ทำไมต้องใช้ PU Hybrid? กันซึมดาดฟ้าด้วย Sikalastic®-501 Roofseal Plus
PU HYBRID ROOF WATERPROOFING

ทำไมต้องใช้ PU Hybrid? เจาะลึกข้อดีของการทำกันซึมดาดฟ้าด้วย Sikalastic®-501 Roofseal Plus

ดาดฟ้าเป็นพื้นที่ที่โดนแดด ฝน ความร้อน น้ำขัง และการขยับตัวของโครงสร้างซ้ำทุกวัน วัสดุกันซึมที่ดีจึงต้องทำได้มากกว่าแค่ “ทาแล้วกันน้ำ” แต่ต้องยืดหยุ่น ยึดเกาะดี ทน UV และสร้างชั้นฟิล์มต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ Sikalastic®-501 Roofseal Plus คือวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว ที่หลายหน้างานเรียกในเชิงตลาดว่า PU Hybrid เพราะรวมความง่ายของระบบทาเคลือบกับสมรรถนะของฟิล์ม PU สำหรับงานดาดฟ้าและหลังคา

PU สูตรน้ำ พร้อมใช้งาน ฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ ทน UV และยืดหยุ่นสูง เสริม Sikalastic® Fleece ได้
2-3 ชั้นระบบกันซึมหลังคาทั่วไป
≥1.4-2.1กก./ตร.ม. ปริมาณใช้รวมระบบทั่วไป
4 / 20 กก.ขนาดบรรจุต่อถัง
Sikalastic 501 Roofseal Plus กันซึมดาดฟ้า PU Hybrid สูตรน้ำ

Sikalastic®-501 Roofseal Plus

วัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว ยืดหยุ่นสูง ทนรังสียูวี เพิ่มความทนทานต่อน้ำแช่ขัง และเหมาะกับงานหลังคาโครงสร้างใหม่ งานปรับปรุงหลังคาเดิม รวมถึงดาดฟ้าที่มีรายละเอียดซับซ้อน เช่น มุมผนัง รอยต่อ ขอบ parapet ท่อระบายน้ำ และจุดรั่วซึมซ้ำ

Quick Answer: ทำไมต้องใช้ PU Hybrid กันซึมดาดฟ้า?

คำตอบสั้น

PU Hybrid เหมาะกับงานกันซึมดาดฟ้าเพราะให้ฟิล์มที่ยืดหยุ่น ต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ และทนสภาพแดดฝนได้ดีกว่างานทากันซึมที่เน้นความประหยัดอย่างเดียว สำหรับ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ข้อมูล Sika ระบุว่าเป็นโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว ทนรังสียูวี มีความยืดหยุ่นสูง ยึดเกาะได้ดีบนพื้นผิวทั้งแบบรูพรุนและไม่เป็นรูพรุน และสามารถทำระบบเสริม Sikalastic® Fleece ในจุดเสี่ยงได้

จุดที่ทำให้ดาดฟ้ารั่วบ่อยไม่ใช่เฉพาะพื้นกลางแผ่น แต่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น มุมพื้นชนผนัง รอยแตกร้าว รอยต่อเดิม ขอบท่อ drain ฐานเสา รางน้ำ และขอบ parapet เมื่อดาดฟ้าโดนความร้อนในตอนกลางวันและเย็นตัวลงตอนกลางคืน พื้นผิวจะขยายและหดตัวซ้ำ หากชั้นกันซึมแข็งเกินไปหรือมีรอยต่อมาก น้ำจะเริ่มแทรกเข้ารอยแตกและซึมลงฝ้า ผนัง หรือโครงสร้างด้านล่าง

Sikalastic®-501 Roofseal Plus จึงตอบโจทย์งานดาดฟ้าที่ต้องการระบบทาเคลือบที่ใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้เปลวไฟ ไม่ต้องผสมสองส่วน และสามารถเคลือบเป็นชั้นกันซึมต่อเนื่องได้ทั่วพื้นที่ แต่การใช้งานให้ทนต้องทำตามระบบ: เตรียมพื้นให้แห้งและแข็งแรง ทารองพื้นให้เหมาะ คุมปริมาณต่อชั้น และเสริมแรงตรงจุดเสี่ยง ไม่ใช่ทาบาง ๆ เพียงรอบเดียวแล้วคาดหวังอายุงานระยะยาว

PU Hybrid คืออะไรในงานกันซึมดาดฟ้า?

คำว่า PU Hybrid เป็นคำที่ช่างและตลาดวัสดุกันซึมมักใช้เรียกระบบกันซึมกลุ่มโพลียูรีเทนที่ใช้งานง่ายขึ้น เหมาะกับงานทาเคลือบหลังคาและดาดฟ้า โดยจุดสำคัญคือไม่ควรดูแค่ชื่อเรียก แต่ต้องดูข้อมูลผลิตภัณฑ์จริงว่าเคมีหลักเป็นอะไร ใช้กับพื้นผิวใดได้บ้าง ต้องทากี่ชั้น ใช้อัตราเท่าไร และมีข้อจำกัดเรื่องความชื้นหรือน้ำขังอย่างไร

สำหรับ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ข้อมูลจาก Sika ระบุส่วนประกอบหลักว่าเป็น โพลียูรีเทนสูตรน้ำ ซึ่งแตกต่างจาก PU สูตรตัวทำละลายบางประเภทที่มีกลิ่นแรงและต้องควบคุมความปลอดภัยมากกว่า ระบบสูตรน้ำช่วยให้หน้างานบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ และดาดฟ้าที่มีผู้อยู่อาศัยใช้งานได้สะดวกขึ้น ในขณะเดียวกันยังให้ฟิล์มยืดหยุ่น ทน UV และมีการปล่อยสารระเหยในปริมาณต่ำ

ใช้งานง่าย

ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้ เพียงกวนให้เข้ากันก่อนทา ไม่ต้องชั่งส่วนผสม A/B

เหมาะกับหลังคา

ทาแบบเย็น ไม่ใช้ความร้อนหรือเปลวไฟ ลดความเสี่ยงในงานดาดฟ้าและอาคารใช้งานอยู่

ยืดหยุ่นและไร้รอยต่อ

เมื่อทาต่อเนื่องตามระบบ จะลดจุดอ่อนจากรอยต่อของแผ่นวัสดุหรือรอยซ้อนทับ

ดังนั้นเมื่อพูดว่า “ทำไมต้องใช้ PU Hybrid” คำตอบไม่ใช่เพราะชื่อดูใหม่กว่า แต่เพราะระบบลักษณะนี้ช่วยแก้ปัญหาที่ดาดฟ้าเจอบ่อย ได้แก่ รอยแตกร้าวเล็ก การขยับตัวของพื้นผิว รายละเอียดซับซ้อน และสภาพแดดฝนที่ทำให้วัสดุแข็งกรอบหรือเสื่อมก่อนเวลา หากเลือกสินค้าถูกและติดตั้งถูกขั้นตอน ฟิล์มกันซึมจะทำงานเป็นผืนเดียวและซ่อมบำรุงได้ง่ายกว่าในระยะยาว

ทำไมดาดฟ้าต้องการกันซึมที่ยืดหยุ่นและไร้รอยต่อ?

ดาดฟ้าคอนกรีตไม่ได้อยู่นิ่งตลอดเวลา แม้เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่พื้นผิวมีการขยายตัวจากความร้อน รับแรงดึงจากรอยต่อ รับน้ำหนักจากถังน้ำ อุปกรณ์บนหลังคา และเจอฝนที่ไหลไปตามทางลาด หากระบบกันซึมแข็งเกินไป เมื่อพื้นเกิด micro crack หรือรอยแยกเล็ก ๆ ชั้นเคลือบจะฉีกตามและกลายเป็นทางน้ำเข้า

ระบบ PU Hybrid ที่เหมาะสมจะช่วยให้ชั้นกันซึมรับการเคลื่อนตัวเล็ก ๆ ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเสริม Sikalastic® Fleece ในบริเวณที่เสี่ยง เช่น มุมพื้นชนผนัง รอยต่อคอนกรีต รอยแตกร้าวเดิม ตะเข็บ และจุดท่อทะลุพื้น การเสริมแรงไม่ได้ทำเพื่อให้พื้นที่ดูหนาเท่านั้น แต่ช่วยกระจายแรงดึงและลดโอกาสฟิล์มฉีกในตำแหน่งที่โครงสร้างขยับตัวมากกว่าพื้นเรียบ

อย่ามองข้ามน้ำขัง: แม้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus จะถูกระบุว่าเพิ่มความทนทานต่อน้ำแช่ขัง แต่ดาดฟ้าที่มีแอ่งน้ำลึกหรือขังนานควรแก้ slope ทางระบายน้ำ หรือจุดต่ำก่อน เพราะการปล่อยให้น้ำขังถาวรจะเพิ่มภาระให้ทุกระบบกันซึมและทำให้อายุงานสั้นลง

อีกเหตุผลที่ฟิล์มไร้รอยต่อสำคัญคือดาดฟ้ามีรายละเอียดเยอะกว่าที่คิด แผ่นเมมเบรนบางชนิดมีแนวซ้อนทับและรอยต่อที่ต้องควบคุมมาก ขณะที่ระบบทาเคลือบสามารถเก็บรูปทรงรอบท่อ ขอบมุม และพื้นต่างระดับได้ต่อเนื่องกว่า เหมาะกับงานปรับปรุงบ้านหรืออาคารที่มีข้อจำกัดในการรื้อพื้นเดิมทั้งหมด

ข้อดีหลักของ Sikalastic®-501 Roofseal Plus สำหรับดาดฟ้า

Sika ระบุการใช้งานของ Sikalastic®-501 Roofseal Plus สำหรับงานกันซึมหลังคาโครงสร้างใหม่ งานปรับปรุงหลังคา และหลังคาที่มีรายละเอียดหรือรูปทรงซับซ้อน จุดเด่นเหล่านี้ทำให้เหมาะกับดาดฟ้าบ้าน อาคารพาณิชย์ และโครงการที่ต้องการระบบกันซึมแบบทาเคลือบที่ทำงานได้จริงในสภาพอากาศเมืองไทย

1. ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ลดความผิดพลาดจากการผสม

วัสดุแบบ 1 ส่วนประกอบช่วยให้ช่างทำงานง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องชั่งอัตราส่วนผสม ไม่ต้องกังวลเรื่อง pot life แบบระบบสองส่วน และลดโอกาสผสมผิดจนวัสดุไม่บ่มตัวตามสเปก ก่อนใช้งานเพียงกวน Sikalastic®-501 Roofseal Plus ประมาณ 1 นาที ให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว โดยไม่กวนนานเกินไปเพื่อลดฟองอากาศ

2. ทาแบบเย็น ไม่ต้องใช้ความร้อนหรือเปลวไฟ

งานดาดฟ้าบ้านมักมีวัสดุเดิม สายไฟ ท่อ หรืออุปกรณ์บนหลังคา การใช้ระบบที่ไม่ต้องใช้เปลวไฟช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและทำให้เหมาะกับงานปรับปรุงอาคารที่มีคนใช้งานอยู่ วิธีติดตั้งสามารถใช้แปรงขนหนา ลูกกลิ้งที่ไม่เป็นขนปุย หรือเครื่องพ่นไร้อากาศตามความเหมาะสมของพื้นที่

3. ฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ ลดจุดเสี่ยงรั่วซ้ำ

เมื่อทาต่อเนื่องตามอัตราที่กำหนด ฟิล์มกันซึมจะคลุมพื้นผิวเป็นผืนเดียว จึงลดความเสี่ยงจากแนวรอยต่อ รอยซ้อน หรือมุมที่น้ำแทรกได้ง่าย เหมาะกับพื้นดาดฟ้าที่มีท่อ drain ฐานเสา ขอบผนัง และรายละเอียดมาก เพราะช่างสามารถเก็บงานตามรูปทรงจริงได้ละเอียดกว่า

4. ทน UV และยืดหยุ่นสูง เหมาะกับหลังคาที่โดนแดดทุกวัน

ดาดฟ้าคือพื้นที่รับรังสี UV และความร้อนโดยตรง วัสดุที่ไม่ทนแดดมักแข็ง กรอบ แตก หรือเสื่อมเร็ว Sikalastic®-501 Roofseal Plus ถูกระบุว่าทนรังสียูวีและมีความยืดหยุ่นสูง จึงเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องเจอความต่างอุณหภูมิระหว่างกลางวันกับกลางคืนอยู่เสมอ

5. ทาทับระบบเดิมได้ในหลายกรณี ช่วยยืดอายุหลังคา

ข้อมูล Sika ระบุว่าสามารถทาทับได้โดยไม่จำเป็นต้องลอกของเก่าออก และช่วยยืดอายุการใช้งานหลังคาที่มีปัญหารั่วซึม อย่างไรก็ตาม ต้องแปลความอย่างรอบคอบ: ชั้นเดิมต้องยังยึดเกาะดี ไม่พอง ไม่ล่อน ไม่กรอบ และไม่มีความชื้นสะสมใต้ฟิล์ม หากระบบเดิมเสียหาย ต้องซ่อมหรือลอกส่วนที่ไม่แข็งแรงก่อนเสมอ

6. ไอน้ำซึมผ่านได้และมีสารระเหยต่ำ

คุณสมบัติไอน้ำซึมผ่านได้ช่วยลดความเสี่ยงการกักไอน้ำบางส่วนในระบบ เมื่อเทียบกับฟิล์มที่ปิดแน่นจนความชื้นระบายไม่ได้เลย ส่วนการปล่อยสารระเหยต่ำเป็นข้อดีสำหรับงานอาคารใช้งานอยู่หรือพื้นที่ที่ต้องคุมกลิ่นและความสบายระหว่างติดตั้งมากขึ้น แต่ยังควรทำงานในพื้นที่อากาศถ่ายเทและใช้อุปกรณ์ป้องกันตามความเหมาะสม

สเปกสำคัญและอัตราการใช้ที่ควรรู้ก่อนสั่งซื้อ

การเลือกกันซึมดาดฟ้าไม่ควรดูเฉพาะราคาต่อถัง เพราะวัสดุจะทำงานได้ตามระบบเมื่อใช้ปริมาณและความหนาฟิล์มเพียงพอ หากทาบางเกินไป แม้ใช้สินค้ารุ่นดี ก็อาจไม่ได้ฟิล์มกันซึมตามที่ออกแบบไว้ ตารางนี้สรุปข้อมูลที่ควรใช้คุยกับช่างหรือใช้ประเมินปริมาณเบื้องต้น

หัวข้อข้อมูลสำคัญ
ประเภทผลิตภัณฑ์วัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว
การใช้งานหลักหลังคาโครงสร้างใหม่ งานปรับปรุงหลังคาเดิม และงานยืดอายุหลังคาที่มีปัญหารั่วซึม
บรรจุภัณฑ์4 กก./ถัง และ 20 กก./ถัง
สีสีเทา สีขาว และสีเขียว
อายุผลิตภัณฑ์12 เดือน เมื่อเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ไม่เสียหาย และจัดเก็บถูกวิธี
การเก็บรักษาเก็บในที่แห้ง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง อุณหภูมิ +5°C ถึง +30°C
ความหนาแน่นประมาณ 1.30 กก./ลิตร ที่ +25°C
ปริมาณของแข็งโดยน้ำหนักประมาณ 63% ที่ +25°C / RH 50%
ปริมาณของแข็งโดยปริมาตรประมาณ 48% ที่ +25°C / RH 50%
กำลังรับแรงดึง> 1.5 นิวตัน/มม.²
แรงยึดเกาะกับคอนกรีต> 0.5 นิวตัน/มม.²
อุณหภูมิใช้งานหลังติดตั้ง-10°C ถึง +80°C

คำแนะนำคำนวณเบื้องต้น: หากดาดฟ้า 100 ตร.ม. ใช้ระบบทั่วไปที่ 1.4-2.1 กก./ตร.ม. จะใช้วัสดุประมาณ 140-210 กก. หรือประมาณ 7-11 ถัง ขนาด 20 กก. โดยยังไม่รวมการสูญเสียจากพื้นผิวพรุน พื้นหยาบ รายละเอียดมุม และงานเสริมเฉพาะจุด

เลือกระบบ 2-3 ชั้นหรือระบบเสริม Fleece แบบไหนดี?

Sikalastic®-501 Roofseal Plus ไม่ได้มีระบบเดียวตายตัว ทุกดาดฟ้าควรถูกประเมินจากสภาพพื้นเดิม รอยแตก ความลาดเอียง การระบายน้ำ และความเสี่ยงของรายละเอียด หากพื้นดี รอยแตกน้อย และต้องการกันซึมทั้งผืน อาจใช้ระบบกันซึมหลังคาทั่วไป 2-3 ชั้น แต่ถ้ามีรอยต่อ รอยร้าว พื้นไม่เรียบ หรือจุดเคลื่อนตัวสูง ควรเสริม Sikalastic® Fleece เฉพาะจุดหรือทั้งระบบตามความเหมาะสม

ระบบกันซึมหลังคาทั่วไป

รายการข้อมูลระบบเหมาะกับ
จำนวนชั้นเคลือบ Sikalastic®-501 Roofseal Plus 2-3 ชั้นดาดฟ้าพื้นดี รายละเอียดไม่ซับซ้อนมาก
ปริมาณใช้รวม≥ 1.4-2.1 กก./ตร.ม.งานกันซึมทั่วไปที่ควบคุมอัตราการทาได้
ความหนารวม≥ 0.5-0.8 มม.หลังคาใหม่หรือหลังคาเดิมที่ซ่อมพื้นเรียบร้อย
อัตราต่อชั้นชั้นแรกประมาณ 0.7 กก./ตร.ม. และชั้นบนสุดประมาณ 0.7 กก./ตร.ม./ชั้นต้องทาเป็นชั้น ไม่เร่งด้วยการทาหนาเกิน

ระบบเสริมความแข็งแรงด้วย Sikalastic® Fleece

รายการข้อมูลระบบเหมาะกับ
โครงสร้างระบบทา 1 ชั้น วาง Sikalastic® Fleece แล้วเคลือบทับอีก 1-2 ชั้นรอยร้าว รอยต่อ มุม และพื้นผิวที่มีการเคลื่อนตัวสูง
ปริมาณใช้รวม≥ 2.1-2.8 กก./ตร.ม.พื้นที่เสี่ยงรั่วซ้ำหรือหลังคารายละเอียดมาก
ความหนารวม≥ 0.9-1.1 มม.งานที่ต้องการเสริมแรงให้ฟิล์มรับแรงดึงได้ดีขึ้น
จุดสำคัญปู Fleece ให้เรียบ ไม่มีฟองหรือรอยย่น และซ้อนทับแนวรอยต่ออย่างน้อย 5 ซม.ขอบมุม ท่อ drain รอยต่อ และจุดที่เคยรั่ว

ข้อจำกัดสำคัญ: เอกสาร Sika ระบุว่าไม่ควรใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus มากกว่า 0.75 กก./ตร.ม./ชั้น หากไม่ได้เสริมความแข็งแรง การทาหนาเกินในครั้งเดียวไม่ได้แปลว่าทนกว่าเสมอไป แต่อาจทำให้ฟิล์มแห้งไม่สม่ำเสมอและเกิดปัญหาภายหลัง

การเตรียมพื้นผิวและรองพื้นก่อนทา PU Hybrid

พื้นผิวคือจุดเริ่มต้นของอายุงานกันซึม ถ้าพื้นเดิมร่วน มีฝุ่น คราบน้ำมัน จารบี ตะไคร่ สีล่อน หรือวัสดุหลุดร่อน ระบบใหม่จะยึดกับสิ่งสกปรกแทนที่จะยึดกับคอนกรีตจริง สำหรับพื้นคอนกรีตควรแน่นทึบ แข็งแรง สะอาด แห้ง และปราศจากสิ่งปนเปื้อนทั้งหมด หากจำเป็นควรเจียรผิวหรือเตรียมผิวด้วยวิธีทางกลก่อนลงระบบ

ข้อมูล Sika ระบุความชื้นของพื้นผิวไม่เกิน 6% โดยน้ำหนัก และต้องไม่มีความชื้นขึ้นสะสมจากด้านล่างเมื่อทดสอบด้วยแผ่นพลาสติก นอกจากนี้อุณหภูมิพื้นผิวควรสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C เพื่อลดความเสี่ยงการควบแน่น ซึ่งเป็นสาเหตุให้ฟิล์มพองหรือยึดเกาะไม่ดี

พื้นผิวการรองพื้นปริมาณใช้โดยประมาณสิ่งที่ต้องตรวจ
ซีเมนต์ / คอนกรีตSikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10%~0.3 กก./ตร.ม.ความชื้น ฝุ่น ผิวร่วน คราบน้ำมัน และรอยแตกร้าว
อิฐและหินSikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10%~0.3 กก./ตร.ม.ความพรุน คราบเกลือ และวัสดุหลุดร่อน
กระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบSikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10%~0.3 กก./ตร.ม.แผ่นกระเบื้องต้องไม่กลวง ไม่หลุด และควรทดสอบการยึดเกาะก่อน
พื้นต้องสะอาด

ฝุ่นและคราบมันเป็นตัวลดการยึดเกาะอันดับต้น ๆ ของงานกันซึมทาเคลือบ

พื้นต้องแห้ง

ความชื้นสูงหรือ rising moisture อาจทำให้ฟิล์มบวมพองและรั่วซ้ำได้

ชั้นเดิมต้องแข็งแรง

ถ้าจะทาทับระบบเก่า ต้องลอกส่วนที่พอง ล่อน หรือกรอบออกก่อน

วิธีทา Sikalastic®-501 Roofseal Plus ให้ได้ระบบกันซึมดาดฟ้าที่ทน

การติดตั้งที่ดีควรเริ่มจากการวางแผนพื้นที่ก่อนเปิดถัง ตรวจพยากรณ์อากาศ เตรียมทีมงาน เครื่องมือ และแบ่งพื้นที่ทาให้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบเสริม Fleece ที่ต้องทำงานขณะวัสดุยังเปียกอยู่ หากทีมงานไม่พอหรือพื้นที่กว้างมาก ควรแบ่งโซนอย่างมีระบบเพื่อไม่ให้เกิดแนวต่อที่ควบคุมยาก

  1. สำรวจดาดฟ้าทั้งผืน: เช็กพื้นกลาง มุมผนัง ท่อ drain รอยแตก รอยต่อ แอ่งน้ำ และชั้นกันซึมเดิม
  2. ซ่อมต้นเหตุ: แก้รอยแตกกว้าง พื้นโพรง ผิวร่วน แอ่งน้ำ และจุดระบายน้ำก่อนเริ่มทาระบบ
  3. ทำความสะอาด: กำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน จารบี ตะไคร่ เศษปูน สีล่อน และวัสดุหลวมทั้งหมด
  4. กวนวัสดุ: กวน Sikalastic®-501 Roofseal Plus ประมาณ 1 นาที ให้เข้ากัน ไม่ควรกวนนานเกินไปเพื่อลดฟองอากาศ
  5. ทารองพื้น: บนพื้นผิวที่เหมาะสม ใช้ผลิตภัณฑ์เจือจางน้ำ 10% อัตราประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. แล้วรอให้แห้งไม่ติดมือ
  6. เก็บรายละเอียดก่อน: ทำขอบมุม รอยต่อ รอยแตกร้าว ท่อทะลุพื้น และจุดเสี่ยงรั่วก่อนเริ่มพื้นแนวราบ
  7. ทาชั้นแรก: ระบบทั่วไปทาประมาณ 0.7 กก./ตร.ม. ให้สม่ำเสมอด้วยแปรง ลูกกลิ้ง หรือเครื่องพ่นไร้อากาศ
  8. เสริม Fleece เมื่อจำเป็น: ปู Sikalastic® Fleece บนเบสโคทขณะเปียก กดให้เรียบ ไม่มีฟองอากาศหรือรอยย่น และซ้อนทับอย่างน้อย 5 ซม.
  9. รอเคลือบทับตามอุณหภูมิ: ที่ +20°C / RH 50% ระบบเสริมรอประมาณ 24 ชั่วโมง ระบบไม่เสริมประมาณ 6 ชั่วโมง ส่วนที่ +30°C / RH 50% ระบบเสริมประมาณ 12 ชั่วโมง และไม่เสริมประมาณ 4 ชั่วโมง
  10. ทาชั้นบนสุดและตรวจฟิล์ม: ทาท็อปโค้ทตามระบบ ตรวจความต่อเนื่องบริเวณมุม ขอบ และจุดที่อาจทาบางเกินไป จากนั้นป้องกันฝน ฝุ่น และการเหยียบจนกว่าฟิล์มพร้อมใช้งาน

เคล็ดลับหน้างาน: ทำกันซึมบริเวณรายละเอียดมากก่อน เช่น ขอบมุมและท่อ drain ก่อนเริ่มพื้นแนวราบ เพราะจุดเหล่านี้มักเป็นต้นเหตุรั่วซ้ำมากกว่าพื้นเรียบกลางดาดฟ้า

ข้อควรระวัง: ใช้ PU Hybrid ให้ถูกเงื่อนไข ไม่ใช่ทาทับทุกปัญหา

Sikalastic®-501 Roofseal Plus เหมาะกับงานกันซึมหลังคาและดาดฟ้า แต่ไม่ควรใช้แทนการแก้ปัญหาโครงสร้างหรือระบบระบายน้ำทั้งหมด หากดาดฟ้ามีน้ำขังลึก ขังนาน หรือ slope ผิด ควรแก้พื้นหรือทางระบายน้ำก่อน หากมีรอยแตกกว้างหรือพื้นขยับมาก ต้องซ่อมและเสริมระบบให้เหมาะสมก่อนทาทั่วพื้นที่

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง: ทาบนพื้นเปียกหรือมี rising moisture, ข้ามการรองพื้น, ทาบางกว่าระบบ, ทาหนาเกินต่อชั้น, ไม่เสริม Fleece ที่รอยร้าวหรือรอยต่อ, ปล่อยให้ฝนโดนก่อนฟิล์มแห้ง, ทาทับชั้นเดิมที่ล่อนอยู่แล้ว และไม่ตรวจจุดน้ำขังก่อนเริ่มงาน

เงื่อนไขการทำงานที่ควรคุม ได้แก่ อุณหภูมิแวดล้อม +10°C ถึง +40°C ความชื้นสัมพัทธ์อากาศสูงสุด 80% และอุณหภูมิพื้นผิว +5°C ถึง +60°C โดยพื้นผิวต้องสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C หากทำงานช่วงฝนชุกควรวางแผนเวลาแห้งระหว่างชั้นและมีการป้องกันพื้นที่ที่ยังไม่แห้ง

อีกประเด็นที่ควรจำคือดาดฟ้าไม่ใช่พื้นสัญจรหนัก หากต้องมีการเดินตรวจถังน้ำ แอร์ หรืออุปกรณ์บนหลังคาเป็นประจำ ควรจัดทางเดินหรือวัสดุป้องกันเฉพาะจุด เพื่อไม่ให้รองเท้า เครื่องมือ หรือของมีคมทำลายฟิล์มกันซึมโดยตรง งานกันซึมที่ดีจึงต้องคิดทั้งวัสดุ วิธีทา และการใช้งานหลังติดตั้งร่วมกัน

สรุป: PU Hybrid เหมาะเมื่ออยากได้ดาดฟ้าที่กันซึมต่อเนื่อง ยืดหยุ่น และซ่อมบำรุงง่าย

เหตุผลหลักที่ควรเลือก PU Hybrid สำหรับดาดฟ้าคือการได้ฟิล์มกันซึมที่ต่อเนื่องไร้รอยต่อ ยืดหยุ่น ทน UV และเก็บรายละเอียดหน้างานจริงได้ดี โดย Sikalastic®-501 Roofseal Plus มีจุดเด่นเพิ่มเติมเรื่องโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งาน ทาแบบเย็น ไม่ใช้เปลวไฟ และสามารถเสริม Sikalastic® Fleece ในจุดเสี่ยงเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของระบบได้

อย่างไรก็ตาม วัสดุดีต้องมาพร้อมระบบที่ถูกต้อง ก่อนสั่งซื้อควรประเมินพื้นที่จริง ความชื้น พื้นผิวเดิม จุดน้ำขัง รอยแตก และรายละเอียดขอบมุม แล้วเลือกระหว่างระบบทั่วไป 2-3 ชั้น หรือระบบเสริม Fleece เฉพาะจุด หากต้องการคำนวณจำนวนถังหรือเลือกสีให้เหมาะกับหน้างาน สามารถส่งรูปพื้นที่ให้ทีม GY Asia ช่วยประเมินก่อนเริ่มงานได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก คุณสมบัติ อัตราการใช้ การเตรียมพื้นผิว และวิธีใช้งานอ้างอิงจากหน้าและเอกสารผลิตภัณฑ์ Sikalastic®-501 Roofseal Plus บน Sika Thailand ควรตรวจเอกสารฉบับล่าสุดและประเมินสภาพหน้างานจริงก่อนติดตั้งทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

PU Hybrid กันซึมดาดฟ้าคืออะไร?

PU Hybrid เป็นคำเรียกระบบกันซึมกลุ่มโพลียูรีเทนที่ใช้งานง่ายและให้ฟิล์มยืดหยุ่น สำหรับ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ข้อมูล Sika ระบุว่าเป็นวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนสูตรน้ำ ส่วนประกอบเดียว ทาเคลือบเป็นฟิล์มไร้รอยต่อได้

Sikalastic®-501 Roofseal Plus เหมาะกับดาดฟ้าบ้านไหม?

เหมาะกับงานกันซึมหลังคาและดาดฟ้า ทั้งงานโครงสร้างใหม่และงานปรับปรุงหลังคาเดิม โดยต้องเตรียมพื้นผิวให้แข็งแรง สะอาด แห้ง และเลือกใช้ระบบ 2-3 ชั้นหรือระบบเสริม Fleece ตามสภาพหน้างาน

ต้องทากี่ชั้นถึงจะกันซึมได้ดี?

ระบบกันซึมหลังคาทั่วไปใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus 2-3 ชั้น ปริมาณใช้รวมประมาณ ≥ 1.4-2.1 กก./ตร.ม. ความหนารวมประมาณ ≥ 0.5-0.8 มม. ไม่ควรทาบางกว่าระบบเพื่อลดต้นทุน เพราะอาจทำให้ฟิล์มกันซึมไม่สมบูรณ์

เมื่อไหร่ควรใช้ Sikalastic® Fleece?

ควรใช้ในบริเวณที่มีการเคลื่อนตัวสูง พื้นผิวไม่เรียบ รอยแตกร้าว รอยต่อ ตะเข็บ มุมพื้นชนผนัง ท่อ drain และจุดที่เคยรั่วซ้ำ ระบบเสริมใช้ปริมาณรวมประมาณ ≥ 2.1-2.8 กก./ตร.ม. และควรปูซ้อนทับแนวรอยต่ออย่างน้อย 5 ซม.

ใช้ Sikalastic 501 ทารองพื้นได้ไหม?

สำหรับพื้นซีเมนต์ อิฐ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่เคลือบ ข้อมูล Sika ระบุให้ใช้ Sikalastic®-501 Roofseal Plus เจือจางน้ำ 10% อัตราประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. ส่วนพื้นผิวอื่นควรทดสอบการยึดเกาะบริเวณจริงก่อนใช้งานทั้งพื้นที่

พื้นต้องแห้งแค่ไหนก่อนทา?

ความชื้นของพื้นผิวควรไม่เกิน 6% โดยน้ำหนัก และต้องไม่มีความชื้นขึ้นสะสมจากด้านล่างเมื่อทดสอบด้วยแผ่นพลาสติก พื้นผิวควรสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C เพื่อลดความเสี่ยงการควบแน่นใต้ฟิล์ม

ทาทับกันซึมเดิมได้เลยไหม?

ทาทับได้ในหลายกรณีหากระบบเดิมยังยึดเกาะดี สะอาด แห้ง ไม่พอง ไม่ล่อน และเข้ากันได้กับระบบใหม่ หากชั้นเดิมกรอบ หลุด หรือมีความชื้นใต้ฟิล์ม ต้องลอกหรือซ่อมก่อน ไม่ควรทับปัญหาเดิมไว้ใต้ระบบใหม่

ระยะเวลารอทาทับแต่ละชั้นนานเท่าไร?

ที่ +20°C / RH 50% ระบบเสริมความแข็งแรงรอประมาณ 24 ชั่วโมง และระบบไม่เสริมประมาณ 6 ชั่วโมง ส่วนที่ +30°C / RH 50% ระบบเสริมรอประมาณ 12 ชั่วโมง และระบบไม่เสริมประมาณ 4 ชั่วโมง ทั้งนี้เป็นเวลาโดยประมาณและขึ้นกับสภาพหน้างานจริง

ดาดฟ้ามีน้ำขังใช้ Sikalastic 501 ได้ไหม?

ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติเพิ่มความทนทานต่อน้ำแช่ขัง แต่ถ้าดาดฟ้ามีน้ำขังลึกหรือขังเป็นเวลานาน ควรแก้ slope และระบบระบายน้ำก่อน เพราะน้ำขังถาวรทำให้ทุกระบบกันซึมรับภาระสูงและเสื่อมเร็วขึ้น

Sikalastic®-501 Roofseal Plus มีสีและขนาดบรรจุอะไรบ้าง?

ข้อมูล Sika ระบุสีเทา สีขาว และสีเขียว ขนาดบรรจุ 4 กก./ถัง และ 20 กก./ถัง ควรตรวจสี สต็อก และรุ่นบรรจุภัณฑ์กับผู้จำหน่ายก่อนสั่งซื้อ

ซื้อ Sikalastic®-501 Roofseal Plus ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า Sikalastic®-501 Roofseal Plus ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา สี และให้ช่วยคำนวณปริมาณจากพื้นที่จริง

Similar Posts