัดมักเพิ่มความเสี่ยงงานเสีย

หากเป็นดาดฟ้าเก่าที่เคยทากันซึมหลายรอบ ต้องตรวจว่าชั้นเดิมยึดเกาะดีจริงหรือไม่ ข้อมูล Sika ระบุว่าสินค้าสามารถทาทับได้โดยไม่จำเป็นต้องลอกของเก่าออก แต่ในเชิงหน้างานต้องเข้าใจว่า “ทาทับได้” หมายถึงทับบนชั้นเดิมที่สะอาด แข็งแรง และยึดเกาะดี ไม่ใช่ทับบนชั้นเก่าที่พอง ล่อน เป็นฝุ่น หรือมีน้ำขังใต้ฟิล์ม

สเปกสำคัญของ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ที่ควรรู้ก่อนเริ่มงาน

Sikalastic®-501 Roofseal Plus เป็นวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว มีความยืดหยุ่นสูง ทนรังสียูวี และเพิ่มคุณสมบัติทนต่อน้ำแช่ขัง เหมาะกับหลังคาโครงสร้างใหม่ งานปรับปรุงหลังคา และหลังคาที่มีรายละเอียดมากหรือรูปทรงซับซ้อน จุดเด่นที่ช่วยให้เหมาะกับงานดาดฟ้าคือทำงานแบบไร้รอยต่อ ไม่ต้องใช้ความร้อนหรือเปลวไฟ มี VOC ต่ำ และไอน้ำสามารถซึมผ่านได้

หัวข้อข้อมูลสำคัญความหมายต่อหน้างาน
ประเภทวัสดุโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียวเปิดถัง กวนให้เข้ากัน และใช้งานได้โดยไม่ต้องผสมส่วน A/B
ขนาดบรรจุ4 กก./ถัง และ 20 กก./ถังเลือกขนาดตามพื้นที่จริงและจำนวนชั้นที่ต้องทำ
สีสินค้าสีเทา สีขาว และสีเขียวควรเช็กสีและสต็อกก่อนสั่งซื้อ เพราะงานดาดฟ้ามักต้องการสีต่อเนื่องทั้งพื้นที่
อายุผลิตภัณฑ์12 เดือนเมื่อจัดเก็บถูกต้องในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิทและไม่เสียหายตรวจวันผลิตและสภาพถังก่อนใช้งาน โดยเฉพาะงานโครงการที่เก็บวัสดุนาน
การเก็บรักษาพื้นที่แห้ง ไม่โดนแดดโดยตรง อุณหภูมิ +5°C ถึง +30°Cไม่ควรวางถังกลางแดดจัดบนดาดฟ้านานก่อนเริ่มงาน
ความหนาแน่นประมาณ 1.30 กก./ลิตร ที่ +25°Cช่วยใช้ประเมินการคำนวณวัสดุและการควบคุมอัตราทา

สำหรับการใช้งานจริง สิ่งที่ควรจำมากที่สุดคือวัสดุนี้ไม่ใช่สีทาหลังคาทั่วไป แต่เป็นระบบกันซึมที่ต้องทาตามจำนวนชั้นและอัตราที่กำหนด การทาบางเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นจะทำให้ความหนาฟิล์มไม่พอ ส่วนการทาหนาเกินต่อชั้นก็เสี่ยงแห้งไม่สม่ำเสมอ โดยเอกสาร Sika ระบุว่าไม่ควรใช้เกิน 0.75 กก./ตร.ม./ชั้น หากไม่ได้เสริมความแข็งแรง

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมพื้นผิวดาดฟ้าให้พร้อมก่อนทา

ขั้นตอนแรกคือขั้นตอนที่กำหนดอายุงานมากที่สุด พื้นผิวคอนกรีตต้องแน่นทึบ แข็งแรง สะอาด แห้ง และปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน จารบี รวมถึงเศษวัสดุอื่น ๆ ที่ขวางการยึดเกาะ หากพื้นมีชั้นกันซึมเก่าที่พองหรือล่อน ต้องขูดออกจนถึงชั้นที่แข็งแรง หากมีคราบตะไคร่หรือคราบสกปรก ต้องทำความสะอาดและปล่อยให้แห้งก่อนเริ่มระบบ

  1. สำรวจน้ำขังและ slope: ราดน้ำหรือดูคราบน้ำเดิมเพื่อหาจุดแอ่ง หากน้ำขังลึกหรือขังนานควรแก้ระดับก่อน เพราะน้ำแช่ขังต่อเนื่องเพิ่มภาระให้ชั้นกันซึม
  2. เปิดรอยร้าวและซ่อมให้ถูกชนิด: รอยร้าวที่ยังเคลื่อนตัวควรประเมินและใช้วัสดุซ่อมที่เหมาะสม ไม่ควรใช้กันซึมทากลบรอยแตกใหญ่โดยตรง
  3. กำจัดฝุ่นและผิวร่วน: ใช้การขัด เจียร หรือทำความสะอาดเชิงกลตามสภาพพื้น แล้วดูดฝุ่นหรือล้างทำความสะอาดให้หมด
  4. ตรวจความชื้น: ความชื้นพื้นผิวควรไม่เกิน 6% โดยน้ำหนัก และต้องไม่มีความชื้นดันขึ้นจากด้านล่างเมื่อทดสอบด้วยแผ่นพลาสติกตามแนว ASTM
  5. ป้องกันพื้นที่ข้างเคียง: ขอบประตู ผนัง งานระบบ และพื้นที่ที่ไม่ต้องการให้เปื้อนควรปิดเทปหรือป้องกันก่อนเริ่มทา

จุดที่ห้ามมองข้าม: พื้นเปียก พื้นชื้นจากด้านล่าง สีเดิมล่อน ฝุ่นปูน คราบน้ำมัน และชั้นกันซึมเก่าที่ไม่ยึดเกาะ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้งานกันซึมพอง ล่อน หรือรั่วซ้ำ แม้ใช้วัสดุคุณภาพดีก็ตาม

ถ้าดาดฟ้ามีรอยร้าวจำนวนมาก ควรถ่ายรูปและทำแผนผังตำแหน่งก่อนเริ่มงาน เพราะเมื่อทารองพื้นแล้วรอยบางส่วนอาจมองยากขึ้น การเก็บข้อมูลตั้งแต่ต้นช่วยให้ทีมช่างรู้ว่าจุดไหนต้องเสริม Fleece หรือเก็บรายละเอียดมากกว่าพื้นปกติ

ขั้นตอนที่ 2: รองพื้นและเก็บรายละเอียดจุดเสี่ยงรั่วซึม

หลังพื้นสะอาดและแห้ง ขั้นต่อมาคือการรองพื้นตามระบบ สำหรับพื้นซีเมนต์ อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบ เอกสาร Sika ระบุให้ใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางด้วยน้ำ 10% ในอัตราประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. การรองพื้นช่วยลดการดูดซึมไม่สม่ำเสมอและช่วยให้ชั้นกันซึมหลักยึดเกาะกับพื้นได้ดีขึ้น

ก่อนใช้งานควรกวนวัสดุประมาณ 1 นาทีให้ทั่วและเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ควรกวนนานเกินไปเพื่อลดการกระจายตัวของฟองอากาศ เมื่อทารองพื้นแล้วต้องรอให้แห้งและไม่ติดมือก่อนเริ่มเคลือบชั้นถัดไป หากพื้นผิวอื่นนอกเหนือจากที่ระบุ ควรทดลองทาบริเวณเล็ก ๆ เพื่อตรวจการยึดเกาะก่อนทำทั้งพื้นที่

จุดที่ควรเก็บรายละเอียดก่อนทาพื้นหลัก

มุมพื้นชนผนัง

ควรทำเป็นแนวต่อเนื่องขึ้นผนังและลงพื้น เพื่อกันน้ำย้อนเข้าตามแนวมุม

รอบท่อทะลุพื้น

ต้องเก็บรอบฐานท่อให้ฟิล์มแนบสนิท เพราะเป็นจุดที่น้ำไหลรวมและมีหลายรอยต่อ

รางน้ำและปาก drain

ควรทำให้ต่อเนื่องและไม่เหลือขอบฟิล์มที่น้ำสามารถเซาะเข้าใต้ชั้นกันซึม

รอยแตกร้าวเดิม

ซ่อมรอยแตกก่อน แล้วเสริม Fleece คร่อมแนวที่มีโอกาสขยับตัว

รอยต่อพื้นเก่า-ใหม่

เป็นตำแหน่งที่วัสดุสองช่วงอาจเคลื่อนตัวต่างกัน จึงควรเสริมแรงเป็นพิเศษ

ขอบ parapet

รับแดดและฝนมากกว่าหลายจุด ควรตรวจรอยแยกแนวตั้งและแนวนอนให้ครบ

ในกรณีพื้นที่มีการเคลื่อนตัวสูง พื้นผิวไม่เรียบ มีรอยแตกร้าว รอยต่อ หรือตะเข็บบนพื้นผิวที่มีรายละเอียด Sika ระบุการเสริมความแข็งแรงด้วย Sikalastic® Fleece โดยต้องปูให้เรียบ ไม่มีฟองอากาศหรือรอยย่น และซ้อนทับแนวรอยต่ออย่างน้อย 5 ซม. หลักการสำคัญคือทำจุดรายละเอียดก่อนพื้นแนวราบ เพื่อไม่ให้จุดเสี่ยงถูกทาทับแบบบางหรือขาดความต่อเนื่อง

ขั้นตอนที่ 3: ทา Sikalastic®-501 Roofseal Plus ตามจำนวนชั้นและอัตราที่ถูกต้อง

เมื่อพื้นผ่านการรองพื้นและเก็บจุดเสี่ยงแล้ว จึงเริ่มทาระบบกันซึมหลัก โดยเลือกว่าจะใช้ ระบบกันซึมหลังคาทั่วไป หรือ ระบบเสริมความแข็งแรง หากพื้นใหม่ สภาพดี ไม่มีรอยแตกร้าวมาก และต้องการระบบทั่วไป สามารถใช้การเคลือบ 2-3 ชั้นตามอัตรา แต่ถ้าเป็นดาดฟ้าเก่า เคยรั่วซ้ำ มีรอยต่อเยอะ หรือมีจุดเคลื่อนตัวสูง ควรพิจารณาระบบเสริม Fleece เฉพาะจุดหรือเต็มพื้นที่ตามการประเมิน

ระบบลำดับงานปริมาณใช้โดยรวมความหนาโดยรวม
ระบบทั่วไปทา Sikalastic®-501 Roofseal Plus 2-3 ชั้น≥ 1.4-2.1 กก./ตร.ม.≥ 0.5-0.8 มม.
ระบบเสริมแรงเบสโคท + Sikalastic® Fleece + เบสโคท + ท็อปโคท 1-2 ชั้น≥ 2.1-2.8 กก./ตร.ม.≥ 0.9-1.1 มม.

วิธีทาระบบทั่วไป

  1. ทาชั้นแรก: ทา Sikalastic®-501 Roofseal Plus ประมาณ 0.7 กก./ตร.ม. ให้สม่ำเสมอ ไม่ลากจนบางเกิน
  2. รอให้แห้งตามเวลารอเคลือบทับ: ระยะเวลาขึ้นกับอุณหภูมิและความชื้น ไม่ควรรีบทาทับเมื่อชั้นล่างยังไม่พร้อม
  3. ทาชั้นบนสุด 2 ชั้นหรือมากกว่า: ใช้ประมาณ 0.7 กก./ตร.ม./ชั้น และตรวจว่าฟิล์มครอบคลุมต่อเนื่องทุกจุด

วิธีทาระบบเสริมความแข็งแรง

  1. ทาเบสโคท: ใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ประมาณ 0.7-1.0 กก./ตร.ม.
  2. ปู Sikalastic® Fleece ขณะยังเปียก: กดให้เรียบ ไม่มีฟองอากาศหรือรอยย่น และซ้อนทับแนวรอยต่ออย่างน้อย 5 ซม.
  3. ทาเบสโคททับทันที: ใช้ประมาณ 0.3-0.5 กก./ตร.ม. โดยทาขณะที่ Fleece ยังเปียกอยู่เพื่อให้จมในระบบ
  4. ทำซ้ำจนทั่วพื้นที่: เก็บรายละเอียดมากก่อน เช่น ขอบมุม รางน้ำ และรอบท่อ แล้วจึงทำพื้นแนวราบ
  5. ทาท็อปโคท: หลังวัสดุทั้ง 2 ชั้นแห้งแล้ว ทาชั้นบนสุดอีก 1 ชั้นหรือมากกว่า ใช้ประมาณ 0.6-0.7 กก./ตร.ม./ชั้น

เทคนิคคุมคุณภาพ: แบ่งพื้นที่ทำงานตามจำนวนถังและอัตราใช้ที่คำนวณไว้ เช่น หากต้องใช้ 0.7 กก./ตร.ม. ต่อชั้น ควรกำหนดพื้นที่ต่อถังให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการทาบางโดยไม่รู้ตัว

อัตราการใช้ เวลารอ และเงื่อนไขอากาศที่ต้องควบคุม

ตัวเลขในเอกสารผลิตภัณฑ์เป็นจุดเริ่มต้นของการคุมงาน แต่หน้างานจริงต้องเผื่อความพรุน ความขรุขระ ความลาดเอียง การสูญเสียจากลูกกลิ้งหรือแปรง และพื้นที่รายละเอียด เช่น มุม ท่อ รอยต่อ ซึ่งใช้วัสดุมากกว่าพื้นเรียบ การคำนวณควรใช้พื้นที่จริงคูณจำนวนชั้นและอัตราที่ต้องการ ไม่ควรคำนวณจากพื้นที่รวมเพียงอย่างเดียว

หัวข้อควบคุมค่าที่ควรใช้เป็นแนวทางข้อควรจำ
รองพื้นบนซีเมนต์/อิฐ/หิน/กระเบื้องไม่เคลือบSikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10% ประมาณ 0.3 กก./ตร.ม.รอให้แห้งและไม่ติดมือก่อนทาชั้นต่อไป
ชั้นทาระบบทั่วไปประมาณ 0.7 กก./ตร.ม./ชั้นระบบทั่วไปใช้ 2-3 ชั้น ปริมาณรวม 1.4-2.1 กก./ตร.ม.
เบสโคทระบบเสริมแรง0.7-1.0 กก./ตร.ม.ต้องปู Fleece ขณะวัสดุยังเปียกและกดให้แนบ
ทาทับ Fleece0.3-0.5 กก./ตร.ม.เส้นใยต้องจมในฟิล์ม ไม่มีฟองอากาศหรือรอยย่น
ท็อปโคท0.6-0.7 กก./ตร.ม./ชั้นทำหลังชั้นล่างแห้ง และตรวจสี/ความต่อเนื่องของผิว
+20°C / RH 50%

เวลารอเคลือบทับโดยประมาณ: เสริมแรง 24 ชั่วโมง, ไม่เสริมแรง 6 ชั่วโมง

+30°C / RH 50%

เวลารอเคลือบทับโดยประมาณ: เสริมแรง 12 ชั่วโมง, ไม่เสริมแรง 4 ชั่วโมง

ฝนและความชื้น

เวลาเหล่านี้เปลี่ยนได้ตามสภาพอากาศ ไม่ควรทาก่อนฝนหรือเมื่อพื้นชื้น

เงื่อนไขการทำงานควรอยู่ในช่วงอุณหภูมิแวดล้อม +10°C ถึง +40°C ความชื้นสัมพัทธ์อากาศไม่เกิน 80% อุณหภูมิพื้นผิว +5°C ถึง +60°C และพื้นผิวควรสูงกว่าอุณหภูมิจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C เพื่อลดความเสี่ยงการควบแน่นใต้ฟิล์ม หากทำงานช่วงเช้ามืดหรือหลังฝนหยุดไม่นาน ต้องระวังน้ำค้างและความชื้นที่ยังค้างอยู่บนผิว

ตรวจงานก่อนส่งมอบ: เช็กอย่างไรให้มั่นใจว่ากันซึมต่อเนื่อง

หลังทาชั้นสุดท้ายแล้ว ควรตรวจงานก่อนเปิดใช้งานหรือส่งมอบ พื้นผิวต้องต่อเนื่อง ไม่มีรูเข็ม ไม่มีฟองพอง ไม่มีบริเวณที่สีบางจนเห็นพื้นเดิม และไม่มีรอยฉีกตามมุมหรือรอบท่อ จุดที่ควรเดินตรวจซ้ำคือรางน้ำ ปาก drain แนว parapet รอยต่อ Fleece และพื้นที่ที่ช่างหยุดต่อช่วงงาน เพราะเป็นตำแหน่งที่มักเกิดรอยซ้อนหรือรอยต่อไม่เต็ม

จุดตรวจสภาพที่ควรเห็นหากพบปัญหา
มุมพื้นชนผนังฟิล์มต่อเนื่อง ขึ้นผนังและลงพื้น ไม่มีรอยขาดทำความสะอาดและทาซ่อมเฉพาะจุดตามระบบ
รอบท่อและ drainฟิล์มแนบ ไม่มีช่องว่างรอบฐานท่อหรือขอบ drainเก็บรายละเอียดเพิ่มก่อนเปิดใช้งาน
รอยต่อ Fleeceซ้อนทับเพียงพอ เส้นใยจม ไม่ลอย และไม่มีรอยย่นทาทับเพิ่มให้จมและต่อเนื่อง
พื้นที่แนวราบสีสม่ำเสมอ ไม่มีจุดบาง รูเข็ม หรือฟองขัด/ทำความสะอาดเฉพาะจุด แล้วทาซ่อมตามสภาพ
ทางเดินและงานระบบไม่มีรอยขูด เจาะ หรือลากอุปกรณ์บนฟิล์มซ่อมก่อนให้คนขึ้นใช้งานประจำ

สำหรับดาดฟ้าที่ต้องมีคนขึ้นไปตรวจถังน้ำ แอร์ หรือระบบไฟฟ้าบ่อย ควรออกแบบทางเดินหรือแผ่นป้องกันเฉพาะจุด เพราะฟิล์มกันซึมไม่ควรถูกลากของหนัก ขาตั้งเหล็ก หรือเครื่องมือคมโดยตรง การดูแลหลังส่งมอบสำคัญพอ ๆ กับการติดตั้ง หากชั้นกันซึมถูกเจาะหรือขูดจนขาด น้ำสามารถเข้าสู่ระบบได้ทันที

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก อัตราการใช้ การเตรียมพื้นผิว และเวลารอเคลือบทับอ้างอิงจากหน้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus บน Sika Thailand ควรตรวจเอกสารผลิตภัณฑ์ฉบับล่าสุดและประเมินหน้างานจริงก่อนติดตั้งทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

Sikalastic®-501 Roofseal Plus คือวัสดุประเภทไหน?

เป็นวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน มีความยืดหยุ่นสูง ทนรังสียูวี และทำเป็นฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคาใหม่และงานปรับปรุงหลังคาที่มีปัญหารั่วซึม

ทากันซึมดาดฟ้าด้วย Sikalastic 501 ต้องทำกี่ชั้น?

ระบบกันซึมหลังคาทั่วไปใช้ 2-3 ชั้น ปริมาณรวมประมาณ 1.4-2.1 กก./ตร.ม. ส่วนระบบเสริมความแข็งแรงด้วย Sikalastic® Fleece ใช้เบสโคท เสริม Fleece เบสโคททับ และท็อปโคท 1-2 ชั้น ปริมาณรวมประมาณ 2.1-2.8 กก./ตร.ม.

ต้องรองพื้นก่อนทา Sikalastic®-501 Roofseal Plus หรือไม่?

ควรรองพื้นตามสภาพพื้นผิว สำหรับซีเมนต์ อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบ เอกสาร Sika ระบุให้ใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10% ในอัตราประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. แล้วรอให้แห้งและไม่ติดมือก่อนทาชั้นถัดไป

พื้นต้องแห้งแค่ไหนก่อนเริ่มทากันซึม?

ความชื้นพื้นผิวควรไม่เกิน 6% โดยน้ำหนัก และต้องไม่มีความชื้นขึ้นสะสมจากด้านล่างเมื่อคลุมด้วยแผ่นพลาสติกตามแนว ASTM หากพื้นยังชื้นหรือมี rising moisture ควรแก้สาเหตุก่อนทำระบบกันซึม

ทาหนา ๆ ครั้งเดียวแทนหลายชั้นได้ไหม?

ไม่ควร เพราะการทาหนาเกินต่อชั้นทำให้ฟิล์มแห้งไม่สม่ำเสมอและเสี่ยงเกิดปัญหา เอกสาร Sika ระบุว่าห้ามใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus มากกว่า 0.75 กก./ตร.ม./ชั้น หากไม่เสริมความแข็งแรง

จุดไหนควรเสริม Sikalastic® Fleece?

ควรเสริมบริเวณที่มีการเคลื่อนตัวสูง พื้นผิวไม่เรียบ รอยแตกร้าว รอยต่อ ตะเข็บ มุมพื้นชนผนัง รอบท่อ รางน้ำ และปาก drain โดยปูให้เรียบ ไม่มีฟองอากาศหรือรอยย่น และซ้อนทับแนวรอยต่ออย่างน้อย 5 ซม.

รอทาทับแต่ละชั้นนานแค่ไหน?

โดยประมาณที่ +20°C / RH 50% ระบบเสริมแรงรอประมาณ 24 ชั่วโมง และระบบไม่เสริมแรงรอประมาณ 6 ชั่วโมง ส่วนที่ +30°C / RH 50% ระบบเสริมแรงรอประมาณ 12 ชั่วโมง และไม่เสริมแรงประมาณ 4 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นกับอุณหภูมิและความชื้นจริง

ใช้ Sikalastic 501 ทาทับกันซึมเก่าได้ไหม?

ใช้ทาทับได้ในกรณีชั้นเดิมยึดเกาะดี สะอาด แห้ง และไม่ล่อน หากชั้นเดิมพอง หลุดร่อน เป็นฝุ่น หรือมีน้ำขังใต้ฟิล์ม ต้องขูดหรือซ่อมจนถึงชั้นที่แข็งแรงก่อน ไม่ควรทาทับเพื่อกลบปัญหาเดิม

Sikalastic®-501 Roofseal Plus มีสีและขนาดบรรจุอะไรบ้าง?

ข้อมูล Sika ระบุขนาดบรรจุ 4 กก./ถัง และ 20 กก./ถัง มีสีเทา สีขาว และสีเขียว ควรเช็กสีและสต็อกกับผู้จำหน่ายก่อนสั่งซื้อ โดยเฉพาะงานพื้นที่ใหญ่ที่ต้องการสีต่อเนื่อง

ซื้อ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา สีสินค้า และคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง

Similar Posts