LANKO 731 Structure Repair ปูนฉาบซ่อมรอยร้าว ไม่หดตัว รับกำลังอัด 450 KSC
LANKO 731 STRUCTURE REPAIR

LANKO 731 Structure Repair: ปูนฉาบซ่อมรอยร้าว ไม่หดตัว รับกำลังอัด 450 KSC

ถ้าหน้างานมีคอนกรีตหลุดล่อน รูพรุน มุมเสาแตก ขอบคานบิ่น หรือรอยแตกร้าวที่หยุดนิ่งแล้ว การใช้ปูนฉาบทั่วไปมักซ่อมได้แค่ผิวสวยชั่วคราว แต่ไม่ตอบโจทย์กำลังและการยึดเกาะระยะยาว LANKO® 731 Structure Repair คือปูนซ่อมผสมไฟเบอร์สำหรับงานฉาบซ่อมแซมโครงสร้างโดยเฉพาะ ทำความหนาได้ถึง 35 มม. ต่อชั้น และให้กำลังรับแรงอัด 28 วัน ≥45 MPa หรือประมาณ 450 KSC

ปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ หนาได้ถึง 35 มม./ชั้น กำลังอัด ≥45 MPa ผสมน้ำ 4.25-4.5 ลิตร/ถุง
450 KSCกำลังอัด 28 วันโดยประมาณ
35 มม.ความหนาสูงสุดต่อชั้น
2 กก.ปริมาณใช้ต่อ ตร.ม. ที่หนา 1 มม.
LANKO 731 Structure Repair ปูนฉาบซ่อมโครงสร้างผสมไฟเบอร์

LANKO® 731 Structure Repair

ปูนทรายผสมเสร็จผสมไฟเบอร์ สำหรับงานฉาบซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต เช่น ผิวคอนกรีตหลุดล่อน รูพรุน เสา คาน ผนังคอนกรีต ทางน้ำล้น ระเบียง เพดาน มุมต่าง ๆ และรอยแตกร้าวที่หยุดนิ่งแล้ว เหมาะกับงานที่ต้องการกำลังอัดสูง ยึดเกาะดี ใช้งานง่าย และแห้งตัวเร็ว

Quick Answer: LANKO 731 เหมาะกับงานซ่อมรอยร้าวและคอนกรีตหลุดล่อนอย่างไร?

คำตอบสั้น

LANKO 731 Structure Repair เหมาะกับงานฉาบซ่อมคอนกรีตที่เสียหายเฉพาะจุด เช่น ผิวหลุดล่อน รูพรุน มุมเสาแตก ขอบคานบิ่น ผนังคอนกรีตเสียหาย และรอยแตกร้าวที่หยุดนิ่งแล้ว เพราะเป็นปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ ทำงานด้วยเกรียงได้ดี ทำความหนาได้ถึง 35 มม. ต่อชั้น และมีกำลังรับแรงอัด 28 วัน ≥45 MPa หรือประมาณ 450 KSC

จุดสำคัญคือ LANKO 731 ไม่ใช่ปูนฉาบแต่งผิวทั่วไป แต่เป็นปูนซ่อมโครงสร้างที่ออกแบบมาให้ใช้กับคอนกรีตเดิมที่ต้องการคืนรูปและคืนความแข็งแรง หน้างานที่ใช้ผิดวัสดุมักเจอปัญหาเดิมซ้ำ เช่น ฉาบแล้วร่อน ฉาบแล้วแตกร้าวตามแนวเดิม หรือซ่อมรูพรุนแล้วเกิดช่องว่างหลังงานแห้ง เพราะเนื้อวัสดุไม่เหมาะกับความลึกและแรงใช้งานของจุดซ่อม

สำหรับคำว่า “ไม่หดตัว” ในงานซ่อม ควรเข้าใจในเชิงการควบคุมคุณภาพการซ่อม ไม่ใช่การใช้แทนปูนเกร้าท์แบบไหลตัวใต้ฐานเครื่องจักร หากโจทย์คือฉาบซ่อมโครงสร้างและลดความเสี่ยงงานแตกร่อนจากการซ่อมด้วยปูนธรรมดา LANKO 731 เป็นตัวเลือกที่เหมาะ แต่ถ้าโจทย์คือเทอัดช่องว่างใต้ base plate หรือ anchor bolt ควรเลือกปูนเกร้าท์ non-shrink เช่น LANKO 701 แทน

LANKO 731 Structure Repair คืออะไร?

LANKO® 731 Structure Repair เป็นปูนทรายผสมเสร็จชนิดผสมไฟเบอร์ สำหรับงานซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต โดยข้อมูลจาก Sika Thailand ระบุว่าใช้สำหรับงานฉาบซ่อมแซมโครงสร้าง มีคุณสมบัติเด่นคือทำความหนาในแต่ละชั้นได้สูงถึง 35 มม. รับแรงอัดได้สูง การยึดเกาะดีเยี่ยม ใช้งานง่าย และแห้งตัวเร็ว

เมื่อเทียบกับการใช้ปูนฉาบทั่วไปหรือปูนทรายผสมเองที่หน้างาน LANKO 731 มีข้อได้เปรียบตรงที่เป็นวัสดุสำเร็จรูป ควบคุมส่วนผสมได้แน่นอนกว่า มีสารเติมแต่งและไฟเบอร์ช่วยเสริมสมรรถนะของเนื้อปูน เหมาะกับงานซ่อมที่ต้องการมาตรฐานซ้ำได้ เช่น งานโครงการ อาคาร โรงงาน พื้นที่สาธารณะ หรืออาคารที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการซ่อมซ้ำ

ปูนซ่อมผสมไฟเบอร์

ช่วยเสริมเนื้อวัสดุ เหมาะกับงานฉาบซ่อมที่ต้องการความแข็งแรงและลดความเสี่ยงร้าวจากงานซ่อมผิดวิธี

ฉาบหนาได้

ทำความหนาได้ถึง 35 มม. ต่อชั้น จึงเหมาะกับจุดเสียหายที่ลึกกว่างาน skim coat หรือปูนฉาบบางทั่วไป

กำลังอัดสูง

กำลังรับแรงอัด 28 วัน ≥45 MPa หรือประมาณ 450 KSC เหมาะกับงานซ่อมคอนกรีตที่ต้องการความทนทาน

จุดที่ผู้รับเหมาควรให้ความสำคัญคือ LANKO 731 เป็นวัสดุซ่อมแบบฉาบ กด และแต่งผิวด้วยเกรียง จึงเหมาะกับผิวแนวตั้ง มุม ขอบ และตำแหน่งที่ต้องปั้นคืนรูป หากเป็นช่องว่างที่ต้องการให้วัสดุไหลเข้าไปเต็มโพรงใต้ฐานเพลท ควรใช้วัสดุเกร้าท์คนละประเภท เพราะรูปแบบการไหลตัวและการรับแรงต่างกัน

ปูนฉาบซ่อมรอยร้าว LANKO 731 ใช้กับรอยร้าวแบบไหน?

ข้อมูลการใช้งานของ Sika ระบุว่า LANKO 731 ใช้สำหรับงานซ่อมแซมรอยแตกร้าวที่หยุดนิ่งแล้ว หรือ passive crack หมายถึงรอยร้าวที่ไม่มีการขยับ เปิด-ปิด หรือขยายตัวต่อเนื่อง หากรอยร้าวยังเคลื่อนตัวจากโครงสร้างทรุดตัว การสั่นสะเทือน หรือ joint ที่ยังทำงานอยู่ การฉาบปิดด้วยปูนซ่อมอย่างเดียวอาจทำให้ร้าวกลับมาใหม่ได้

การประเมินรอยร้าวก่อนซ่อมจึงสำคัญมาก ถ้าเป็นรอยแตกร้าวเล็ก ๆ ที่เกิดร่วมกับผิวคอนกรีตหลุดล่อน หรือรอยแตกร้าวตามขอบมุมที่หยุดแล้ว สามารถสกัดเปิดหน้ารอย ทำความสะอาด และฉาบซ่อมด้วย LANKO 731 ได้ แต่ถ้าเป็นรอยร้าวทะลุโครงสร้าง มีน้ำรั่วซึม หรือเป็นรอยร้าวที่ยังเพิ่มความกว้าง ควรให้วิศวกรหรือทีมเทคนิคตรวจสาเหตุก่อนเลือกวัสดุ

สภาพรอยร้าว/ความเสียหายใช้ LANKO 731 ได้ไหม?แนวทางหน้างาน
รอยแตกร้าวที่หยุดนิ่งแล้วเหมาะสกัดเปิดรอย ทำความสะอาด กดชั้นแรกให้แน่น แล้วฉาบซ่อมตามความหนาที่ต้องการ
คอนกรีตหลุดล่อนหรือ spallingเหมาะมากสกัดส่วนร่วนออกจนถึงเนื้อแข็งแรง หากเจอเหล็กเป็นสนิมต้องจัดการสนิมก่อนซ่อม
รูพรุน honeycombเหมาะเปิดโพรงให้ถึงเนื้อแน่น ล้างฝุ่นและเศษหลวม ก่อนกดปูนซ่อมเข้าให้เต็ม
รอยร้าวที่ยังขยับต้องตรวจเพิ่มหาสาเหตุการเคลื่อนตัวก่อน อาจต้องใช้ระบบ sealant, injection หรือซ่อมโครงสร้างร่วม
รอยร้าวมีน้ำรั่วไม่ควรใช้เดี่ยว ๆต้องหยุดน้ำหรือทำระบบกันซึมก่อน แล้วจึงซ่อมผิวตามขั้นตอนที่เหมาะสม

จำง่าย: LANKO 731 เหมาะกับงานฉาบซ่อมรอยร้าวที่หยุดนิ่งแล้วและซ่อมผิวคอนกรีตเสียหาย ไม่ใช่วัสดุอุดรอยต่อเคลื่อนตัว และไม่ใช่วัสดุหยุดน้ำรั่วแบบแรงดัน

สเปกสำคัญของ LANKO 731: กำลังอัด 450 KSC และความหนา 35 มม./ชั้น

สเปกของ LANKO 731 ที่ควรนำไปใช้คำนวณและวางแผนหน้างาน ได้แก่ ความหนาสูงสุดต่อชั้น อัตราส่วนผสม ปริมาณการใช้ อุณหภูมิใช้งาน และค่ากำลังรับแรงอัด/แรงดัด โดยตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้ผู้รับเหมาเลือกวิธีซ่อมและคำนวณปริมาณถุงได้แม่นยำขึ้น

รายการข้อมูลผลิตภัณฑ์ความหมายสำหรับหน้างาน
ประเภทวัสดุปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ ชนิดผสมเสร็จใช้ฉาบซ่อมและคืนรูปผิวคอนกรีต ไม่ต้องผสมทรายเอง
ส่วนประกอบหลักปูนซีเมนต์ สารเติมเต็ม และสารผสมเพิ่มควบคุมสูตรจากโรงงาน ให้คุณภาพสม่ำเสมอกว่าปูนผสมหน้างาน
ลักษณะสินค้าผงซีเมนต์สีเทาเหมาะกับงานซ่อมคอนกรีตทั่วไป ก่อนแต่งผิวหรือเคลือบระบบอื่นต่อ
บรรจุภัณฑ์5 กก./กระป๋อง และ 25 กก./ถุงเลือกขนาดตามปริมาณงานซ่อม จุดเล็กหรือโครงการใหญ่
ขนาดอนุภาคสูงสุด0-2 มม.เหมาะกับงานฉาบซ่อมที่ต้องการเนื้อวัสดุแน่นและแต่งผิวได้
ความหนาแน่น1.1-1.3 กก./ลิตรใช้ประกอบการประเมินปริมาณวัสดุและน้ำหนักงานซ่อม
อัตราส่วนผสมน้ำ 4.25-4.5 ลิตร ต่อถุง 25 กก.ใช้น้ำตามสเปก ห้ามเติมน้ำเกินเพื่อให้ฉาบง่ายขึ้น
ปริมาณการใช้2 กก./ตร.ม./ความหนา 1 มม.พื้นที่ 1 ตร.ม. หนา 10 มม. ใช้ประมาณ 20 กก.
ความหนาสูงสุดต่อชั้น35 มม.จุดซ่อมลึกควรวางแผนทำเป็นชั้น ไม่อัดหนาเกินระบบ
อุณหภูมิแวดล้อม10°C - 35°Cสภาพอากาศร้อนจัด ลมแรง หรือพื้นร้อนมากมีผลต่อการแห้งตัว

ค่ากำลังรับแรงของ LANKO 731

คุณสมบัติ1 วัน7 วัน28 วัน
กำลังรับแรงอัด≥20 MPa≥30 MPa≥45 MPa หรือประมาณ 450 KSC
กำลังรับแรงดัด≥5 MPa≥6 MPa≥8 MPa

ค่า 45 MPa ที่ 28 วัน เมื่อสื่อสารในหน่วยงานก่อสร้างไทยมักเทียบเป็นประมาณ 450 KSC เพื่อให้ช่างและผู้ควบคุมงานเข้าใจง่าย อย่างไรก็ตาม หน่วย MPa และ KSC ไม่ได้เท่ากันแบบตรงตัว 100% การระบุว่า “ประมาณ 450 KSC” จึงเหมาะกับงานสื่อสารเชิงพาณิชย์ ส่วนงานสเปกวิศวกรรมควรยึดค่าจากเอกสารผลิตภัณฑ์คือ ≥45 MPa เป็นหลัก

หมายเหตุ: กำลังจริงขึ้นกับการเตรียมผิว อัตราน้ำ การผสม ความหนา อุณหภูมิ และการบ่มหลังฉาบ หากเติมน้ำเกินหรือปล่อยให้แห้งเร็วเกินไป งานซ่อมอาจสูญเสียกำลังและยึดเกาะไม่เต็มประสิทธิภาพ

งานแบบไหนควรเลือก LANKO 731 Structure Repair?

จุดแข็งของ LANKO 731 คือการเป็นปูนฉาบซ่อมโครงสร้างที่ทำงานได้หลากหลาย โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องการคืนรูปคอนกรีตเดิม ไม่ใช่แค่ฉาบปิดสีผิว งานที่เหมาะมักเป็นจุดเสียหายที่มีความลึก มีขอบแตก หรือมีโพรงที่ต้องเติมให้แน่น เช่น เสา คาน ผนังคอนกรีต พื้น ทางน้ำล้น ระเบียง เพดาน และมุมต่าง ๆ

ซ่อมคอนกรีตหลุดล่อน

เหมาะกับผิวคอนกรีต spalling ที่ต้องสกัดส่วนหลวมออกแล้วฉาบคืนรูปให้แน่น

ซ่อมรูพรุน honeycomb

ใช้เติมโพรงคอนกรีตที่เกิดจากการเทหรือจี้เขย่าไม่สมบูรณ์ ก่อนแต่งผิวและป้องกันต่อ

ซ่อมเสาและคาน

เหมาะกับมุมเสา ขอบคาน หรือส่วนโครงสร้างที่บิ่น แตก และต้องการปูนซ่อมกำลังสูง

ซ่อมผนังคอนกรีต

ใช้กับผนังคอนกรีตที่ผิวเสียหาย มีโพรง หรือรอยแตกร้าวที่หยุดนิ่งแล้ว

เตรียมผิวก่อนกันซึม

ซ่อมตะเข็บรอยต่อ ลบมุม และแก้ผิวไม่เรียบก่อนทำระบบกันซึมให้ต่อเนื่อง

พื้นที่เสี่ยงกระแทก

เช่น ระเบียง เพดาน มุม และขอบที่มีโอกาสเสียหาย ต้องการการซ่อมที่แข็งแรงกว่าปูนทั่วไป

ในงานซ่อมอาคารเก่า LANKO 731 มักถูกใช้ร่วมกับการสกัดผิวเสียหาย การทำความสะอาดเหล็กเสริมที่เป็นสนิม และการเคลือบป้องกันสนิมเหล็กก่อนฉาบซ่อม หากจุดซ่อมมีเหล็กเสริมโผล่และเกิดสนิม ไม่ควรฉาบปิดทันที เพราะสนิมที่ยังอยู่จะขยายตัวและดันปูนซ่อมให้แตกร่อนอีกในอนาคต

อัตราส่วนผสมและวิธีใช้ LANKO 731 ให้ได้งานซ่อมแข็งแรง

การใช้ LANKO 731 ให้ได้กำลังและการยึดเกาะตามสเปกต้องเริ่มจากการเตรียมผิวที่ถูกต้อง พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน เศษปูนหลวม สีเดิม หรือวัสดุที่ขัดขวางการยึดเกาะ หากคอนกรีตเดิมร่วนหรือกลวง ต้องสกัดออกจนถึงเนื้อที่แข็งแรงก่อน ไม่ควรฉาบทับบนผิวที่กำลังหลุด เพราะปูนซ่อมจะยึดกับชั้นที่ไม่แข็งแรงและหลุดตามออกมา

  1. เตรียมผิว: สกัดส่วนหลวมออก ทำความสะอาดฝุ่นและสิ่งปนเปื้อน หากมีเหล็กเสริมเป็นสนิมต้องขัดสนิมและป้องกันสนิมตามระบบที่เหมาะสมก่อนฉาบซ่อม
  2. ทำให้พื้นผิวพร้อมรับปูนซ่อม: พื้นคอนกรีตควรอยู่ในสภาพเหมาะกับการยึดเกาะ ไม่แห้งดูดน้ำจัดและไม่เปียกจนน้ำขัง
  3. ตวงน้ำสะอาด: ใช้น้ำ 4.25-4.5 ลิตร ต่อ LANKO 731 ขนาด 25 กก. หรือประมาณ 17-18% ต่อน้ำหนักปูน
  4. ผสมด้วยเครื่อง: ใช้สว่านไฟฟ้าหรือเครื่องผสมปูนที่ความเร็วประมาณ 500 รอบต่อนาที ปั่นต่อเนื่องประมาณ 3 นาทีจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  5. พักส่วนผสม: พักเนื้อปูน 1-3 นาทีตามคำแนะนำ แล้วจึงนำไปใช้งาน
  6. ห้ามเติมน้ำเพิ่ม: หลังผสมเสร็จแล้วไม่ควรเติมน้ำเพิ่ม เพราะจะทำให้สัดส่วนผิดและลดกำลังของงานซ่อม
  7. กดชั้นแรกให้แน่น: ใช้เกรียงกด LANKO 731 ลงบนพื้นผิวในชั้นแรกเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ จากนั้นจึงเติมส่วนที่เหลือให้ได้ความหนาที่ต้องการ
  8. ควบคุมความหนา: ทำความหนาได้ถึง 35 มม. ในครั้งเดียว หากต้องการความหนามากกว่านี้ควรวางแผนทำซ้ำเป็นชั้นตามสภาพงาน
  9. แต่งผิว: ทิ้งให้หมาดแล้วแต่งให้เรียบด้วยเกรียง ไม่ควรปาดซ้ำมากเกินไปจนผิวแยกน้ำ
  10. บ่มหลังซ่อม: ควรบ่มพื้นผิวทันทีที่วัสดุเริ่มแห้งแต่ยังคงมีความชื้นอยู่ โดยใช้น้ำยาบ่ม LANKO 361 CURE หรือวิธีบ่มที่เหมาะสม

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย: เติมน้ำเกินเพราะอยากให้ปาดง่ายขึ้น, ฉาบทับฝุ่นหรือคอนกรีตร่วน, ไม่กดชั้นแรกให้แน่น, ไม่บ่มหลังฉาบ, และซ่อมรอยร้าวที่ยังเคลื่อนตัวโดยไม่แก้สาเหตุ สิ่งเหล่านี้ทำให้งานซ่อมร่อนหรือแตกร้าวซ้ำได้

สำหรับงานซ่อมมุมหรือขอบ Sika แนะนำให้ใช้เกรียง 2 อันประกบทั้ง 2 ด้านของมุม เพื่อไม่ให้วัสดุไหลหรือปลิ้นไปอีกด้านขณะฉาบ วิธีนี้ช่วยให้ได้มุมตรง ลดการใช้วัสดุเกินจำเป็น และทำให้การแต่งผิวหลังหมาดง่ายขึ้น

ข้อควรระวัง: LANKO 731 ไม่ใช่ปูนเกร้าท์ และไม่ใช่วัสดุอุดรอยต่อเคลื่อนตัว

แม้ LANKO 731 จะมีกำลังอัดสูงและเหมาะกับงานซ่อมโครงสร้าง แต่การเลือกใช้ต้องตรงประเภทงาน หากใช้ผิดบริบทอาจทำให้งานเสียหายหรือไม่ผ่านสเปกได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องการการไหลตัวเข้าใต้ช่องว่าง หรือรอยต่อที่ต้องรองรับการเคลื่อนตัวระยะยาว

โจทย์หน้างานวัสดุที่ควรพิจารณาเหตุผล
ฉาบซ่อมเสา คาน ผิวหลุดล่อน รูพรุนLANKO 731เป็นปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ ใช้เกรียงฉาบ กด และคืนรูปผิวคอนกรีต
เทใต้ฐานเครื่องจักรหรือ base plateLANKO 701 หรือปูนเกร้าท์ Non-Shrinkต้องการวัสดุไหลตัว เข้าเต็มช่องว่าง และควบคุมการหดตัวสำหรับงานเกร้าท์
รอยต่ออาคารที่ขยับได้PU sealant หรือระบบ joint sealantรอยต่อเคลื่อนตัวต้องการวัสดุยืดหยุ่น ไม่ใช่ปูนซ่อมแข็ง
น้ำรั่วแรงดันหรือรอยร้าวมีน้ำไหลวัสดุหยุดน้ำ/ระบบกันซึมเฉพาะทางต้องหยุดน้ำและแก้สาเหตุก่อน จึงค่อยซ่อมผิวด้วยปูนซ่อม
ฉาบบางเพื่อแต่งผิวสวยก่อนทาสีSkim coat หรือปูนแต่งผิวถ้าไม่มีความเสียหายเชิงโครงสร้าง อาจไม่จำเป็นต้องใช้ปูนซ่อมกำลังสูง

อีกเรื่องที่ต้องระวังคือการซ่อมคอนกรีตที่มีเหล็กเสริมเป็นสนิม หากเห็นเหล็กเสริมโผล่หรือคอนกรีตบวมแตกจากสนิม ต้องจัดการสนิมและป้องกันเหล็กก่อนฉาบซ่อม ไม่ควรฉาบปิดเพื่อซ่อนปัญหา เพราะสนิมจะขยายตัวต่อและทำให้ปูนซ่อมหลุดล่อนซ้ำ

แนะนำสำหรับงานโครงการ: ก่อนสั่งวัสดุควรเก็บรูปหน้างาน ระบุพื้นที่ซ่อม ความลึกเฉลี่ย จำนวนจุดซ่อม สภาพเหล็กเสริม และการใช้งานหลังซ่อม เพื่อให้ทีมขายหรือทีมเทคนิคช่วยประเมินปริมาณและวิธีทำงานได้แม่นขึ้น

สรุป: LANKO 731 คือปูนซ่อมโครงสร้างสำหรับงานที่ต้องการมากกว่าการฉาบปิดผิว

LANKO 731 Structure Repair เหมาะกับงานซ่อมที่ต้องการคืนรูปและคืนความแข็งแรงให้คอนกรีต เช่น ผิวหลุดล่อน รูพรุน เสา คาน ผนังคอนกรีต ทางน้ำล้น ระเบียง เพดาน มุมต่าง ๆ และรอยแตกร้าวที่หยุดนิ่งแล้ว จุดเด่นคือเป็นปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ ใช้งานด้วยเกรียงได้ดี ทำความหนาได้สูงสุด 35 มม. ต่อชั้น และรับกำลังอัด 28 วัน ≥45 MPa หรือประมาณ 450 KSC

แต่การใช้งานให้ได้ผลต้องทำครบระบบ ตั้งแต่สกัดส่วนหลวมออก เตรียมผิวให้แข็งแรง ผสมน้ำตามสเปก 4.25-4.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. กดชั้นแรกให้แน่น ควบคุมความหนา และบ่มหลังฉาบด้วยวิธีที่เหมาะสม หากหน้างานมีรอยร้าวที่ยังเคลื่อนตัว น้ำรั่ว หรือเหล็กเสริมเป็นสนิม ต้องแก้สาเหตุก่อน ไม่ควรฉาบปิดทันที

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลผลิตภัณฑ์และตัวเลขสเปกอ้างอิงจากหน้า LANKO® 731 Structure Repair บน Sika Thailand และข้อมูลสินค้า GY Asia ตามลิงก์ผลิตภัณฑ์ที่ระบุในบทความ

คำถามที่พบบ่อย

LANKO 731 Structure Repair คือปูนอะไร?

LANKO 731 เป็นปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ชนิดผสมเสร็จ ใช้สำหรับฉาบซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต เช่น คอนกรีตหลุดล่อน รูพรุน เสา คาน ผนังคอนกรีต และรอยแตกร้าวที่หยุดนิ่งแล้ว

LANKO 731 รับกำลังอัด 450 KSC จริงไหม?

ข้อมูลผู้ผลิตระบุค่ากำลังรับแรงอัดที่ 28 วัน ≥45 MPa ซึ่งสื่อสารเป็นหน่วยงานก่อสร้างไทยได้ประมาณ 450 KSC โดยควรยึดค่า ≥45 MPa ในเอกสารผลิตภัณฑ์เป็นหลักสำหรับงานสเปก

LANKO 731 ฉาบหนาได้กี่มิลลิเมตรต่อชั้น?

ทำความหนาในแต่ละชั้นได้สูงถึง 35 มม. หากจุดซ่อมลึกกว่านั้นควรวางแผนทำซ้ำเป็นชั้น และต้องกดชั้นแรกให้แน่นเพื่อเพิ่มการยึดเกาะกับพื้นผิวเดิม

LANKO 731 ผสมน้ำเท่าไรต่อถุง 25 กก.?

ใช้น้ำสะอาด 4.25-4.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. หรือประมาณ 17-18% ต่อน้ำหนักปูน ผสมด้วยเครื่องที่ความเร็วประมาณ 500 รอบต่อนาที เป็นเวลา 3 นาที แล้วพักส่วนผสม 1-3 นาที

ใช้ LANKO 731 ซ่อมรอยร้าวได้ทุกแบบไหม?

ไม่ใช่ทุกแบบ LANKO 731 เหมาะกับรอยแตกร้าวที่หยุดนิ่งแล้ว หากรอยร้าวยังขยับ มีน้ำรั่ว หรือเกิดจากปัญหาโครงสร้าง ต้องแก้สาเหตุก่อนเลือกวัสดุซ่อม

LANKO 731 ใช้แทน LANKO 701 ได้ไหม?

ไม่ควรใช้แทนกันโดยตรง LANKO 731 เป็นปูนฉาบซ่อมโครงสร้าง ส่วน LANKO 701 เป็นปูนเกร้าท์ non-shrink สำหรับเทอัดช่องว่าง เช่น ฐานเครื่องจักร ฐานเพลท และ anchor bolt

หลังฉาบ LANKO 731 ต้องบ่มไหม?

ควรบ่มทันทีที่วัสดุเริ่มแห้งแต่ยังคงมีความชื้นอยู่ โดยใช้น้ำยาบ่ม LANKO 361 CURE หรือวิธีบ่มที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ปูนพัฒนากำลังและลดความเสี่ยงแห้งเร็วเกินไป

LANKO 731 ใช้กับงานก่อนทำกันซึมได้ไหม?

ใช้ได้สำหรับซ่อมพื้นผิว ลบมุมบริเวณตะเข็บรอยต่อ หรือแก้รูพรุนก่อนทำระบบกันซึม เพื่อให้พื้นผิวต่อเนื่องและลดจุดเสี่ยงรั่วซึม แต่ต้องเลือกระบบกันซึมให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน

ซื้อ LANKO 731 Structure Repair ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า LANKO 731 Structure Repair ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณจำนวนถุงจากหน้างานจริง

Similar Posts