วิธีขัดมันพื้นคอนกรีตด้วย Lanko 243 ให้เรียบเนียน ไม่ลอกร่อน | GY Asia
LANKO 243 FLOOR HARDENER APPLICATION STANDARD

วิธีขัดมันพื้นคอนกรีตด้วย Lanko 243 ให้เรียบเนียน ไม่ลอกร่อน ตามมาตรฐานผู้ผลิต

งานขัดมันพื้นคอนกรีตด้วย Lanko 243 จะออกมาสวย เรียบเนียน และไม่ลอกร่อน ไม่ได้ขึ้นกับเครื่องขัดอย่างเดียว แต่ขึ้นกับจังหวะโรย ปริมาณวัสดุ การแบ่งโรย 2 รอบ การขัดให้แน่น และการบ่มหลังจบงาน บทความนี้สรุปขั้นตอนตามแนวทางผู้ผลิตสำหรับผู้รับเหมาและทีมหน้างานที่ต้องการลดปัญหาผิวล่อน ผิวเป็นฝุ่น และสีไม่สม่ำเสมอ

เรียบเนียน ไม่ลอกร่อน โรย 2 รอบ 3-7 กก./ตร.ม. อิง TDS ผู้ผลิต
3 mmรอยเท้าก่อนเริ่มโรย
25 kgบรรจุต่อถุง
60 MPaกำลังอัด 28 วัน

หลักสำคัญ: พื้นเรียบเนียนเริ่มจากจังหวะโรยที่ถูกต้อง

Lanko 243 เป็นวัสดุชนิด Dry Shake Floor Hardener จึงต้องโรยบนคอนกรีตสดในช่วงที่คอนกรีตเริ่มเซตตัว ไม่ใช่โรยบนพื้นคอนกรีตที่แห้งหรือแข็งตัวแล้ว หลักการคือให้ผงวัสดุดูดความชื้นจากคอนกรีตและประสานเป็นชั้นผิวเดียวกัน จากนั้นจึงขัดให้แน่นและเรียบ

ถ้าโรยเร็วเกินไป วัสดุอาจจมและควบคุมผิวได้ยาก ถ้าโรยช้าเกินไป ผิวคอนกรีตจะแห้งจนวัสดุไม่สามารถยึดประสานได้ดี นี่คือสาเหตุใหญ่ของพื้นลอก ผิวหลุดเป็นฝุ่น หรือเกิดสีด่างหลังเปิดใช้งาน

จุดตรวจหน้างาน

เริ่มโรยเมื่อเดินบนคอนกรีตได้และรอยเท้าลึกประมาณ 3 มม. ผิวต้องไม่มีน้ำขัง แต่ยังมีความชื้นพอให้ Lanko 243 ดูดซับก่อนขัดมัน

สเปกที่ต้องรู้ก่อนเริ่มงาน

รายการค่าตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ผลต่อคุณภาพงานขัดมัน
ประเภทวัสดุปูนขัดพิเศษ / Dry Shake Floor Hardenerต้องใช้กับคอนกรีตสด ไม่ใช่งานฉาบบนพื้นแห้ง
บรรจุภัณฑ์25 กก./ถุงใช้คำนวณจำนวนถุงตามพื้นที่จริง
อัตราการใช้3-7 กก./ตร.ม. โรย 2 รอบใช้น้อยเกินไปอาจทำให้ผิวไม่ทนการขัดถูตามงานจริง
กำลังรับแรงอัด60 MPa ที่ 28 วัน ตาม ASTM C109เหมาะกับพื้นใช้งานหนัก เช่น โรงงาน คลังสินค้า และลานจอดรถ
อุณหภูมิใช้งาน+5°C ถึง +35°Cอากาศร้อนทำให้คอนกรีตเซตไว ต้องเพิ่มคนและเครื่องมือให้ทัน

ขั้นตอนขัดมันด้วย Lanko 243 ให้เรียบเนียน ไม่ลอกร่อน

1

วางแผนพื้นที่และจำนวนถุง
แบ่งพื้นที่เป็นโซนที่ทีมงานทำทัน คำนวณวัสดุจาก 3-7 กก./ตร.ม. และเตรียมถุงแยกตามแต่ละโซนเพื่อลดการโรยบางหรือหนาไม่เท่ากัน

2

เทคอนกรีตและปรับระดับให้ดี
คอนกรีตต้องได้ระดับและไม่แยกตัว หลีกเลี่ยงการเติมน้ำหน้าไซต์เกินจำเป็น เพราะน้ำส่วนเกินทำให้ผิวอ่อนและเสี่ยงเกิดการล่อน

3

รอจนรอยเท้าประมาณ 3 มม.
นี่คือจังหวะสำคัญที่สุด ผิวต้องไม่เปียกจนมีน้ำขัง และไม่แห้งจนผงวัสดุดูดความชื้นไม่ได้

4

โรยรอบแรก 50-60%
โรยให้สม่ำเสมอทั่วพื้นที่ รอให้ผงวัสดุดูดน้ำจากคอนกรีตจนสีเข้มขึ้น แล้วเริ่มขัดด้วยเครื่องขัดมันหรือเกรียงมือในพื้นที่ขอบมุม

5

โรยรอบสอง 40-50%
ใช้วัสดุที่เหลือโรยเติมให้ทั่ว จุดประสงค์คือทำให้ความหนาแน่นและสีของผิวหน้าใกล้เคียงกันทั้งพื้นที่

6

ขัดหลายรอบตามจังหวะเซตตัว
ปรับใบขัดตามความแข็งของคอนกรีต ขัดจนผิวแน่น เรียบ และไม่มีจุดเป็นคลื่นหรือรอยใบเครื่องมากเกินไป

7

เก็บขอบและรอยต่อด้วยเกรียงมือ
บริเวณเสา ขอบผนัง มุม และจุดที่เครื่องเข้าไม่ถึงคือจุดที่เกิดผิวอ่อนง่าย ต้องเก็บงานด้วยมือให้แน่นพอ

8

บ่มหลังขัดเสร็จ
เมื่อพื้นเดินได้โดยไม่เกิดรอยเท้า ให้เริ่มบ่มทันทีเพื่อลดการคายน้ำเร็วเกินไปและช่วยให้ผิวพัฒนาความแข็งแรง

สาเหตุพื้นลอกร่อน และวิธีป้องกัน

ปัญหาอาการที่มักเห็นวิธีป้องกันตามหลักหน้างาน
โรยเร็วเกินไปวัสดุจม ผิวไม่แน่น สีไม่สม่ำเสมอรอให้คอนกรีตเริ่มเซตตัวและเดินแล้วรอยเท้าประมาณ 3 มม.
โรยช้าเกินไปผิวเป็นฝุ่น หลุดร่อน หรือไม่ยึดกับคอนกรีตเตรียมทีม เครื่องขัด และวัสดุให้พร้อมก่อนเทคอนกรีต
มีน้ำขังบนผิวผิวอ่อน ด่าง หรือหลุดเป็นชั้นห้ามโรยทับ bleed water หรือน้ำขังบนผิว
โรยไม่สม่ำเสมอบางจุดแข็ง บางจุดอ่อน สีเป็นปื้นแบ่งวัสดุตามโซนและโรย 2 รอบตามสัดส่วนที่แนะนำ
ขัดไม่แน่นพอผิวร่วน ฝุ่นง่าย หรือไม่เรียบเนียนขัดซ้ำตามจังหวะเซตตัว และเก็บขอบมุมด้วยเกรียงมือ
ไม่บ่มหลังจบงานรอยแตกร้าว ผิวคายน้ำเร็ว ผิวฝุ่นเริ่มบ่มเมื่อพื้นเดินได้โดยไม่เกิดรอยเท้า

อย่าใช้ผิดประเภท: Lanko 243 ไม่ใช่วัสดุซ่อมผิวคอนกรีตแห้ง หากพื้นแข็งตัวแล้วและต้องการซ่อมผิว ควรเลือกวัสดุซ่อมหรือระบบเคลือบผิวที่เหมาะสมแทนการโรย Floor Hardener ทับหน้า

เช็กลิสต์ก่อนเริ่มขัดมันตามมาตรฐานผู้ผลิต

พื้นที่และปริมาณ

คำนวณจำนวนถุงจากพื้นที่จริงและอัตราใช้ 3-7 กก./ตร.ม. พร้อมเผื่อ 5-10% ตามสภาพหน้างาน

ทีมงานพร้อม

มีคนโรย คนขัด และคนเก็บขอบเพียงพอกับพื้นที่ เพราะงานต้องทำทันจังหวะคอนกรีตเซตตัว

เครื่องมือพร้อม

เตรียมเครื่องขัดมัน ใบขัด เกรียงมือ อุปกรณ์วัดระดับ และอุปกรณ์บ่มให้ครบก่อนเริ่มเท

สภาพผิวถูกต้อง

ผิวไม่มีน้ำขัง ไม่แห้งเกิน และเดินแล้วรอยเท้าประมาณ 3 มม. ก่อนเริ่มโรย

โรย 2 รอบ

รอบแรก 50-60% และรอบสอง 40-50% เพื่อให้ผิวแน่นและสม่ำเสมอ

บ่มทันที

หลังขัดเสร็จและเดินได้โดยไม่เกิดรอยเท้า ควรเริ่มบ่มเพื่อลดการคายน้ำเร็วเกินไป

ควรใช้อัตรา 3, 5 หรือ 7 กก./ตร.ม.?

การเลือกอัตราใช้ควรดูจากความหนักของการใช้งานพื้น หากต้องการพื้นเรียบเนียนและทนในระยะยาว ไม่ควรลดอัตราใช้ต่ำเกินไปเพื่อประหยัด เพราะผิว Floor Hardener คือชั้นที่รับแรงขัดถูโดยตรง

ระดับงานอัตราแนะนำพื้นที่ต่อ 1 ถุง 25 กก.ตัวอย่างงาน
งานเบา3 กก./ตร.ม.ประมาณ 8.3 ตร.ม.พื้นที่เดินทั่วไปหรือใช้งานไม่หนัก
งานกลาง5 กก./ตร.ม.ประมาณ 5 ตร.ม.พื้นโรงงานและคลังสินค้าทั่วไป
งานหนัก7 กก./ตร.ม.ประมาณ 3.5 ตร.ม.ลานโหลดสินค้า โฟล์คลิฟต์วิ่งซ้ำ พื้นเสียดสีสูง

เอกสารผู้ผลิตที่ควรแนบในงานโครงการ

ถ้าเป็นงานโรงงาน คลังสินค้า หรือโครงการที่ต้องยื่นอนุมัติวัสดุ ควรแนบเอกสาร TDS/PDS และ MSDS/SDS ของ Lanko 243 พร้อมใบเสนอราคาและตารางคำนวณจำนวนถุง

คำถามที่พบบ่อย

Lanko 243 ต้องโรยตอนไหนพื้นถึงไม่ลอกร่อน?

ควรโรยเมื่อคอนกรีตเริ่มเซตตัวและสามารถเดินได้โดยรอยเท้าลึกประมาณ 3 มม. ผิวยังต้องมีความชื้นพอให้ผง Lanko 243 ดูดซับและประสานกับคอนกรีตสด

อัตราการใช้ Lanko 243 เท่าไรต่อตารางเมตร?

อัตราการใช้รวมประมาณ 3-7 กก./ตร.ม. แบ่งโรย 2 รอบ โดยรอบแรกใช้ประมาณ 50-60% และรอบสองใช้ส่วนที่เหลือ 40-50%

ทำไมพื้นขัดมันด้วย Floor Hardener ถึงลอกร่อน?

สาเหตุหลักคือโรยผิดจังหวะ คอนกรีตแห้งเกินไปหรือมีน้ำขังบนผิว โรยไม่สม่ำเสมอ ขัดไม่แน่นพอ หรือไม่บ่มหลังขัด ทำให้ชั้นผิวไม่ยึดประสานกับคอนกรีตสดเต็มที่

Lanko 243 ใช้กับคอนกรีตแห้งแล้วได้ไหม?

ไม่ได้ครับ Lanko 243 เป็นวัสดุ dry shake floor hardener ต้องโรยบนคอนกรีตสดที่ยังมีความชื้น หากคอนกรีตแห้งแล้วไม่ควรใช้วิธีโรยทับ เพราะเสี่ยงหลุดร่อน

หลังขัดมันด้วย Lanko 243 ต้องบ่มไหม?

ควรบ่มหลังขัดเสร็จเมื่อพื้นเดินได้โดยไม่เกิดรอยเท้า เพื่อป้องกันการคายน้ำเร็วเกินไป ลดรอยแตกร้าว และช่วยให้ผิวหน้าพัฒนาความแข็งแรงตามสเปก

Similar Posts