มือใหม่ก็ฉาบได้! วิธีฉาบสกิมโค้ทผนังด้วยตัวเอง ลื่น เกลี่ยง่าย ด้วย LANKO 103
ผนังมีรูฟองอากาศ ผิวเม็ดทราย หรือรอยแตกลายงาจนทาสีแล้วไม่สวย? งานเก็บผิวแบบนี้ทำเองได้ง่ายขึ้นเมื่อเลือกวัสดุที่พร้อมใช้และควบคุมเกรียงไม่ยาก LANKO® 103 Skimcoat Plus เป็นสกิมโค้ทเนื้อครีมสีขาวสำหรับฉาบบางทั้งภายในและภายนอก ฉาบลื่น เกลี่ยง่าย ไม่ต้องผสมน้ำ เหมาะกับมือใหม่ที่อยากปรับผนังให้เรียบเนียนก่อนทาสีหรือปิดผิว
LANKO® 103 Skimcoat Plus
โพลิเมอร์พิเศษสำเร็จรูป เนื้อครีมสีขาวพร้อมใช้ สำหรับปรับระดับผนังและฝ้าที่ไม่เรียบ ปกปิดรูฟองอากาศขนาดเล็ก ผิวเม็ดทราย และรอยแตกลายงา ให้ผิวเรียบเนียน สามารถปล่อยเปลือยหรือทาสีทับได้ตามระบบที่เหมาะสม
Quick Answer: มือใหม่ฉาบสกิมโค้ทผนังเองได้ไหม?
เริ่มจากทำความสะอาดผนังให้ปราศจากฝุ่น น้ำมัน สีที่หลุดล่อน และสิ่งสกปรก เปิดถังแล้วกวนเนื้อวัสดุให้สม่ำเสมอโดย ไม่เติมน้ำ ใช้เกรียงสแตนเลสปาด LANKO 103 บาง ๆ คุมความหนา 0.3–2 มม. ต่อชั้น ฉาบอย่างน้อย 2 ชั้น เว้นช่วงประมาณ 10–30 นาที เพื่อไม่ให้ชั้นแรกหลุดติดเกรียง จากนั้นปล่อยให้แห้ง ขัดแต่ง และรอประมาณ 24 ชั่วโมง ก่อนตกแต่งด้วยวัสดุปิดทับ
หัวใจของงานไม่ได้อยู่ที่การออกแรงกดเกรียงมากที่สุด แต่อยู่ที่การเตรียมผิว คุมมุมเกรียง และฉาบบางหลายเที่ยวอย่างสม่ำเสมอ หากผนังมีรอยร้าวที่ยังขยับ น้ำซึม ปูนหลวม หรือมีความต่างระดับเกินกว่างานฉาบบาง ควรแก้สาเหตุก่อน เพราะสกิมโค้ทมีหน้าที่เก็บผิว ไม่ใช่วัสดุซ่อมโครงสร้างหรือวัสดุกันซึม
สำหรับมือใหม่ LANKO 103 ช่วยตัดขั้นตอนการชั่งน้ำและผสมปูนออกไป เนื้อครีมพร้อมใช้จึงลดความเสี่ยงเรื่องส่วนผสมข้นหรือเหลวไม่เท่ากันแต่ละรอบ และมีเวลาสำหรับฝึกจังหวะการปาดเกรียงได้ง่ายกว่าวัสดุที่ต้องผสมหน้างาน
ทำไม LANKO 103 จึงเหมาะกับการฉาบสกิมโค้ทด้วยตัวเอง?
LANKO® 103 Skimcoat Plus เป็นโพลิเมอร์พิเศษสำเร็จรูป ผลิตจากเรซิ่นสังเคราะห์ สารเติมเต็ม และสารผสมเพิ่ม เนื้อวัสดุเป็นครีมสีขาวพร้อมใช้ จุดเด่นที่มือใหม่สัมผัสได้ทันทีคือไม่ต้องเดาอัตราส่วนน้ำ ไม่ต้องใช้เครื่องผสมปูน และไม่ต้องกังวลว่าปูนแต่ละกะจะมีความข้นต่างกัน เพียงเปิดภาชนะ กวนให้เนื้อกลับมาเป็นเนื้อเดียว แล้วตักใช้งานในปริมาณที่ควบคุมได้
ผลิตภัณฑ์ยังทนต่อแสงยูวี ใช้ได้กับงานผนังและฝ้าทั้งภายในและภายนอกตามชนิดพื้นผิวที่ผู้ผลิตกำหนด สามารถขัดแต่งด้วยกระดาษทราย และสามารถขึ้นลวดลายด้วยเครื่องพ่นได้ นอกจากนี้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถปล่อยเปลือยหรือทาสีทับได้โดยไม่ต้องใช้สีรองพื้น อย่างไรก็ตาม ในงานจริงควรตรวจเงื่อนไขของสีทับหน้าและทดลองบริเวณเล็กก่อน เพราะสีบางระบบอาจมีข้อกำหนดการเตรียมพื้นผิวเฉพาะ
LANKO 103 ฉาบบนผนังแบบไหนได้บ้าง?
ก่อนซื้อควรจำแนกพื้นผิวให้ถูก เพราะคำว่า “ผนัง” ครอบคลุมวัสดุหลายชนิดและไม่ได้ใช้เงื่อนไขเดียวกันทั้งหมด สำหรับงานภายในและภายนอก ข้อมูล Sika ระบุพื้นผิวหลัก ได้แก่ คอนกรีตเข้าแบบ ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก ฝ้าคอนกรีต และแผ่นผนังคอนกรีตพรีคาสต์ ส่วนผนังก่ออิฐ บล็อกยิปซั่ม แผ่นยิปซั่ม และยิปซั่มอยู่ในกลุ่มงานภายในตามข้อกำหนดผลิตภัณฑ์
| พื้นผิว | บริเวณใช้งาน | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| คอนกรีตเข้าแบบ / คอนกรีตเสริมเหล็ก | ภายในและภายนอก | ขจัดน้ำมันแบบ ฝุ่น คราบสี และเจียรสันตะเข็บแบบที่นูน |
| ฝ้าคอนกรีต / พรีคาสต์ | ภายในและภายนอก | ตรวจรูฟองอากาศ รอยต่อแผ่น และส่วนที่หลวมก่อนฉาบ |
| บล็อกคอนกรีตมวลเบา | ภายในเท่านั้น | ทารองพื้นด้วย LANKO 751 ผสมน้ำอัตราส่วน 2:1 ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ |
| ผนังก่ออิฐ | ภายในเท่านั้น | ผิวฉาบเดิมต้องบ่มตัว แข็งแรง แห้ง และไม่เป็นฝุ่น |
| บล็อกยิปซั่ม / แผ่นยิปซั่ม | ภายในเท่านั้น | ตรวจรอยต่อและระบบวัสดุให้เหมาะสม; งานยิปซั่มควรขอคำแนะนำทางเทคนิคเพิ่มเติม |
เตรียมอุปกรณ์และคำนวณ LANKO 103 ให้พอดีกับพื้นที่
อุปกรณ์ที่ควรมี
- เกรียงฉาบสแตนเลส ขอบตรง ไม่บิ่น และไม่มีสนิม สำหรับปาดให้บางเรียบ
- เกรียงโป๊วขนาดเล็ก สำหรับตักวัสดุ เก็บมุม และอุดรูพรุนเฉพาะจุด
- ถาดหรือแผ่นรองวัสดุ ช่วยตักใช้งานทีละน้อยและรักษาความสะอาดของวัสดุในถัง
- กระดาษทรายละเอียดกับบล็อกขัด สำหรับลบรอยเกรียงหลังวัสดุแห้ง
- แปรง ไม้กวาด หรือเครื่องดูดฝุ่น สำหรับกำจัดฝุ่นก่อนและหลังขัด
- เทปกาวและผ้าคลุม ป้องกันวงกบ บัว พื้น ปลั๊กไฟ และบริเวณที่ไม่ต้องการให้เปื้อน
- อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น ถุงมือ แว่นตา และหน้ากากกันฝุ่น โดยเฉพาะช่วงขัดผิว
อัตราการใช้และตัวอย่างคำนวณ
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุอัตราการใช้ประมาณ 0.5–1.5 กก./ตร.ม. ที่ความหนา 1 มม. ตัวเลขจริงแปรผันตามความขรุขระ รูพรุน วิธีฉาบ และการสูญเสียหน้างาน ตัวอย่างเช่น ผนัง 10 ตร.ม. ที่ต้องการความหนาเฉลี่ย 1 มม. จะใช้วัสดุเชิงทฤษฎีราว 5–15 กก. ควรสำรวจผิวจริงและเผื่อวัสดุสำหรับเก็บรูพรุนหรือความสูญเสียอย่างเหมาะสม
LANKO 103 มีบรรจุภัณฑ์ 5 กก. และ 20 กก. งานซ่อมเล็กหรือทดลองฉาบอาจเริ่มจากขนาด 5 กก. ส่วนผนังหลายด้านหรือพื้นที่ต่อเนื่องควรคำนวณรวมแล้วเลือกขนาดที่ลดการเปิดหลายภาชนะ หากไม่แน่ใจ ให้ส่งขนาดกว้าง × สูง จำนวนผนัง และรูปพื้นผิวให้ทีม GY Asia ช่วยประเมินเบื้องต้น
วิธีเตรียมผนังก่อนฉาบสกิมโค้ท: ขั้นตอนที่ห้ามข้าม
ผิวที่เรียบสวยเริ่มตั้งแต่ก่อนวัสดุแตะผนัง การฉาบบนฝุ่น น้ำมันแบบ สีเสื่อม หรือผิวที่หลวม ต่อให้เกลี่ยได้สวยในวันแรกก็มีความเสี่ยงหลุดร่อนภายหลัง เอกสารผลิตภัณฑ์กำหนดว่าพื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด และปราศจากคราบน้ำมัน สี และเศษสิ่งสกปรก ดังนั้นควรแบ่งการเตรียมผิวเป็นลำดับชัดเจน
- ตรวจความแข็งแรง: เคาะหาโพรง ใช้เกรียงขูดส่วนที่ร่วน และตรวจรอยร้าว หากผิวหลวมให้สกัดซ่อมจนถึงชั้นที่แข็งแรง
- แก้ความชื้น: หาต้นทางน้ำรั่วหรือน้ำซึมและซ่อมให้จบก่อน LANKO 103 ไม่ควรใช้บนพื้นผิวที่เปียกชื้น
- กำจัดสิ่งกีดขวางการยึดเกาะ: ขูดสีที่หลุด ล้างคราบมัน และปัดหรือดูดฝุ่นให้หมด อย่าฉาบคลุมฝุ่นละเอียดเพราะวัสดุจะยึดกับฝุ่นแทนผนัง
- ปรับจุดนูน: สกัดหรือเจียรรอยตะเข็บแบบและสันที่นูนหนาเกินไป เพื่อไม่ต้องฝืนฉาบหนาเกินช่วง 0.3–2 มม. ต่อชั้น
- อุดรูพรุน: หากผนังมีรูพรุนมาก ให้ฉาบรอบแรกเพื่ออุดรูเหล่านั้นก่อน แล้วจึงฉาบชั้นปรับผิว จะช่วยให้เกรียงวิ่งต่อเนื่องและลดรูเข็ม
- ป้องกันพื้นที่รอบข้าง: ปิดเทปบริเวณวงกบ ขอบบัว ปลั๊ก และคลุมพื้นก่อนเริ่มงาน เนื้อครีมที่ตกพื้นควรเช็ดออกก่อนแห้ง
วิธีฉาบ LANKO 103 ทีละขั้น ให้ผนังเรียบสำหรับมือใหม่
ขั้นที่ 1: เปิดถังและเตรียมเนื้อวัสดุ
ตรวจวันผลิต สภาพบรรจุภัณฑ์ และเนื้อวัสดุก่อนใช้งาน กวนเบา ๆ ให้เนื้อครีมสม่ำเสมอ แล้วตักใส่ถาดเท่าที่จะใช้ในช่วงสั้น ๆ ปิดฝาภาชนะหลักเมื่อไม่ได้ตัก เพื่อป้องกันฝุ่นและลดการสัมผัสอากาศ ห้ามเติมน้ำหรือผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่ม เพราะจะเปลี่ยนคุณสมบัติที่ออกแบบมาจากโรงงาน
ขั้นที่ 2: ฉาบชั้นแรกบาง ๆ
ตักวัสดุวางบนเกรียงในปริมาณพอดี เริ่มจากมุมบนหรือด้านหนึ่งของผนัง วางเกรียงเอียงกับผิวเล็กน้อยแล้วลากยาวสม่ำเสมอ การเอียงเกรียงมากทำให้ปาดวัสดุออกมาก ส่วนเกรียงที่ราบเกินไปจะพาวัสดุหนาและเกิดสันง่าย เป้าหมายชั้นแรกคือเติมรูพรุนและสร้างผิวต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องพยายามเก็บทุกตำหนิในเที่ยวเดียว
ขั้นที่ 3: รอ 10–30 นาที
หลังฉาบชั้นแรกให้รอประมาณ 10–30 นาที ก่อนทำชั้นที่ 2 ตามคำแนะนำของผู้ผลิต ช่วงเวลาจริงขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ลม ความชื้น และการดูดซึมของผนัง ทดสอบด้วยการแตะเบา ๆ: ชั้นแรกควรอยู่ตัว ไม่เหลวติดมือมาก แต่ยังรับชั้นต่อไปได้ การรีบฉาบทันทีอาจทำให้ชั้นแรกถูกเกรียงดึงหลุดหรือเกิดคลื่น
ขั้นที่ 4: ฉาบชั้นที่ 2 ไขว้ทิศทาง
ฉาบชั้นที่ 2 อย่างบางและสม่ำเสมอ โดยเปลี่ยนแนวลากเกรียงจากชั้นแรก เช่น ชั้นแรกแนวตั้ง ชั้นที่ 2 แนวนอนหรือเฉียง วิธีนี้ช่วยเติมร่องเกรียงและมองเห็นแอ่งผิวได้ง่าย คุมความหนาแต่ละชั้นอยู่ในช่วง 0.3–2 มม. เช็ดขอบเกรียงเป็นระยะ เพราะเศษวัสดุแห้งบนคมเกรียงจะลากเป็นเส้นบนผนัง
ขั้นที่ 5: เก็บรอยต่อและปล่อยให้แห้ง
ทำงานแบบเปียกต่อเปียกเป็นช่วงย่อยที่ควบคุมได้ อย่าปล่อยขอบงานให้แห้งเป็นสันก่อนมาต่อรอบถัดไป เมื่อผิวเริ่มอยู่ตัว ใช้เกรียงสะอาดลูบเก็บสันที่เห็นชัดโดยไม่ปาดซ้ำมากเกินไป จากนั้นปล่อยให้แห้งโดยไม่รบกวนผิว และป้องกันฝนหนักหรือแดดจัดเป็นเวลา 24 ชั่วโมงสำหรับงานภายนอก
5 เทคนิคฉาบให้ลื่น เกลี่ยง่าย และลดรอยเกรียง
หากเกิดรูเข็มจำนวนมาก อย่าพยายามวนเกรียงบนผิวซ้ำไม่หยุด ให้ตรวจว่าพื้นผิวมีรูพรุนมากหรือมีฝุ่นหรือไม่ แล้วใช้ชั้นแรกอุดรูตามคำแนะนำ เมื่อชั้นแรกอยู่ตัวจึงฉาบชั้นถัดไป การปาดซ้ำบนวัสดุที่เริ่มแห้งมักทำให้ผิวเป็นขุยและเกิดรอยมากกว่าเดิม
บริเวณมุมใน ให้ใช้เกรียงขนาดเล็กเก็บทีละด้านและรอให้อีกด้านอยู่ตัวก่อน เพื่อลดการขูดงานที่เพิ่งฉาบ ส่วนมุมนอกควรตรวจแนวและความแข็งแรงของมุมเดิมก่อน ถ้ามุมบิ่นลึกควรซ่อมด้วยวัสดุที่เหมาะกับความลึก ไม่ควรสร้างมุมใหม่ทั้งก้อนด้วยสกิมโค้ทฉาบบาง
ข้อผิดพลาดที่ทำให้สกิมโค้ทไม่เรียบ แตกร้าว หรือหลุดร่อน
| ข้อผิดพลาด | ผลที่อาจเกิด | วิธีป้องกัน |
|---|---|---|
| เติมน้ำเพื่อให้เหลวขึ้น | คุณสมบัติและความสม่ำเสมอเปลี่ยน | ใช้เนื้อครีมตามสภาพพร้อมใช้ ห้ามเติมน้ำหรือวัสดุอื่น |
| ฉาบบนผนังเปียกชื้น | เสี่ยงพอง ยึดเกาะไม่ดี หรือสีทับหน้าเสียหาย | ซ่อมแหล่งน้ำและรอผนังแห้งก่อนเริ่ม |
| ไม่กำจัดฝุ่นและสีหลุด | ชั้นใหม่ยึดกับสิ่งสกปรกและหลุดตามชั้นเดิม | ขูด ล้าง ปัด และดูดฝุ่นจนได้พื้นผิวแข็งแรงสะอาด |
| ฉาบหนาเกิน 2 มม./ชั้น | แห้งไม่สม่ำเสมอ เกลี่ยยาก และเสี่ยงแตกร้าว | แบ่งฉาบบางหลายชั้นหรือซ่อมระดับลึกด้วยวัสดุที่เหมาะสม |
| ฉาบชั้น 2 เร็วเกินไป | เกรียงดึงชั้นแรกหลุด เกิดคลื่นและรอยปาด | เว้น 10–30 นาทีและประเมินการอยู่ตัวจากสภาพจริง |
| ทาสีหรือปิดทับเร็วเกินไป | ความชื้นค้าง สีด่าง พอง หรือยึดเกาะไม่เต็มที่ | รอประมาณ 24 ชั่วโมง และตรวจระบบสีกับสภาพหน้างาน |
อีกความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือสกิมโค้ทสามารถหยุดรอยร้าวทุกชนิดได้ ความจริง LANKO 103 ช่วยปกปิดรอยแตกลายงาและปรับผิวบาง แต่รอยร้าวจากการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง รอยต่อวัสดุต่างชนิด หรือการทรุดตัว อาจกลับมาให้เห็นได้ ต้องวิเคราะห์สาเหตุและใช้ระบบซ่อมรอยร้าวหรือเสริมแรงที่เหมาะสมก่อน
หลังฉาบเสร็จ: ขัดเมื่อไร และทาสีทับอย่างไร?
เมื่อ LANKO 103 แห้ง สามารถใช้กระดาษทรายขัดแต่งรอยเกรียงและจุดนูนได้ เลือกกระดาษทรายละเอียดพอเหมาะ ขัดด้วยแรงสม่ำเสมอและใช้แสงส่องเฉียงตรวจผิว อย่าขัดจนกินชั้นสกิมโค้ทเป็นแอ่ง หลังขัดให้ดูดหรือปัดฝุ่นออกจนหมดก่อนทำขั้นตอนถัดไป เพราะฝุ่นขัดที่ค้างอยู่จะลดการยึดเกาะของสีหรือวัสดุปิดทับ
ข้อมูล Sika ระบุระยะเวลาในการรอเพื่อเคลือบทับประมาณ 24 ชั่วโมง และระบุว่าสามารถทาสีทับได้โดยไม่ต้องใช้สีรองพื้น อย่างไรก็ตาม คำว่า “ประมาณ” หมายถึงอุณหภูมิ ความชื้น การระบายอากาศ และความหนามีผลต่อการแห้ง งานที่อากาศชื้น ผนังเย็น หรือฉาบหนาอาจต้องรอนานขึ้น ควรให้ผิวแห้งสม่ำเสมอและทำตามเอกสารของสีทับหน้าด้วย
วัสดุปิดทับที่ระบุไว้ ได้แก่ สีทาอาคาร วอลล์เปเปอร์ สิ่งทอ วัสดุปิดทับสังเคราะห์แบบหนา และวัสดุปิดทับพลาสติกที่มีการยึดเกาะในตัว หากจะใช้กาวหรือสีชนิดพิเศษ ควรทดลองการยึดเกาะบนพื้นที่เล็ก โดยเฉพาะงานภายนอกหรือพื้นที่ที่มีความชื้นแปรผัน
สรุป: ผนังเรียบสวยเริ่มจากฉาบบาง เตรียมดี และไม่เร่งเวลา
การฉาบสกิมโค้ทผนังด้วยตัวเองไม่จำเป็นต้องเริ่มจากทักษะระดับช่างมืออาชีพ แต่ต้องเริ่มจากการเลือกงานให้ถูกประเภท LANKO 103 เหมาะกับงานปรับผิวบาง ปกปิดรูฟองอากาศเล็ก ผิวเม็ดทราย และรอยแตกลายงาบนพื้นผิวที่แข็งแรง จุดเด่นของเนื้อครีมพร้อมใช้และการฉาบที่ลื่นมือช่วยให้มือใหม่ลดตัวแปรจากการผสมและโฟกัสกับจังหวะเกรียงได้เต็มที่
สูตรจำง่ายคือ ผิวต้องแข็งแรงและแห้ง → ห้ามเติมน้ำ → ฉาบบาง 0.3–2 มม./ชั้น → อย่างน้อย 2 ชั้น → เว้น 10–30 นาที → รอประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนปิดทับ หากเจอผนังชื้น รอยร้าวที่ยังขยับ หรือหลุมลึกเกินงานฉาบบาง ให้หยุดและแก้ต้นเหตุก่อน ผลลัพธ์จะเรียบ ทน และลดงานแก้ภายหลังได้มากกว่าเร่งปาดวัสดุให้จบในครั้งเดียว
ข้อมูลสเปกและวิธีใช้ในบทความอ้างอิงจากหน้า LANKO 103 Skimcoat Plus ของ Sika Thailand ควรตรวจเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ฉบับล่าสุดก่อนใช้งานจริง โดยเฉพาะงานพื้นผิวเฉพาะหรือสภาพหน้างานที่แตกต่างจากทั่วไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LANKO 103 และการฉาบสกิมโค้ท
LANKO 103 ต้องผสมน้ำหรือไม่?
ไม่ต้องผสมน้ำ เป็นโพลิเมอร์พิเศษเนื้อครีมพร้อมใช้ และผู้ผลิตระบุห้ามเติมน้ำหรือผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่ม ควรกวนเนื้อให้สม่ำเสมอแล้วตักใช้งานโดยตรง
มือใหม่ควรฉาบ LANKO 103 หนาเท่าไร?
ความหนาที่ระบุคือ 0.3–2 มม. ต่อชั้น มือใหม่ควรเน้นฉาบบางสม่ำเสมอหลายชั้น แทนการโปะหนาในเที่ยวเดียว เพราะคุมเกรียงและขัดแต่งง่ายกว่า
ต้องฉาบกี่ชั้นจึงจะเรียบ?
ผู้ผลิตแนะนำให้ฉาบอย่างน้อย 2 ชั้นเพื่อให้ได้ผิวสวยตามต้องการ หากพื้นผิวมีรูพรุนมาก ควรใช้รอบแรกอุดรูพรุนก่อน แล้วจึงฉาบชั้นปรับผิว
ฉาบชั้นที่ 2 ต่อได้เมื่อไร?
เว้นประมาณ 10–30 นาที เพื่อป้องกันชั้นแรกหลุดออกระหว่างฉาบชั้นที่ 2 ระยะจริงขึ้นกับอุณหภูมิ ความชื้น ลม และการดูดซึมของผนัง จึงควรตรวจการอยู่ตัวของผิวร่วมด้วย
LANKO 103 ใช้ภายนอกได้ไหม?
ใช้ได้กับผนังและฝ้าคอนกรีตบางประเภททั้งภายในและภายนอก เช่น คอนกรีตเข้าแบบ คอนกรีตเสริมเหล็ก ฝ้าคอนกรีต และพรีคาสต์ ต้องปกป้องผิวจากฝนหนักหรือแดดจัด 24 ชั่วโมง และไม่ใช้บนผิวเปียกชื้น
LANKO 103 ฉาบบนอิฐมวลเบาได้ไหม?
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุใช้กับบล็อกคอนกรีตมวลเบาสำหรับภายในเท่านั้น และให้ผสม LANKO 751 กับน้ำอัตราส่วน 2:1 ทาเป็นน้ำยารองพื้นก่อนฉาบ ควรตรวจเอกสารระบบล่าสุดก่อนใช้งาน
ฉาบเสร็จแล้วทาสีได้เมื่อไร?
ระยะรอเพื่อเคลือบทับอยู่ที่ประมาณ 24 ชั่วโมง แต่สภาพอากาศ ความชื้น การระบายอากาศ และความหนามีผล ควรรอให้ผิวแห้งสม่ำเสมอและทำตามข้อกำหนดของสีทับหน้า
จำเป็นต้องทาสีรองพื้นหรือไม่?
ข้อมูล LANKO 103 ระบุว่าสามารถทาสีทับได้โดยไม่ต้องใช้สีรองพื้น อย่างไรก็ตาม สีแต่ละระบบอาจมีเงื่อนไขต่างกัน ควรดูเอกสารของผู้ผลิตสีและทดลองพื้นที่เล็กก่อน โดยเฉพาะงานที่ต้องการความสม่ำเสมอของสีสูง
ใช้ LANKO 103 อุดรอยแตกร้าวใหญ่ได้ไหม?
ไม่ควรใช้แทนวัสดุซ่อมรอยร้าวหรือซ่อมโครงสร้าง LANKO 103 เหมาะกับการปรับผิวบางและปกปิดรอยแตกลายงา หากรอยร้าวกว้าง ลึก เคลื่อนตัว หรือมีน้ำซึม ต้องตรวจสาเหตุและซ่อมด้วยระบบที่เหมาะสมก่อน
LANKO 103 ใช้ได้กี่ตารางเมตร?
อัตราการใช้ประมาณ 0.5–1.5 กก./ตร.ม. ที่ความหนา 1 มม. ปริมาณจริงขึ้นกับความเรียบ รูพรุน วิธีฉาบ และการสูญเสียหน้างาน สามารถส่งพื้นที่และรูปผนังให้ทีม GY Asia ช่วยประเมินจำนวนได้
ซื้อ LANKO 103 ได้ที่ไหน?
ดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่หน้า LANKO 103 Skimcoat Plus ของ GY Asia หรือติดต่อทาง LINE และโทรศัพท์เพื่อสอบถามสต็อก ราคา และคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง
