ฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ (Floor Hardener) คืออะไร ยี่ห้อไหนดี? ปัญหาที่พบบ่อย และวิธีใช้ LANKO 243
การทำพื้นฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ เป็นระบบเพิ่มความแข็งแกร่งให้พื้นคอนกรีตที่นิยมใช้ในโรงงาน โกดัง ลานจอดรถ และพื้นที่รับน้ำหนักสูง แต่ในหน้างานจริงมักพบปัญหาหลายรูปแบบ เช่น คราบขาว พื้นร่วน ผิวหน้าไม่แข็งแรง หรือขัดแล้วเป็นขุย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากขั้นตอนการทำงานที่ไม่ถูกต้อง
LANKO® 243 Floor Hardener
ผงปูนขัดมันสำเร็จรูป เพิ่มความแข็งแกร่งผิวพื้นคอนกรีตใหม่ ทนการขัดถูและรอยขีดข่วน ใช้กับที่จอดรถ คลังสินค้า พื้นโรงงาน บรรจุ 25 กก./ถุง
ฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ คืออะไร?
ฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ (Floor Hardener) คือวัสดุชนิดผงที่ใช้โรยบนผิวคอนกรีตสดก่อนการขัดมัน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับพื้นผิวหน้า ลดการสึกหรอ ลดฝุ่น และเพิ่มความทนทานต่อแรงเสียดสี เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการใช้งานหนัก เช่น โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ลานจอดรถ และศูนย์กระจายสินค้า
วัสดุฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ จะถูกขัดให้ผสานเข้าไปกับเนื้อคอนกรีตในช่วงที่ปูนอยู่ในสภาพ “หมาด” ทำให้พื้นผิวหน้ามีความแข็งแรงมากกว่าพื้นคอนกรีตทั่วไป
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นระบบพื้นที่แข็งแรง แต่หากขั้นตอนการเทปูน การเกลี่ย การควบคุมน้ำ หรือการขัดทำได้ไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาได้
1. ปัญหาคราบขาวบนพื้นฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์
หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยหลังขัดพื้นฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ คือเกิดคราบสีขาวบนผิวพื้น ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดว่าพื้นเสียหรือวัสดุไม่มีคุณภาพ
ความจริงแล้ว คราบขาวนี้เกิดจาก “แคลเซียม” ภายในเนื้อซีเมนต์ลอยตัวขึ้นมาบนผิวหน้า เนื่องจากระหว่างขัดพื้นมีน้ำมากเกินไป หรือพื้นแฉะเกินมาตรฐาน
คราบขาวไม่ได้ทำให้พื้นเสียความแข็งแรง และไม่ได้ลดประสิทธิภาพของฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์
โดยธรรมชาติของซีเมนต์จะมีแร่ธาตุหลายชนิดรวมอยู่ด้วย หนึ่งในนั้นคือแคลเซียม ซึ่งมีมวลเบากว่าส่วนผสมอื่น เมื่อมีน้ำมากเกินไประหว่างขัด แคลเซียมจะลอยขึ้นสู่ผิวหน้าและแห้งตัวกลายเป็นคราบสีขาว
ในหลายกรณี คราบนี้จะค่อยๆจางลงเองหลังใช้งานไปสักระยะ โดยเฉพาะเมื่อมีการทำความสะอาดพื้นหรือมีการสัญจรผ่านเป็นประจำ
สาเหตุหลักของคราบขาว
💧 น้ำมากเกินไป
เติมน้ำหรือปล่อยให้พื้นแฉะเกินไประหว่างขัด ทำให้แคลเซียมลอยขึ้นผิวหน้า
⚙️ ขัดเร็วเกินไป
เริ่มขัดทั้งที่ปูนยังไม่เซ็ตตัวเพียงพอ ทำให้เนื้อปูนแยกตัว
🌧️ สภาพอากาศชื้น
ความชื้นสูงทำให้การระเหยน้ำช้ากว่าปกติ เพิ่มโอกาสเกิดคราบขาว
2. ปัญหาพื้นร่วน ฉุย หรือเป็นขุย
อีกปัญหาที่พบได้บ่อยในการทำพื้นฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ คือบางบริเวณของพื้นเกิดอาการร่วน เป็นขุย หรือไม่แข็งแรง โดยเฉพาะตามขอบมุม ข้างเสา หรือจุดที่เกลี่ยปูนได้ยาก
ปัญหานี้มักเกิดจากขั้นตอนการเทและปรับระดับปูนก่อนโรยฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ ซึ่งทำได้ไม่ทั่วถึง
ในบางจุด ช่างเกลี่ยเนื้อปูนไปไม่ถึง แต่กลับมีน้ำสะสมอยู่แทน เมื่อโรยผงฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ลงไป ผงจึงไปผสมกับน้ำมากเกินไปแทนที่จะผสานกับเนื้อคอนกรีต
ผลลัพธ์คือเมื่อแห้งแล้ว พื้นบริเวณนั้นจะไม่แข็งแรง และเกิดอาการร่วนหรือเป็นขุยได้ง่าย
ขอบพื้น • รอบเสา • มุมห้อง • พื้นที่เกลี่ยปูนยาก
ฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ ทำงานอย่างไร?
ฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ จะต้องโรยลงบนคอนกรีตที่กำลังหมาด แล้วใช้เครื่องขัดดันผงให้ผสมเข้าไปกับผิวหน้าคอนกรีต เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและความแข็งแรง
หากจุดนั้นมีแต่น้ำ แต่ไม่มีเนื้อปูนเพียงพอ วัสดุจะไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และเกิดปัญหาพื้นร่วนในที่สุด
เปรียบเทียบปัญหาและสาเหตุ
| ปัญหา | สาเหตุหลัก | ผลกระทบ |
|---|---|---|
| คราบขาวบนพื้น | น้ำมากเกินไประหว่างขัด | กระทบความสวยงาม แต่ไม่กระทบความแข็งแรง |
| พื้นร่วนเป็นขุย | เกลี่ยปูนไม่ทั่วถึง มีแต่น้ำไม่มีเนื้อปูน | พื้นไม่แข็งแรง หลุดร่อนง่าย |
| ผิวหน้าไม่เรียบ | ขัดผิดจังหวะ | พื้นเป็นคลื่นหรือเกิดรอย |
| พื้นแตกร้าว | คอนกรีตหดตัวหรือบ่มไม่ถูกต้อง | อายุการใช้งานสั้นลง |
วิธีป้องกันปัญหาฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์
ควบคุมปริมาณน้ำ
หลีกเลี่ยงการเติมน้ำมากเกินไปในระหว่างขัด เพราะเป็นสาเหตุหลักของคราบขาวและพื้นอ่อนตัว
เกลี่ยปูนให้ทั่วถึง
โดยเฉพาะบริเวณขอบ มุม และรอบเสา ต้องมีเนื้อปูนเต็มพื้นที่ก่อนโรยฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์
ขัดตามจังหวะที่เหมาะสม
ไม่ขัดเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป เพราะจะกระทบคุณภาพผิวพื้น
ใช้ช่างที่มีประสบการณ์
งานฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ ต้องอาศัยประสบการณ์ในการดูจังหวะปูนและควบคุมหน้างาน
Floor Hardener ยี่ห้อไหนดี? เกณฑ์เลือก อย่าดูแค่ราคาถุง
คำว่า Floor Hardener ในงานพื้นมักหมายถึงผงโรยพื้นคอนกรีตสด หรือ dry shake surface hardener ใช้ตอนคอนกรีตเริ่มเซตตัวแล้วโรยวัสดุลงบนผิว จากนั้นขัดให้วัสดุประสานกับน้ำในคอนกรีตจนเกิดผิวหน้าที่แน่นและทนขึ้น เพราะฉะนั้นสินค้ากลุ่มนี้ไม่ใช่สีทาพื้น ไม่ใช่ปูนฉาบบาง และไม่ใช่วัสดุแก้พื้นเก่าที่แข็งตัวไปแล้ว
เวลาถามว่า “ยี่ห้อไหนดี” ให้แปลงคำถามเป็นเรื่องที่วัดได้ เช่น ทนขัดถูแค่ไหน กำลังอัดเท่าไร ใช้กี่กิโลกรัมต่อหนึ่งตารางเมตร มีสีให้เลือกไหม ใช้กับงานอะไรได้บ้าง และมีข้อจำกัดอะไรที่ต้องระวัง ถ้าสินค้าราคาถูกแต่ไม่มีข้อมูลเหล่านี้ ต้นทุนที่ดูเหมือนประหยัดอาจกลายเป็นงานแก้หลังเปิดใช้งาน
ควรมีค่ากำลังอัดและค่าทนการขัดถูเพื่อใช้เทียบกับงานจริง ไม่ใช่มีแค่คำว่าแข็งแรงหรือทนมาก
อัตราใช้ต่อ ตร.ม. มีผลโดยตรงต่อต้นทุนจริงและคุณภาพผิว หากโรยน้อยเกินไปอาจไม่ได้ความทนตามที่คาดหวัง
วัสดุที่ดีต้องมีขั้นตอนโรย ขัด ตัดร่อง และบ่มที่ชัด เพื่อให้ช่างวางแผนคนและเครื่องมือได้ทันจังหวะคอนกรีตเซตตัว
เปรียบเทียบก่อนซื้อ: LANKO 243 กับตัวเลือกอื่น
ตลาดมีทั้งผงขัดมันทั่วไป ผงโรยพื้นแบรนด์สากล และระบบเคลือบพื้นหลายแบบ การเลือกที่คุ้มที่สุดจึงขึ้นกับโจทย์พื้น หากเป็นคอนกรีตใหม่และต้องการเพิ่มความทนขัดถูตั้งแต่วันเทพื้น LANKO 243 อยู่ในจุดที่คุ้มเพราะราคาและสเปกสอดคล้องกับงานโรงงานและคลังสินค้าทั่วไป แต่ถ้าพื้นเก่าแห้งแล้วต้องซ่อมหรือเคลือบ ระบบที่เหมาะอาจเป็นการเจียร ซ่อมผิว หรือเคลือบ epoxy แทน
| ตัวเลือก | จุดแข็ง | ข้อควรระวัง | เหมาะกับงาน |
|---|---|---|---|
| LANKO 243 | สเปกชัด 60 MPa, ใช้ 3-7 กก./ตร.ม., ไม่มีโลหะ, มีสีให้เลือก | ต้องโรยบนคอนกรีตสดและทำงานให้ทันจังหวะเซตตัว | พื้นโรงงาน โกดัง ลานจอดรถ ลานคอนกรีตใหม่ |
| ผงขัดมันทั่วไป | ราคาถุงอาจต่ำกว่าและหาซื้อง่าย | บางรุ่นไม่มีค่าทดสอบหรือเอกสารยื่นอนุมัติชัดเจน | งานเบาหรืองานที่ไม่ต้องยื่นสเปก |
| Floor Hardener เกรดพิเศษ | อาจเหมาะกับงานหนักเฉพาะทาง เช่น abrasive load สูงมาก | ต้นทุนสูงกว่าและต้องเทียบ TDS รุ่นที่ใช้จริง | งาน extreme duty หรือโครงการที่กำหนดสเปกเฉพาะ |
| เคลือบพื้น epoxy/PU | ให้ผิวป้องกันสารเคมี ทำความสะอาดง่าย และเลือก finish ได้ | ต้องเตรียมผิวและควบคุมความชื้น ไม่ใช่งานโรยบนคอนกรีตสดแบบเดียวกัน | พื้นเก่า พื้นต้องการกันสารเคมี หรือพื้นที่ต้องการสี/เส้นจราจร |
สรุปเชิงเลือกซื้อ: ถ้าเป็นพื้นคอนกรีตใหม่และต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งตั้งแต่ผิวหน้า LANKO 243 เป็นคำตอบที่ตรงโจทย์มาก แต่ถ้าพื้นแห้งแข็งแล้ว อย่าใช้ LANKO 243 โรยทับ ให้เลือกวิธีซ่อมพื้นหรือระบบเคลือบที่เหมาะกว่า
LANKO 243 Floor Hardener คืออะไร ดีไหม? ทำงานอย่างไร
LANKO 243 FLOOR HARDENER เป็นผงปูนผสมเสร็จที่มีส่วนประกอบหลักเป็นซีเมนต์และสารผสมเพิ่มพิเศษ ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของผิวหน้าคอนกรีตใหม่ เมื่อโรยลงบนพื้นคอนกรีตที่เริ่มเซตตัว ผงวัสดุจะดูดซับน้ำจากผิวคอนกรีต กลายเป็นชั้นผิวที่สามารถขัดมันร่วมกับหน้าคอนกรีตได้ ทำให้ผิวบนมีความแน่นและทนต่อการสึกหรอมากขึ้น
หลักการนี้ต่างจากการเคลือบผิวหลังคอนกรีตแข็งตัว เพราะ floor hardener แบบโรยแห้งจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของผิวหน้าคอนกรีตตั้งแต่ช่วงงานสด จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานตั้งแต่ชั้นผิว ไม่ใช่แค่ทำให้พื้นดูเงาหรือสวยขึ้นในระยะสั้น
ช่วยให้ผิวหน้าคอนกรีตมีความทนทานต่อการใช้งานมากกว่าการขัดมันปูนธรรมดา
เหมาะกับพื้นที่มีคนเดิน รถเข็น หรือการเสียดสีจากการใช้งานประจำวัน
เอกสารระบุว่าไม่เป็นสนิม เพราะไม่มีส่วนผสมของโลหะ จึงลดความเสี่ยงคราบสนิมบนผิวพื้น
สำหรับงานพื้นที่ต้องการภาพลักษณ์สะอาด เช่น ห้างสรรพสินค้า โชว์รูม ที่จอดรถ หรือพื้นที่บริการ การเลือกใช้ฟลอร์ฮาร์ดเดนเนอร์ช่วยให้ผิวดูเรียบร้อยและดูแลง่ายขึ้น แต่ต้องเข้าใจว่าความสวยของพื้นขึ้นกับหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งคุณภาพคอนกรีต การปรับระดับ จังหวะโรย การขัดมัน การตัดร่อง และการบ่มหลังงานเสร็จ
LANKO 243 เหมาะกับงานแบบไหน?
จากข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika งานที่แนะนำสำหรับ LANKO 243 ได้แก่ ที่จอดรถ คลังสินค้า พื้นในโรงอุตสาหกรรม พื้นห้างสรรพสินค้า และลานคอนกรีต กลุ่มงานเหล่านี้มีลักษณะร่วมกันคือเป็นพื้นคอนกรีตที่มีการใช้งานจริงต่อเนื่อง ต้องการผิวที่แน่น ขัดมันได้ และทนการขัดถูจากการสัญจรหรือการเคลื่อนย้ายของ
| พื้นที่ใช้งาน | เหตุผลที่เหมาะ | สิ่งที่ต้องวางแผนเพิ่ม |
|---|---|---|
| ที่จอดรถ | ต้องการผิวขัดมันที่ทนการเสียดสีจากล้อรถและการใช้งานซ้ำ | ความลาดเอียง ร่องระบายน้ำ รอยต่อ และการบ่มผิว |
| คลังสินค้า | เหมาะกับพื้นที่มีรถเข็น การลากพาเลต และการสัญจรของคนงาน | น้ำหนักใช้งานจริง รอยต่อพื้น และการตัดร่องกันแตก |
| พื้นโรงอุตสาหกรรม | เพิ่มความทนทานของผิวหน้าคอนกรีตในพื้นที่ใช้งานหนัก | สารเคมี น้ำมัน แรงกระแทก และระบบเคลือบเสริมถ้าจำเป็น |
| ห้างสรรพสินค้า | ให้พื้นขัดมันที่ดูเรียบร้อยและทนการเดินจำนวนมาก | สีพื้น การเก็บรายละเอียดขอบมุม และแผนทำความสะอาด |
| ลานคอนกรีต | ช่วยให้ผิวหน้าทนการขัดถูในพื้นที่เปิดหรือพื้นที่บริการ | สภาพแดด ลม ฝน น้ำขัง และการตัดร่องตามพื้นที่กว้าง |
อย่างไรก็ตาม ถ้าพื้นต้องรับสารเคมีเข้มข้น น้ำมันหนัก หรือการทำความสะอาดด้วยสารเคมีบ่อยครั้ง อาจต้องพิจารณาระบบเคลือบผิวเพิ่มเติม เช่น epoxy หรือ polyurethane ตามลักษณะงาน เพราะ LANKO 243 ช่วยเสริมความแข็งและทนการขัดถูของผิวคอนกรีต แต่ไม่ควรถูกมองเป็นระบบป้องกันสารเคมีแทน coating เฉพาะทาง
สเปก LANKO 243 ที่ควรรู้ก่อนสั่งใช้
ข้อมูลด้านล่างสรุปจากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 243 FLOOR HARDENER และหน้า Sika Thailand เพื่อให้ช่างและผู้รับเหมาใช้ตรวจเบื้องต้นก่อนคำนวณวัสดุหรือวางแผนเข้าหน้างาน
| หัวข้อ | ข้อมูลผลิตภัณฑ์ | ความหมายต่อหน้างาน |
|---|---|---|
| ประเภทสินค้า | ผงปูนผสมเสร็จสำหรับเพิ่มความแข็งแกร่งผิวหน้าคอนกรีต | ใช้โรยบนคอนกรีตใหม่ ไม่ใช่ปูนเทซ่อมพื้นเก่า |
| ส่วนประกอบหลัก | ซีเมนต์และสารผสมเพิ่มพิเศษ | ต้องหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนน้ำมัน ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกบนผิวคอนกรีต |
| บรรจุภัณฑ์ | 25 กก./ถุง | ใช้คำนวณจำนวนถุงจากอัตราใช้ต่อพื้นที่ |
| สี | สีเทา สีเทาอ่อน สีเขียวอ่อน สีเขียวเข้ม | ควรยืนยันสีก่อนสั่ง โดยเฉพาะงานที่ต้องการภาพลักษณ์สม่ำเสมอ |
| อัตราการใช้ | 3-7 กก./ตร.ม. | งานใช้งานหนักมักต้องใช้มากกว่างานทั่วไป ควรอิงข้อกำหนดโครงการ |
| กำลังรับแรงอัด | 60 MPa ที่ 28 วัน ตาม ASTM C109 | เป็นตัวเลขอ้างอิงด้านความแข็งแรงของวัสดุ ไม่ใช่การรับประกันพื้นทั้งระบบ |
| อุณหภูมิใช้งาน | +5°C ถึง +35°C | อากาศร้อน ลมแรง หรือแดดจัดมีผลต่อจังหวะเซตตัวและการขัด |
| การเก็บรักษา | เก็บในที่แห้ง ไม่โดนแดดโดยตรง อายุ 12 เดือนเมื่อบรรจุภัณฑ์ปิดสนิท | ถุงชื้น จับตัวเป็นก้อน หรือหมดอายุไม่ควรนำไปใช้กับงานสำคัญ |
ถ้าต้องคำนวณวัสดุแบบเร็ว ให้ใช้พื้นที่คูณอัตราใช้ เช่น พื้น 100 ตร.ม. ใช้ 5 กก./ตร.ม. จะต้องใช้วัสดุประมาณ 500 กก. หรือประมาณ 20 ถุง ขนาด 25 กก. แต่ตัวเลขจริงควรปรับตามข้อกำหนดความทนทานของงาน พื้นที่ใช้งาน และเงื่อนไขหน้างาน
วิธีใช้งาน LANKO 243: โรย 2 รอบและขัดให้ผิวแน่น
หัวใจของงาน LANKO 243 คือจังหวะเวลา เอกสารแนะนำให้เริ่มทำเมื่อคอนกรีตเริ่มเซตตัวพอประมาณ โดยทั่วไปคือสามารถเดินบนพื้นได้โดยไม่จมลงไป และทิ้งรอยเท้าลึกประมาณ 3 มม. ช่วงนี้ผิวคอนกรีตยังมีความชื้นพอให้ผงวัสดุดูดซับและเข้ากับผิวหน้าได้ดี
- เทและปรับระดับคอนกรีต: เทคอนกรีตให้ได้ระดับตามแบบ ควบคุมความเรียบและความลาดเอียงตั้งแต่ขั้นตอนนี้
- รอคอนกรีตเริ่มเซตตัว: ตรวจผิวให้เหมาะสม ไม่เร็วเกินไปและไม่ปล่อยให้แห้งเกินไป
- โรยรอบแรก: โรย LANKO 243 บนผิวที่ยังเปียกให้สม่ำเสมอ ทิ้งไว้สักครู่จนผงวัสดุดูดซับน้ำจากคอนกรีต
- ขัดรอบแรก: ใช้เครื่องขัดมันขัดผิว ส่วนบริเวณที่เครื่องเข้าไม่ถึงให้ใช้เกรียงขัดมันแทน
- โรยรอบที่สอง: ทำงานเช่นเดียวกับรอบแรก โดยใช้วัสดุที่แบ่งไว้จากรอบแรก สามารถแบ่งเท่า ๆ กัน หรือ 60:40 ตามแผนงาน
- เก็บรายละเอียด: เมื่อคอนกรีตแข็งตัวมากขึ้น ให้ขัดและเก็บขอบมุม รอยเครื่องขัด และรายละเอียดจนผิวแน่น เรียบ สม่ำเสมอ
- บ่มพื้น: บ่มพื้นทันทีเมื่อคอนกรีตแห้งและเดินแล้วไม่มีรอยเท้า โดยเอกสารแนะนำการใช้น้ำยาบ่ม เช่น LANKO 361 CURE
คำแนะนำสำคัญ: ควรแบ่งพื้นที่ทำงานออกเป็นส่วน ๆ เพื่อควบคุมปริมาณวัสดุและลดปัญหาทำงานไม่ทัน โดยเฉพาะงานพื้นที่กว้าง งานกลางแจ้ง หรือหน้างานที่มีอากาศร้อนและลมแรง
ในพื้นที่ขนาดกว้าง เอกสารยังแนะนำให้ตัดร่องกันแตกเพื่อลดรอยแตกร้าวที่อาจกระจายทั่วไป โดยควรพยายามให้พื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม ขนาดยาวมากที่สุดประมาณ 8 เมตร หรือจัดแนวร่องให้ตรงกับแนวเสา แนวรอยต่อโครงสร้าง หรือร่องกันแตกของพื้นเดิม
ข้อควรระวังก่อนใช้ LANKO 243
ข้อจำกัดที่ต้องจำให้แม่นคือ LANKO 243 ต้องทำงานบนคอนกรีตใหม่ที่ยังไม่แห้ง หากคอนกรีตแห้งแล้วจะไม่สามารถทำงานได้ตามระบบ การนำไปโรยบนพื้นเก่าหรือพื้นแห้งเพื่อหวังให้ติดผิวเหมือนปูนซ่อมเป็นวิธีที่ผิดและเสี่ยงต่อการหลุดร่อน
เมื่อคอนกรีตแห้งเกินไป ผงวัสดุจะไม่ดูดน้ำและไม่รวมตัวกับผิวหน้าตามที่ควร
พื้นที่ที่ได้วัสดุน้อยเกินไปอาจสีไม่เท่ากันและมีความทนทานต่างจากบริเวณอื่น
การบ่มช่วยลดปัญหาผิวแห้งเร็ว แตกร้าว และพัฒนาคุณภาพพื้นให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ควรตรวจอุณหภูมิหน้างานให้อยู่ในช่วงที่เอกสารกำหนดคือ +5°C ถึง +35°C อากาศร้อนจัดอาจทำให้คอนกรีตสูญเสียน้ำเร็วและลดเวลาทำงาน ส่วนพื้นกลางแจ้งควรระวังแดด ลม ฝน และน้ำขังตั้งแต่ก่อนเริ่มเทจนถึงหลังขัดมันเสร็จ
สำหรับงานที่ต้องการสีพื้นเฉพาะ เช่น สีเขียวอ่อนหรือเขียวเข้ม ควรทำ mockup หรือทดลองพื้นที่เล็กก่อน เพราะสีของพื้นขัดมันขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งสีวัสดุ สีคอนกรีต ความชื้น จังหวะขัด และการบ่ม การสื่อสารกับเจ้าของงานก่อนทำจริงช่วยลดปัญหาความคาดหวังเรื่องเฉดสีได้มาก
คำถามที่พบบ่อย
คราบขาวบนพื้นหายเองได้ไหม?
ส่วนใหญ่สามารถจางและหายไปเองได้ตามการใช้งานและการทำความสะอาดพื้น
พื้นร่วนต้องแก้ยังไง?
ควรสกัดบริเวณที่เสียออก เทปูนใหม่ รอหมาด แล้วโรยฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์และขัดใหม่อีกครั้ง
ฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ เหมาะกับพื้นที่แบบไหน?
เหมาะกับโรงงาน โกดังสินค้า ลานจอดรถ และพื้นที่ที่มีการใช้งานหนัก
ทำไมพื้นบางจุดแข็งไม่เท่ากัน?
มักเกิดจากการเกลี่ยปูนไม่สม่ำเสมอ หรือมีน้ำมากเกินในบางบริเวณ
LANKO 243 Floor Hardener ใช้ทำอะไร?
ใช้โรยบนคอนกรีตใหม่เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของผิวหน้าคอนกรีต แล้วขัดมันให้ผิวแน่น เรียบ และทนการขัดถู เหมาะกับพื้นโรงงาน คลังสินค้า ที่จอดรถ ห้างสรรพสินค้า และลานคอนกรีต
LANKO 243 มีกำลังอัดเท่าไร?
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุค่ากำลังรับแรงอัด 60 MPa ที่ 28 วัน ตาม ASTM C109 ซึ่งเป็นค่าทดสอบของวัสดุภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
LANKO 243 มีสีอะไรบ้าง?
สีที่ระบุในเอกสารคือ สีเทา สีเทาอ่อน สีเขียวอ่อน และสีเขียวเข้ม ควรตรวจสอบสต็อกและเฉดสีก่อนสั่งซื้อ โดยเฉพาะงานที่ต้องการสีสม่ำเสมอทั้งพื้นที่
ทำไมต้องโรย LANKO 243 สองรอบ?
การโรยสองรอบช่วยให้กระจายวัสดุได้ทั่วถึงและควบคุมผิวได้ดีขึ้น โดยอาจแบ่งวัสดุเท่า ๆ กันหรือแบ่ง 60:40 ตามแผนงาน ทั้งสองรอบรวมกันควรอยู่ในช่วง 3-7 กก./ตร.ม. หรือตามข้อกำหนดงาน
LANKO 243 ช่วยให้พื้นไร้ฝุ่นจริงไหม?
ช่วยลดปัญหาฝุ่นจากผิวคอนกรีตได้เมื่อใช้กับคอนกรีตสด โรยถูกจังหวะ ขัดแน่น และบ่มพื้นถูกต้อง เพราะผิวหน้ามีความแข็งแรงและทนขัดถูมากกว่าคอนกรีตธรรมดา แต่ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่สารเคลือบกันฝุ่นสำหรับพื้นเก่า
Floor Hardener จระเข้ Sika Fosroc LANKO เลือกยี่ห้อไหนดี?
เทียบจากเอกสาร TDS ของแต่ละยี่ห้อโดยดู 4 อย่าง คือ ชนิด (มีโลหะหรือไม่มีโลหะ) อัตราโรย ความทนการขัดถู และสีที่มี สำหรับ LANKO 243 คือไม่มีโลหะผสม อัตราโรย 3–7 กก./ตร.ม. ทนการขัดถู (Taber 1 กรัม ที่ 28 วัน) และมี 4 สี GY Asia ยังมี Sikafloor-3 QuartzTop เป็นอีกทางเลือก ส่งชนิดงานให้ทีมงานช่วยเลือกได้
LANKO 243 ทนการขัดถูแค่ไหน?
ข้อมูล Sika ระบุค่าความต้านทานต่อการขูดขีด 1 กรัม ที่ 28 วัน จากการทดสอบ Taber Abrasion H22 disk-500g-200 rpm เหมาะกับพื้นใช้งานที่มีแรงเสียดสีซ้ำ เช่น รถเข็นและโฟล์คลิฟต์
ปรึกษาปัญหาพื้นฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์ ฟรี
- ให้คำแนะนำเรื่องพื้นคอนกรีต
- แก้ปัญหาพื้นร่วน คราบขาว
- แนะนำวัสดุฟลอร์ ฮาร์ดเดนเนอร์
- ปรึกษาหน้างานโรงงานและโกดัง
