ทำไมต้อง LANKO 103? เจาะลึกโพลิเมอร์พิเศษสำหรับงานฉาบบาง ภายในและภายนอก
ผนังที่มีรูฟองอากาศ ผิวเม็ดทราย รอยแตกลายงา หรือความไม่เรียบเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องฉาบปูนหนาใหม่ทุกครั้ง LANKO® 103 Skimcoat Plus คือโพลิเมอร์พิเศษเนื้อครีมสีขาวพร้อมใช้งาน ออกแบบมาสำหรับฉาบบางผนังและฝ้า ช่วยเก็บผิวให้เรียบเนียน ใช้ได้ทั้งพื้นที่ภายในและภายนอกตามชนิดพื้นผิวที่ผู้ผลิตกำหนด
LANKO® 103 Skimcoat Plus
โพลิเมอร์พิเศษสำเร็จรูปเนื้อครีมสีขาว สำหรับปรับระดับผนังและฝ้าที่ไม่เรียบเสมอกัน ปกปิดตำหนิขนาดเล็ก และสร้างผิวเรียบเนียนก่อนทาสี ติดวอลล์เปเปอร์ หรือเลือกปล่อยผิวตามความเหมาะสมของงาน
Quick Answer: ทำไมต้อง LANKO 103 สำหรับงานฉาบบาง?
LANKO® 103 Skimcoat Plus เหมาะเมื่อโจทย์คือการเก็บผิวผนังหรือฝ้าให้เรียบโดยไม่เพิ่มชั้นปูนหนา ผลิตภัณฑ์เป็นโพลิเมอร์พิเศษเนื้อครีมสีขาวพร้อมใช้ ไม่ต้องเติมน้ำ ฉาบลื่นมือที่ความหนา 0.3-2 มม. ต่อชั้น ปกปิดรูฟองอากาศขนาดเล็ก ผิวเม็ดทราย และรอยแตกลายงาบนผนังปูนฉาบทั่วไปได้ พร้อมรองรับการทาสี วอลล์เปเปอร์ และวัสดุปิดทับหลายชนิด
จุดที่ทำให้ LANKO 103 แตกต่างจากการนำปูนซีเมนต์ธรรมดามาปาดบาง คือวัสดุถูกพัฒนาให้มีลักษณะเป็นครีมสำเร็จรูป มีเรซินสังเคราะห์ สารเติมเต็ม และสารผสมเพิ่มเป็นองค์ประกอบหลัก จึงควบคุมความสม่ำเสมอได้ง่ายกว่า ช่างเปิดถังแล้วใช้งานตามขั้นตอน ไม่ต้องกะน้ำหน้างาน และไม่เสี่ยงให้คุณสมบัติเปลี่ยนเพราะเติมน้ำมากหรือน้อยเกินไป
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ใช้ได้ภายในและภายนอก” ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นผิวใช้ได้เหมือนกันทั้งหมด คอนกรีตเข้าแบบ ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก ฝ้าคอนกรีต และแผ่นผนังคอนกรีตพรีคาสต์อยู่ในกลุ่มพื้นผิวที่ระบุสำหรับภายในและภายนอก ส่วนบล็อกคอนกรีตมวลเบา ผนังก่ออิฐ และวัสดุยิปซั่มบางประเภท ผู้ผลิตระบุไว้สำหรับภายในเท่านั้น จึงต้องแยกพื้นที่ใช้งานก่อนเริ่มงานเสมอ
เจาะลึก “โพลิเมอร์พิเศษ” ใน LANKO 103 ช่วยงานฉาบบางอย่างไร?
เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุส่วนประกอบหลักทางเคมีของ LANKO 103 ว่าเป็น เรซินสังเคราะห์ สารเติมเต็ม และสารผสมเพิ่ม ซึ่งเป็นแนวคิดต่างจากปูนฉาบซีเมนต์ที่ต้องผสมน้ำให้เกิดปฏิกิริยาไฮเดรชัน วัสดุมาในรูปเนื้อครีมพร้อมใช้ จึงเน้นการเกาะผิว ความลื่นขณะฉาบ ความละเอียดของผิว และความสะดวกในการควบคุมชั้นบาง
ในงานจริง ชั้นฉาบบางมีความท้าทายมากกว่าที่เห็น เพราะวัสดุต้องกระจายตัวสม่ำเสมอในความหนาเพียงเศษมิลลิเมตร ต้องไม่ถูกพื้นผิวดูดความชื้นจนเสียสมดุลเร็วเกินไป และต้องยึดเกาะกับผิวเดิมได้ดี หากใช้วัสดุที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับงานบาง อาจเกิดรอยเกรียง ผิวเป็นเม็ด หลุดเป็นแผ่น หรือแตกร้าวหลังแห้งได้ง่าย
7 เหตุผลที่ LANKO 103 ตอบโจทย์ผนังภายในและภายนอก
- เปิดใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมน้ำ ช่วยลดความคลาดเคลื่อนระหว่างช่างแต่ละคน และลดอุปกรณ์ผสมในหน้างาน
- ให้ผิวเรียบเนียนเป็นพิเศษ เหมาะกับผนังที่ต้องการลดรอยเกรียง รูฟองอากาศขนาดเล็ก และผิวเม็ดทรายก่อนตกแต่ง
- ฉาบง่ายและลื่นมือ เนื้อครีมช่วยให้ปาดวัสดุเป็นชั้นบางด้วยเกรียงสแตนเลสได้สะดวก และยังรองรับการพ่นด้วยเครื่องพ่น
- ฉาบได้บาง 0.3-2 มม. ต่อชั้น ทำให้เก็บผิวได้โดยไม่เพิ่มน้ำหนักและความหนาเกินความจำเป็น แต่ควรทำอย่างน้อย 2 ชั้นเพื่อผิวที่สวยงามตามคำแนะนำ
- ปล่อยผิวหรือทาสีทับได้ ผู้ผลิตระบุว่าสามารถปล่อยเปลือยหรือทาสีทับโดยไม่ต้องใช้สีรองพื้น ช่วยลดขั้นตอนและเวลา ทั้งนี้ควรตรวจข้อกำหนดของสีหรือวัสดุปิดทับที่เลือกด้วย
- ทนต่อแสงยูวี เป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับพื้นที่ภายนอกที่ได้รับแสงแดด โดยยังต้องปกป้องผิวใหม่จากแดดจัดหรือฝนหนักใน 24 ชั่วโมงแรก
- รองรับงานตกแต่งหลายระบบ ได้แก่ สีทาอาคาร วอลล์เปเปอร์ สิ่งทอ วัสดุปิดทับสังเคราะห์แบบหนา และวัสดุปิดทับประเภทพลาสติกที่ยึดเกาะในตัว
ประโยชน์ด้านเวลาเกิดจากการรวมหลายขั้นตอนให้สั้นลง ตั้งแต่ไม่ต้องผสมวัสดุ ฉาบบางได้ และสามารถทาสีทับโดยไม่ต้องใช้สีรองพื้นตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ แต่ระยะเวลาจริงของโครงการยังขึ้นกับสภาพพื้นผิว จำนวนชั้น อุณหภูมิ ความชื้น และระบบสีที่เลือก การวางแผนจึงควรเผื่อเวลาตรวจรับผิวและทดสอบพื้นที่ตัวอย่างก่อนทำเต็มพื้นที่
ใช้ LANKO 103 กับพื้นผิวอะไรได้บ้าง? แยกภายในและภายนอกให้ชัด
| พื้นผิว | ภายใน | ภายนอก | เงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|---|---|
| คอนกรีตเข้าแบบ | ใช้ได้ | ใช้ได้ | สกัดหรือเจียรตะเข็บแบบและสันนูนออกก่อน |
| ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก | ใช้ได้ | ใช้ได้ | พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด และแห้ง |
| ฝ้าคอนกรีต | ใช้ได้ | ใช้ได้ | กำจัดฝุ่น น้ำมันแบบ สี และสิ่งลดการยึดเกาะ |
| แผ่นผนังคอนกรีตพรีคาสต์ | ใช้ได้ | ใช้ได้ | ตรวจรอยต่อและการเคลื่อนตัวแยกจากงานฉาบผิว |
| บล็อกคอนกรีตมวลเบา | ใช้ได้ | ไม่ระบุให้ใช้ | ใช้ภายใน และทา LANKO 751 ผสมน้ำ 2:1 เป็นรองพื้นก่อนฉาบ |
| ผนังก่ออิฐ | ใช้ได้ | ไม่ระบุให้ใช้ | อยู่ในกลุ่มพื้นผิวสำหรับภายในเท่านั้น |
| บล็อกยิปซั่ม / แผ่นยิปซั่ม | ใช้ได้ | ไม่ระบุให้ใช้ | ใช้ภายใน ตรวจความแข็งแรงและความสะอาดของผิว |
| ยิปซั่ม | ปรึกษาเทคนิค | ไม่ระบุให้ใช้ | ผู้ผลิตแนะนำให้ขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากแผนกเทคนิค |
ตารางนี้สะท้อนขอบเขตในเอกสารผลิตภัณฑ์ ไม่ควรตีความขยายไปยังพื้นผิวอื่นโดยอัตโนมัติ เช่น สีเก่า กระเบื้อง ไม้ โลหะ หรือผนังที่มีสารเคลือบกันน้ำ หากต้องฉาบบนพื้นผิวที่ไม่อยู่ในรายการ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบการยึดเกาะและทำพื้นที่ทดสอบก่อน
สเปก LANKO 103 ที่ควรรู้ก่อนวางแผนงาน
| รายการ | ข้อมูลจากเอกสารผลิตภัณฑ์ | ความหมายต่อหน้างาน |
|---|---|---|
| ลักษณะ / สี | เนื้อครีมสีขาว | เห็นตำหนิและรอยเกรียงได้ง่ายก่อนตกแต่ง |
| ส่วนประกอบหลัก | เรซินสังเคราะห์ สารเติมเต็ม และสารผสมเพิ่ม | เป็นโพลิเมอร์พร้อมใช้ ไม่ใช่ปูนผงสำหรับผสมน้ำ |
| ความหนาแน่น | 1.7-1.8 กก./ลิตร | ใช้ประกอบการวางแผนขนย้ายและประมาณปริมาตร |
| ค่าความเป็นกรด-ด่าง | pH 8-10 | ปฏิบัติตาม SDS และสุขอนามัยในการทำงาน |
| แรงยึดเกาะต่อแรงดึง | ≥ 0.5 MPa ที่ 28 วัน ความหนา 1 มม. บนคอนกรีต | ค่าทดสอบขึ้นกับพื้นผิวและสภาวะแวดล้อมจริง |
| ความหนาต่อชั้น | 0.3-2 มม. | ถ้าต้องปรับลึกกว่านี้ควรซ่อมหรือปรับระดับด้วยวัสดุที่เหมาะสมก่อน |
| อุณหภูมิแวดล้อม | 10-35°C | หลีกเลี่ยงงานขณะผิวร้อนจัดหรือสภาพอากาศอยู่นอกช่วง |
| รอเคลือบทับ | ประมาณ 24 ชั่วโมง | ตรวจให้แห้งจริงและยึดข้อกำหนดของวัสดุปิดทับร่วมด้วย |
| บรรจุภัณฑ์ | 5 กก./กระป๋อง และ 20 กก./ถัง | เลือกขนาดให้เหมาะกับพื้นที่และการใช้ต่อเนื่อง |
| อายุผลิตภัณฑ์ | 12 เดือนเมื่อจัดเก็บถูกวิธีในบรรจุภัณฑ์ปิดสนิทไม่เสียหาย | ตรวจวันผลิต ฝาปิด และสภาพเนื้อวัสดุก่อนใช้ |
ข้อมูลทางเทคนิคเป็นค่าจากการทดสอบภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ผลจริงอาจเปลี่ยนตามความแข็งแรงของผิวเดิม การเตรียมผิว อุณหภูมิ ความชื้น ความหนา และฝีมือช่าง การทำ mock-up ในพื้นที่เล็กจะช่วยยืนยันสี เนื้อสัมผัส การยึดเกาะ และขั้นตอนตกแต่งก่อนเริ่มงานทั้งโครงการ
คำนวณปริมาณ LANKO 103 อย่างไรให้ใกล้เคียงหน้างานจริง?
เอกสารระบุปริมาณการใช้ประมาณ 0.5-1.5 กก./ตร.ม. ที่ความหนา 1 มม. ช่วงที่ค่อนข้างกว้างนี้สะท้อนว่าผิวแต่ละหน้างานมีรูพรุน ความหยาบ และความเรียบไม่เท่ากัน การคำนวณเบื้องต้นทำได้ด้วยสูตร:
ตัวอย่าง ผนัง 100 ตร.ม. ที่ชั้นงานอ้างอิง 1 มม. จะใช้ประมาณ 50-150 กก. หรือเทียบเป็นถัง 20 กก. ประมาณ 3-8 ถัง ก่อนบวกเผื่อการสูญเสียและสภาพผิวจริง
ตัวเลขนี้เป็นช่วงประมาณ ไม่ใช่การรับประกันจำนวนถัง เพราะงานที่มีรูฟองอากาศจำนวนมากอาจกินวัสดุในชั้นแรกสูงกว่า ขณะที่ผิวคอนกรีตเรียบสม่ำเสมออาจใช้น้อยกว่า ควรวัดพื้นที่จริง แยกผนังที่มีสภาพต่างกัน ทดลองฉาบ 1-2 ตร.ม. แล้วชั่งปริมาณที่ใช้เพื่อสร้างอัตราเฉพาะโครงการ
การสั่งวัสดุควรเผื่อการสูญเสียจากภาชนะ เครื่องมือ ขอบมุม และการแก้ตำหนิ แต่ไม่ควรเปิดหลายถังพร้อมกันโดยไม่จำเป็น หลังใช้งานต้องปิดฝาให้แน่นและเก็บตามเงื่อนไขของผู้ผลิต เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและการเปลี่ยนสภาพของวัสดุ
วิธีเตรียมพื้นผิวและฉาบ LANKO 103 ให้เรียบเนียน
1. ตรวจสภาพผนังและซ่อมปัญหาหลัก
พื้นผิวต้องแข็งแรง ไม่มีปูนร่อนหรือโพรง ตรวจหาความชื้น รอยรั่ว และรอยร้าวที่ยังเคลื่อนตัว หากเคาะแล้วพบเสียงกลวงหรือมีชั้นสีเดิมหลุดล่อน ต้องรื้อส่วนที่ไม่แข็งแรงออกและซ่อมด้วยวัสดุที่เหมาะสมก่อน การปาดสกิมโค้ททับชั้นเดิมที่อ่อนแอไม่สามารถเพิ่มความแข็งแรงให้ฐานได้
2. ทำความสะอาดสิ่งที่ลดการยึดเกาะ
กำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน สี เศษสิ่งสกปรก น้ำยาถอดแบบ และวัสดุแปลกปลอมออกให้หมด สกัดหรือเจียรรอยตะเข็บแบบและสันนูนที่หนาเกินออกก่อนเริ่มงาน หากผิวมีรูพรุนมาก ให้ฉาบรอบแรกเพื่ออุดรูพรุนก่อน จะช่วยให้ชั้นถัดไปทำงานง่ายและเร็วขึ้น
3. เตรียมวัสดุโดยไม่เติมน้ำ
LANKO 103 เป็นโพลิเมอร์พิเศษพร้อมใช้งาน ไม่ต้องและห้ามเติมน้ำ รวมถึงห้ามเติมผลิตภัณฑ์อื่นเพื่อปรับความข้น ใช้เครื่องมือสะอาดตักวัสดุ และปิดฝาภาชนะเมื่อพักงานเพื่อรักษาความสะอาดของเนื้อผลิตภัณฑ์
4. ฉาบชั้นแรกด้วยเกรียงสแตนเลสหรือเครื่องพ่น
ปาดวัสดุเป็นชั้นบางสม่ำเสมอในช่วง 0.3-2 มม. ต่อชั้น รักษามุมเกรียงและแรงกดให้คงที่ ไม่พยายามอุดร่องลึกหรือแก้ระดับผนังที่ต่างกันมากด้วยการโปะหนาในครั้งเดียว งานที่ต้องการลวดลายสามารถประยุกต์ด้วยเครื่องพ่นตามความชำนาญและตัวอย่างผิวที่อนุมัติ
5. ฉาบอย่างน้อย 2 ชั้น
ผู้ผลิตแนะนำให้ฉาบอย่างน้อย 2 ชั้นเพื่อให้ได้ผิวสวยงาม โดยเว้นระยะ 10-30 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้ชั้นแรกหลุดออกขณะฉาบชั้นที่สอง ระยะเวลาจริงสัมพันธ์กับอุณหภูมิ ลม ความชื้น และการดูดซึมของพื้นผิว จึงควรสังเกตผิวจริงควบคู่กับเวลา
6. ขัดแต่งและรอก่อนปิดทับ
เมื่อวัสดุแห้งเหมาะสม สามารถใช้กระดาษทรายขัดแต่งรอยเกรียงและจุดต่อ จากนั้นกำจัดฝุ่นให้สะอาด ทิ้งให้แห้งประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนตกแต่งด้วยสี วอลล์เปเปอร์ หรือวัสดุปิดทับอื่น และควรตรวจข้อกำหนดด้านความชื้นหรือการเตรียมผิวของระบบตกแต่งนั้นอีกครั้ง
ข้อผิดพลาดที่ทำให้สกิมโค้ทหลุดร่อน เป็นรอย หรือแห้งไม่สม่ำเสมอ
ด้านความปลอดภัย ควรอ่านเอกสารข้อมูลความปลอดภัยฉบับล่าสุด ใช้อุปกรณ์ป้องกันให้เหมาะกับงาน รักษาสุขอนามัย หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตาและผิวหนัง และกำจัดวัสดุหรือภาชนะตามข้อบังคับท้องถิ่น แม้ผลิตภัณฑ์พร้อมใช้จะช่วยลดฝุ่นจากการเทปูนผง แต่การขัดผิวยังสามารถสร้างฝุ่นละเอียดได้ จึงควรควบคุมฝุ่นและสวมอุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจตามการประเมินหน้างาน
LANKO 103 เหมาะกับงานแบบไหน และเมื่อไรควรเลือกวัสดุชนิดอื่น?
LANKO 103 เหมาะกับโครงการบ้าน อาคารสำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล พื้นที่ค้าปลีก และงานพรีคาสต์ที่ต้องการเก็บผิวผนังหรือฝ้าให้เรียบก่อนตกแต่ง จุดเด่นคือพร้อมใช้ ผิวขาว ฉาบบาง และทำงานได้ทั้งภายในกับภายนอกบนกลุ่มพื้นผิวที่ระบุ จึงช่วยให้การควบคุมคุณภาพงานตกแต่งเป็นระบบมากขึ้น
| สภาพหน้างาน | ความเหมาะสม | แนวทาง |
|---|---|---|
| รูฟองอากาศเล็ก ผิวเม็ดทราย รอยเกรียงบาง | เหมาะ | ทำความสะอาดและฉาบอย่างน้อย 2 ชั้น |
| ต้องการผิวเรียบก่อนทาสีหรือวอลล์เปเปอร์ | เหมาะ | รอแห้งประมาณ 24 ชั่วโมงและตรวจข้อกำหนดวัสดุปิดทับ |
| ต้องการลวดลายจากเครื่องพ่น | รองรับ | ทำตัวอย่างผิวเพื่อกำหนดหัวพ่น แรงดัน และจังหวะงาน |
| ผนังต่างระดับหรือโพรงลึกเกิน 2 มม. | ต้องซ่อมก่อน | ใช้วัสดุซ่อมหรือปรับระดับที่เหมาะกับความลึก แล้วจึงฉาบบาง |
| รอยร้าวโครงสร้างหรือรอยต่อที่เคลื่อนตัว | ไม่ใช่งานของสกิมโค้ท | ให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์และเลือกวัสดุซ่อมเฉพาะ |
| ผนังชื้น น้ำซึม หรือมีแรงดันน้ำ | ยังไม่ควรใช้ | หยุดสาเหตุน้ำและทำระบบกันซึมก่อน |
การเลือกวัสดุที่ถูกต้องควรเริ่มจากปัญหา ไม่ใช่เริ่มจากชื่อสินค้า หากเป้าหมายคือซ่อมคอนกรีต แต่งรอยต่อ กันซึม หรือปรับผนังหนาหลายมิลลิเมตร ควรใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะประเภทนั้น แล้วจึงใช้ LANKO 103 เป็นชั้นเก็บผิวสุดท้ายเมื่อฐานแข็งแรง เรียบ และพร้อมรับงานตกแต่ง
สรุป: LANKO 103 ช่วยเปลี่ยนงานเก็บผิวบางให้ควบคุมง่ายขึ้น
LANKO® 103 Skimcoat Plus เป็นคำตอบสำหรับงานผนังและฝ้าที่ต้องการผิวขาวเรียบเนียนโดยไม่ต้องฉาบหนา จุดแข็งมาจากสูตรโพลิเมอร์พิเศษสำเร็จรูป ไม่ต้องผสมน้ำ ฉาบลื่นมือ ใช้เก็บรูฟองอากาศขนาดเล็ก ผิวเม็ดทราย และรอยแตกลายงา พร้อมความหนา 0.3-2 มม. ต่อชั้นและการฉาบอย่างน้อย 2 ชั้นตามคำแนะนำ
ความสำเร็จของงานไม่ได้ขึ้นกับวัสดุเพียงอย่างเดียว พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด แห้ง และปราศจากสิ่งลดการยึดเกาะ ต้องเลือกกลุ่มพื้นผิวภายในหรือภายนอกให้ตรงตามเอกสาร ห้ามเติมน้ำ ห้ามฉาบทับด้วยซีเมนต์ไฮดรอลิก และต้องปกป้องผิวใหม่จากฝนหนักหรือแดดจัดใน 24 ชั่วโมงแรก เมื่อควบคุมรายละเอียดเหล่านี้ครบ LANKO 103 จะช่วยลดขั้นตอน ทำผิวได้ละเอียด และเตรียมผนังให้พร้อมสำหรับงานตกแต่งต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ
หากไม่แน่ใจเรื่องสภาพพื้นผิว ปริมาณวัสดุ หรือระบบสีปิดทับ ควรส่งรูปหน้างานและข้อมูลพื้นที่ให้ทีมงานช่วยประเมินก่อนสั่งซื้อ การตรวจหน้างานตั้งแต่ต้นมักประหยัดกว่าการแก้ผิวหลังฉาบเสร็จ และช่วยกำหนดจำนวนถังกับลำดับงานได้ใกล้เคียงความจริงมากกว่า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LANKO 103 Skimcoat Plus
LANKO 103 คือปูนสกิมโค้ทหรือโพลิเมอร์?
LANKO 103 เป็นโพลิเมอร์พิเศษสำเร็จรูปสำหรับงานฉาบบาง มีส่วนประกอบหลักเป็นเรซินสังเคราะห์ สารเติมเต็ม และสารผสมเพิ่ม มาในรูปเนื้อครีมสีขาวพร้อมใช้ ไม่ใช่ปูนผงที่ต้องผสมน้ำก่อนใช้งาน
LANKO 103 ใช้ภายนอกได้หรือไม่?
ใช้ได้กับพื้นผิวภายนอกที่ผู้ผลิตระบุ ได้แก่ คอนกรีตเข้าแบบ ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก ฝ้าคอนกรีต และแผ่นผนังคอนกรีตพรีคาสต์ ต้องปกป้องผิวใหม่ 24 ชั่วโมงหากมีฝนหนักหรือแดดจัด และพื้นผิวต้องไม่เปียกชื้น
LANKO 103 ฉาบได้หนากี่มิลลิเมตร?
ความหนาที่ระบุต่อชั้นคือ 0.3-2 มม. และแนะนำให้ฉาบอย่างน้อย 2 ชั้นเพื่อให้ได้ผิวสวยงาม หากต้องแก้ระดับลึก ควรใช้วัสดุซ่อมหรือปรับระดับที่เหมาะสมก่อน ไม่ควรโปะ LANKO 103 หนาเกินข้อกำหนดในชั้นเดียว
ต้องผสมน้ำกับ LANKO 103 เท่าไร?
ไม่ต้องผสมน้ำ ผลิตภัณฑ์พร้อมใช้งานและมีข้อห้ามเติมน้ำหรือผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่ม การเติมน้ำอาจทำให้คุณสมบัติของวัสดุเปลี่ยนไป
ฉาบชั้นที่สองได้เมื่อไร?
เอกสารแนะนำให้เว้นระยะ 10-30 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้ชั้นแรกหลุดออกขณะฉาบชั้นที่สอง ควรดูสภาพผิวจริงร่วมด้วย เพราะอุณหภูมิ ลม ความชื้น และการดูดซึมของพื้นผิวมีผลต่อเวลา
ทาสีทับ LANKO 103 ได้เมื่อไร?
ระยะรอเพื่อเคลือบทับประมาณ 24 ชั่วโมง และผลิตภัณฑ์สามารถทาสีทับโดยไม่ต้องใช้สีรองพื้นตามข้อมูลของผู้ผลิต อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจข้อกำหนดของระบบสีที่เลือกและให้ผิวแห้งเหมาะสมก่อนเสมอ
LANKO 103 ใช้กับอิฐมวลเบาได้ไหม?
ใช้ได้สำหรับภายในเท่านั้น โดยเอกสารระบุให้ผสม LANKO 751 กับน้ำในอัตราส่วน 2:1 แล้วทาเป็นน้ำยารองพื้นก่อนฉาบ ควรยืนยันวิธีใช้จากเอกสารฉบับล่าสุดก่อนเริ่มงาน
LANKO 103 ใช้กับผนังชื้นหรือผนังรั่วได้หรือไม่?
ไม่ควรใช้กับพื้นผิวเปียกชื้น และผลิตภัณฑ์ไม่ใช่วัสดุกันซึม ต้องหาสาเหตุของความชื้น แก้การรั่วซึม และรอให้พื้นผิวอยู่ในสภาพที่เหมาะสมก่อนทำงานฉาบบาง
LANKO 103 หนึ่งถังฉาบได้กี่ตารางเมตร?
ปริมาณการใช้ที่ระบุคือ 0.5-1.5 กก./ตร.ม. ที่ความหนา 1 มม. ดังนั้นถัง 20 กก. อาจครอบคลุมประมาณ 13.3-40 ตร.ม. ขึ้นกับความหยาบ รูพรุน ความเรียบของผิว และการสูญเสีย ควรทดลองฉาบเพื่อหาอัตราจริงของโครงการ
ซื้อ LANKO 103 ได้ที่ไหน?
ดูข้อมูลและสั่งซื้อได้ที่หน้า LANKO 103 Skimcoat Plus ของ GY Asia หรือติดต่อ LINE และโทร 089-222-8893 เพื่อเช็กสินค้าและขอคำแนะนำเรื่องปริมาณจากพื้นที่จริง
