คู่มือใช้งาน Sikalastic®-632 R ทากันซึมโพลียูรีเทนอย่างไรให้ได้มาตรฐาน กันน้ำ 100%
SIKALASTIC 632 R WATERPROOFING GUIDE

คู่มือใช้งาน Sikalastic®-632 R ทากันซึมโพลียูรีเทนอย่างไรให้ได้มาตรฐาน กันน้ำ 100%

งานกันซึมที่ดีไม่ใช่แค่ “ทาให้ทั่ว” แต่ต้องทำให้เป็นระบบตั้งแต่พื้นผิว primer อัตราการใช้ ระยะเวลารอเคลือบทับ และการเก็บจุดเสี่ยงรั่วซ้ำ Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมโพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน เมื่อแห้งแล้วเกิดฟิล์มไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคา ดาดฟ้า ระเบียง และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่ต้องการระบบกันน้ำต่อเนื่อง

PU ส่วนประกอบเดียว ฟิล์มไร้รอยต่อ พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมเพิ่ม ทนฝนเร็วตามสภาพอากาศ
21 กก.ขนาดบรรจุต่อถัง
1.40ความหนาแน่นโดยประมาณ กก./ลิตร
3-12 ชม.เวลารอเคลือบทับขั้นต่ำโดยประมาณ
Sikalastic 632 R กันซึมโพลียูรีเทนสำหรับหลังคา ดาดฟ้า และระเบียง

Sikalastic®-632 R

วัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว สีเทาอ่อน บ่มตัวและแห้งตัวด้วยความชื้นในอากาศ หลังแห้งจะเกิดฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ระเบียงภายนอก ระเบียงหลังคา งานหลังคาใหม่ และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึม

Quick Answer: ทา Sikalastic®-632 R ให้กันน้ำ 100% ต้องทำอย่างไร?

คำตอบสั้น

ถ้าต้องการให้งาน Sikalastic®-632 R กันน้ำได้เต็มระบบ ต้องเริ่มจากพื้นผิวที่แข็งแรง สะอาด แห้ง ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน วัสดุล่อน และไม่มีน้ำขังเรื้อรัง จากนั้นเลือก primer ให้ตรงกับพื้นผิว ทาชั้นแรกตามอัตราระบบ รอเคลือบทับตามอุณหภูมิและความชื้น แล้วทาชั้นที่สองให้ต่อเนื่อง โดยเก็บมุมพื้นชนผนัง รอยแตกร้าว ท่อ รางน้ำ และช่องแสงเป็นพิเศษ

คำว่า “กันน้ำ 100%” ในงานจริงไม่ได้เกิดจากตัววัสดุเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำงานครบระบบ ถ้าพื้นมีความชื้นดันขึ้นจากด้านล่าง มีน้ำขังตลอดเวลา ทาบางกว่าที่ระบบกำหนด หรือข้าม primer โอกาสรั่วซ้ำยังเกิดได้ แม้เลือกสินค้าเกรดดีแล้วก็ตาม

Sikalastic®-632 R เด่นตรงที่เป็นโพลียูรีเทน 1 ส่วนประกอบ พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสมเพิ่ม แห้งและบ่มตัวเร็ว ทนฝนได้เร็วตามเงื่อนไขทดสอบ และเมื่อแห้งแล้วให้ฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ จึงเหมาะมากกับงานหลังคา ดาดฟ้า และระเบียงที่มีรายละเอียดซับซ้อนซึ่งแผ่นกันซึมแบบม้วนเข้าเก็บยาก

Sikalastic®-632 R คืออะไร และทำไมเหมาะกับหลังคาเมืองไทย?

Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาประเภทอะโรมาติคโพลียูรีเทน ส่วนประกอบเดียว ทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศเพื่อบ่มตัว หลังจากวัสดุแห้งจะกลายเป็นชั้นฟิล์มกันซึมต่อเนื่อง ไม่มีรอยต่อเหมือนแผ่นเมมเบรน จึงลดจุดอ่อนจากแนวต่อและเหมาะกับพื้นที่ที่มีท่อ รางน้ำ ช่องรับแสง หรือรูปทรงซับซ้อน

พร้อมใช้งาน

เปิดถังแล้วใช้งานได้ ไม่ต้องผสม 2 ส่วน ลดความเสี่ยงจากอัตราส่วนผสมผิด

แห้งเร็ว

เหมาะกับงานซ่อมหลังคาและดาดฟ้าที่ต้องลดเวลาหน้างาน

ระบายไอน้ำได้

ฟิล์มยอมให้ไอน้ำผ่านได้ ช่วยให้พื้นผิวระบายความชื้นได้ดีขึ้นในระบบที่เหมาะสม

ข้อมูล Sika ระบุว่าผลิตภัณฑ์มีสีเทาอ่อน บรรจุ 21 กิโลกรัมต่อถัง ความหนาแน่นประมาณ 1.40 กก./ลิตร ที่ +23°C มีปริมาณของแข็งโดยน้ำหนักประมาณ 90% และโดยปริมาตรประมาณ 82% สเปกเหล่านี้ช่วยให้ช่างคำนวณปริมาณวัสดุและวางแผนความหนาฟิล์มได้แม่นยำขึ้น

เหมาะกับงานแบบไหน?

Sikalastic®-632 R ใช้ได้ทั้งงานหลังคาแนวราบและหลังคาที่มีความชัน ใช้บริเวณระเบียงภายนอก ระเบียงหลังคา งานหลังคาโครงสร้างใหม่ และงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่รั่วซึม นอกจากนี้ยังใช้เป็นกันซึมก่อนติดตั้งกระเบื้องบริเวณระเบียงและชานระเบียงได้ เมื่อออกแบบระบบชั้นถัดไปให้ถูกต้อง

พื้นที่ใช้งานเหมาะเพราะอะไรสิ่งที่ต้องเช็กก่อนทำ
ดาดฟ้าคอนกรีตสร้างฟิล์มไร้รอยต่อคลุมพื้นที่กว้างได้ดีความลาดเอียง น้ำขัง รอยร้าว และความชื้นพื้น
ระเบียงภายนอกยืดหยุ่นและเก็บมุมพื้นชนผนังได้ต่อเนื่องรอยต่อผนัง ท่อระบายน้ำ และการปูกระเบื้องทับ
หลังคารายละเอียดซับซ้อนทาเข้ารอบท่อ รางน้ำ ช่องแสง และรูปทรงซับซ้อนได้ควรเสริมแรงในจุดที่มีการขยับหรือมุมอับ
งานปรับปรุงหลังคาเดิมช่วยยืดอายุหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึมวัสดุเดิมต้องยึดเกาะดี ไม่ล่อน ไม่เปื่อย

พื้นผิวที่รองรับตามข้อมูล Sika ได้แก่ ซีเมนต์ บิทูเมน อิฐ ซีเมนต์ใยหิน โลหะ กระเบื้อง และยังระบุพื้นผิวที่เหมาะสมในขั้นตอนเตรียมผิวเพิ่มเติม เช่น หิน กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงา และไม้ อย่างไรก็ตามแต่ละพื้นผิวต้องใช้ primer หรือการทดสอบการยึดเกาะที่เหมาะสม ไม่ควรทาทับแบบเดา

เตรียมพื้นผิวให้ได้มาตรฐานก่อนทา

พื้นผิวคือหัวใจของงานกันซึม หากพื้นไม่สะอาดหรือมีชั้นวัสดุหลุดร่อน ฟิล์มกันซึมจะยึดเกาะกับสิ่งสกปรกแทนที่จะยึดกับพื้นจริง ผลที่ตามมาคือบวม ล่อน หรือรั่วซ้ำบริเวณเดิม การเตรียมผิวจึงต้องทำก่อนเปิดถัง Sikalastic®-632 R ทุกครั้ง

  1. สำรวจพื้นที่: หาจุดน้ำขัง รอยร้าว มุมพื้นชนผนัง ท่อทะลุพื้น รางน้ำ ช่องแสง และขอบหลังคา
  2. ซ่อมพื้นเสียหาย: โพรง ผิวร่อน รอยแตกกว้าง หรือปูนแตกร่วนต้องซ่อมด้วยวัสดุซ่อมที่เหมาะสมก่อน
  3. ทำความสะอาด: กำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน สีเดิมที่ล่อน และวัสดุปนเปื้อนที่ขวางการยึดเกาะ
  4. จัดการน้ำขัง: ปรับ slope หรือระบบระบายน้ำ เพราะบริเวณที่มีน้ำขังตลอดเวลาไม่ใช่สภาพที่เหมาะกับระบบกันซึมระยะยาว
  5. เช็กสภาพอากาศ: วางแผนทำงานในช่วงฝนเสี่ยงต่ำ และระวังจุดน้ำค้างเพื่อป้องกันการควบแน่นใต้ฟิล์ม

ข้อควรจำ: อย่าใช้กันซึมเป็นวัสดุแก้ปัญหาโครงสร้างแทนการซ่อมพื้น หากพื้นแตกร้าวจากการทรุดตัว มีน้ำดันจากด้านล่าง หรือมีความชื้นสะสมต่อเนื่อง ควรแก้ต้นเหตุก่อนทำระบบกันซึม

เลือก primer ให้ถูกพื้นผิว

Primer ช่วยให้ระบบกันซึมยึดเกาะกับพื้นผิวเดิมได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงฟิล์มล่อนและช่วยควบคุมการดูดซึมของพื้นผิว ข้อมูล Sika ระบุสารรองพื้นตามประเภทพื้นผิวไว้ชัดเจน จึงควรเลือกตามระบบ ไม่ควรใช้ primer สลับประเภทโดยไม่ทดสอบ

ประเภทพื้นผิวสารรองพื้นที่แนะนำหมายเหตุหน้างาน
ซีเมนต์Sikalastic® U primerเช็กฝุ่นปูน รูพรุน รอยร้าว และความชื้น
อิฐก่อและหินSikalastic® U primerกำจัดคราบเกลือและชั้นผิวที่หลุดร่อน
กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงาSikalastic® U primerแผ่นต้องไม่กลวง ไม่หลุด และผิวไม่ลื่นเกินไป
บิทูเมนแบบทาเคลือบ/แผ่นบิทูเมนSikalastic® Metal Primerตรวจความเข้ากันได้และสภาพวัสดุเดิมก่อน
โลหะSikalastic® Metal Primerกำจัดสนิม คราบน้ำมัน และควรทดสอบแรงดึงบนพื้นผิว
ระบบ SikaRoof® MTC เดิมSikalastic® U primerควรทดสอบแรงดึงบนพื้นผิวก่อนเคลือบใหม่

ขั้นตอนการทา Sikalastic®-632 R ให้ฟิล์มต่อเนื่อง

การทำงานควรยึดเอกสาร Method Statement ของ Sika และปรับตามสภาพหน้างานจริง โดยเฉพาะพื้นที่ใหญ่หรือหลังคาสูงควรให้ช่างที่มีประสบการณ์ทำงาน เพราะ Sika ระบุว่าสินค้านี้เหมาะกับการติดตั้งโดยผู้ที่มีความชำนาญ

  1. เตรียมอุปกรณ์: ใช้แปรงขนหนานุ่ม ลูกกลิ้งที่ทนสารละลายและไม่เป็นขนปุย หรือเครื่องพ่นไร้อากาศตามเงื่อนไขงาน
  2. เปิดถังและตรวจเนื้อวัสดุ: โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องกวนก่อนใช้ แต่ถ้าพบการแยกตัวให้กวนช้า ๆ จนสีสม่ำเสมอ เพื่อลดการกักฟองอากาศ
  3. ทา primer: ทาตามประเภทพื้นผิวและรอให้พร้อมสำหรับการทาชั้นกันซึม
  4. เก็บจุดรายละเอียด: ท่อ รางน้ำ มุมพื้นชนผนัง ช่องแสง และรอยต่อควรเสริมระบบให้ต่อเนื่อง เพราะเป็นจุดรั่วซ้ำบ่อยที่สุด
  5. ทาชั้นที่ 1: ทาให้ทั่วและคุมอัตราการใช้ตามระบบที่เลือก ห้ามทาบางเกินเพื่อประหยัดวัสดุ
  6. รอเคลือบทับ: รอขั้นต่ำตามอุณหภูมิและความชื้น หากทิ้งไว้เกิน 2 วันควรทำความสะอาดผิวหน้าและทา Sika® Reactivation Primer ก่อนเคลือบใหม่
  7. ทาชั้นที่ 2: ทาให้ต่อเนื่องเต็มพื้นที่ ตรวจรูเข็ม ฟองอากาศ จุดบาง และขอบมุมทั้งหมด
  8. ทำความสะอาดเครื่องมือ: ล้างด้วย Thinner C ทันทีหลังใช้งาน วัสดุที่แข็งตัวแล้วต้องขูดออกด้วยวิธีทางกลเท่านั้น

หลักคิดหน้างาน: ความหนาฟิล์มและความต่อเนื่องสำคัญกว่าความเร็ว อย่าเปิดพื้นที่ทากว้างเกินกำลังทีม เพราะถ้าคุมขอบงาน อัตราการใช้ และเวลาทับชั้นไม่ได้ คุณภาพฟิล์มจะไม่สม่ำเสมอ

อัตราการใช้และการคำนวณจำนวนถัง

อัตราการใช้ของ Sikalastic®-632 R ขึ้นกับระบบหลังคาที่เลือก ข้อมูล Sika แสดงระบบ 2 ชั้น ทั้งแบบมีชั้นทับหน้าและไม่มีชั้นทับหน้า โดยอัตราการใช้ขั้นต่ำต่อชั้นแตกต่างกัน จึงควรคำนวณจากระบบ ไม่ใช่คำนวณจากพื้นที่อย่างเดียว

ระบบชั้นที่ 1ชั้นที่ 2รวมขั้นต่ำโดยประมาณ
SikaRoof® MTC-05 UV AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 0.70 กก./ตร.ม.≥ 1.75 กก./ตร.ม.
SikaRoof® MTC-08 UV AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 2.10 กก./ตร.ม.
SikaRoof® MTC-10 UV AP≥ 1.40 กก./ตร.ม.≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 2.45 กก./ตร.ม.
SikaRoof® Pro-1 AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 0.70 กก./ตร.ม.≥ 1.75 กก./ตร.ม.
SikaRoof® Pro-3 AP≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 1.05 กก./ตร.ม.≥ 2.10 กก./ตร.ม.

ตัวอย่าง: ดาดฟ้า 30 ตารางเมตร ถ้าเลือกระบบที่ใช้อัตรารวมขั้นต่ำ 2.10 กก./ตร.ม. จะต้องใช้วัสดุประมาณ 63 กก. หรือประมาณ 3 ถัง ขนาด 21 กก. ก่อนเผื่อวัสดุสูญเสีย พื้นผิวหยาบ มุม รางน้ำ ท่อ และจุดเสริมแรง งานจริงควรเผื่อปริมาณและให้ทีมงานช่วยคำนวณจากรูปหน้างาน

เวลาแห้ง เวลาเคลือบทับ และข้อควรระวัง

Sikalastic®-632 R แห้งตัวเร็ว โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่อุณหภูมิและความชื้นสูง ข้อมูล Sika ระบุว่าผิวเริ่มแห้งตัวหลังเคลือบประมาณ 1 ชั่วโมง ที่ +20°C / 50% RH และมีเวลารอเคลือบทับขั้นต่ำโดยประมาณตามตารางด้านล่าง

อุณหภูมิ / ความชื้นสัมพัทธ์เวลารอเคลือบทับขั้นต่ำคำแนะนำ
+10°C / 50% RHประมาณ 12 ชั่วโมงอากาศเย็น งานจะแห้งช้ากว่า ควรเผื่อเวลา
+20°C / 50% RHประมาณ 6 ชั่วโมงเหมาะกับการวางแผนทาชั้นถัดไปในวันเดียวกัน
+30°C / 50% RHประมาณ 3 ชั่วโมงอากาศร้อนแห้งเร็ว ต้องคุมพื้นที่ทำงานให้ทัน
สภาพแวดล้อมทนฝนแห้งสัมผัสได้บ่มตัวเต็มที่
+20°C / 55% RH2 ชั่วโมง2 ชั่วโมง6 ชั่วโมง
+30°C / 85% RH1 ชั่วโมง1 ชั่วโมง3 ชั่วโมง

สภาพใช้งานที่ระบุคืออุณหภูมิแวดล้อม +10°C ถึง +40°C ความชื้นสัมพัทธ์ 5% ถึง 85% และอุณหภูมิพื้นผิว +5°C ถึง +60°C พื้นผิวและชั้นกันซึมที่ยังไม่แข็งตัวต้องมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C เพื่อลดความเสี่ยงการควบแน่นและการบวมพองของฟิล์ม

ข้อควรระวัง: แม้วัสดุทนฝนได้เร็วตามเงื่อนไขทดสอบ แต่ฝนหนักและแรงอาจทำให้ฟิล์มที่ยังเป็นของเหลวเสียหายได้ หลีกเลี่ยงการทาก่อนฝนตก ไม่เจือจางด้วยสารทำละลาย ไม่ใช้กับพื้นที่น้ำขังตลอดเวลา และไม่ควรติดตั้งบนพื้นผิวที่มีความชื้นดันขึ้นต่อเนื่อง

สรุป: กันน้ำให้มั่นใจ ต้องคุมครบทั้งระบบ

Sikalastic®-632 R เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับงานกันซึมหลังคา ดาดฟ้า และระเบียง เพราะเป็น PU ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน แห้งเร็ว และให้ฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ แต่ผลลัพธ์ระดับ “กันน้ำเต็มระบบ” จะเกิดขึ้นเมื่อทำครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมผิว เลือก primer คุมอัตราการใช้ ทาทับในช่วงเวลาที่เหมาะสม และตรวจจุดเสี่ยงรั่วซ้ำอย่างละเอียด

หากเป็นพื้นที่เล็กและพื้นผิวไม่ซับซ้อน บทความนี้ใช้เป็นเช็กลิสต์สำหรับวางแผนงานได้ แต่ถ้าเป็นดาดฟ้าขนาดใหญ่ หลังคาสูง มีน้ำขังเรื้อรัง หรือเคยซ่อมหลายครั้ง ควรให้ทีมช่างช่วยประเมิน เพื่อกำหนดระบบ primer การเสริมแรง และปริมาณวัสดุให้เหมาะกับหน้างานจริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก การใช้งาน primer อัตราการใช้ และเวลาแห้ง อ้างอิงจากหน้า Sikalastic®-632 R บน Sika Thailand และเอกสารผลิตภัณฑ์ของ Sika ควรตรวจเอกสารล่าสุดและประเมินหน้างานจริงก่อนติดตั้งทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

Sikalastic®-632 R คือกันซึมประเภทอะไร?

Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ เมื่อแห้งแล้วเกิดฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคา ดาดฟ้า ระเบียง และงานปรับปรุงหลังคาเดิม

Sikalastic®-632 R กันน้ำ 100% จริงไหม?

ตัววัสดุมีคุณสมบัติกันซึมที่ดีและสร้างฟิล์มไร้รอยต่อ แต่ผลลัพธ์กันน้ำเต็มระบบขึ้นกับการเตรียมผิว primer อัตราการใช้ ความหนาฟิล์ม การเก็บจุดเสี่ยง และสภาพหน้างาน หากทำผิดระบบยังมีโอกาสรั่วซ้ำได้

ต้องใช้ primer ก่อนทา Sikalastic®-632 R ไหม?

ควรใช้ primer ตามประเภทพื้นผิว เช่น พื้นซีเมนต์ อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงาใช้ Sikalastic® U primer ส่วนบิทูเมนและโลหะใช้ Sikalastic® Metal Primer ตามข้อมูล Sika

หนึ่งถัง 21 กก. ทาได้กี่ตารางเมตร?

ขึ้นกับระบบที่เลือก หากใช้อัตรารวมขั้นต่ำ 2.10 กก./ตร.ม. หนึ่งถังจะทาได้ประมาณ 10 ตร.ม. ก่อนเผื่อสูญเสียและจุดรายละเอียด หากใช้อัตรา 1.75 กก./ตร.ม. จะได้ประมาณ 12 ตร.ม. โดยประมาณ

ทากี่ชั้นถึงจะได้มาตรฐาน?

ข้อมูลระบบแสดงการทา 2 ชั้น โดยอัตราชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 แตกต่างกันตามระบบ เช่น 1.05 + 0.70 กก./ตร.ม. หรือ 1.05 + 1.05 กก./ตร.ม. ควรเลือกตามระบบและสภาพหน้างานจริง

รอเคลือบทับชั้นที่สองนานแค่ไหน?

เวลารอเคลือบทับขั้นต่ำโดยประมาณคือ 12 ชั่วโมงที่ +10°C / 50% RH, 6 ชั่วโมงที่ +20°C / 50% RH และ 3 ชั่วโมงที่ +30°C / 50% RH หากทิ้งไว้เกิน 2 วัน ต้องทำความสะอาดและทา Sika® Reactivation Primer ก่อนเคลือบทับ

ทาแล้วโดนฝนได้เมื่อไหร่?

ข้อมูล Sika ระบุว่าทนฝนประมาณ 2 ชั่วโมงที่ +20°C / 55% RH และประมาณ 1 ชั่วโมงที่ +30°C / 85% RH แต่ฝนหนักอาจทำให้ฟิล์มที่ยังไม่แห้งเสียหายได้ จึงควรวางแผนงานในวันที่ฝนเสี่ยงต่ำ

ใช้กับพื้นผิวโลหะได้ไหม?

ใช้ได้กับโลหะหลายประเภท เช่น เหล็ก สังกะสี ตะกั่ว ทองแดง อะลูมิเนียม ทองเหลือง และสแตนเลส แต่ต้องเตรียมผิว กำจัดสนิม ใช้ Sikalastic® Metal Primer และควรทดสอบแรงดึงบนพื้นผิวก่อนติดตั้ง

ใช้กับดาดฟ้าที่น้ำขังตลอดเวลาได้ไหม?

ไม่ควรใช้กับบริเวณที่มีน้ำขังตลอดเวลา ควรแก้ความลาดเอียงและระบบระบายน้ำก่อน เพราะน้ำขังเรื้อรังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ระบบกันซึมเสื่อมเร็วและรั่วซ้ำ

ซื้อ Sikalastic®-632 R ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า Sikalastic®-632 R ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง

Similar Posts