หมดกังวลหน้าฝน รีวิวอุดรอยร้าว ทากันซึมดาดฟ้าด้วย LANKO 227
RAINY SEASON WATERPROOFING GUIDE

หมดกังวลหน้าฝน: รีวิวอุดรอยร้าว ทากันซึมดาดฟ้าก่อนฝนมาด้วย LANKO 227

ก่อนฝนชุดใหญ่จะมา สิ่งที่เจ้าของบ้านและผู้รับเหมาควรเช็กไม่ใช่แค่ท่อระบายน้ำ แต่รวมถึงรอยร้าวเล็ก ๆ บนพื้นคอนกรีต มุมพื้น-ผนัง และจุดต่อรอบท่อที่อาจกลายเป็นทางน้ำซึม LANKO® 227 Flex Shield เป็นซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่น ส่วนผสมเดียว ใช้งานง่าย ทนรังสียูวี และเหมาะกับงานกันซึมหลายพื้นที่ แต่สำหรับ “ดาดฟ้า” ต้องเลือกใช้ให้ถูกเงื่อนไขและเข้าใจข้อจำกัดก่อนเริ่มงาน

กันซึมยืดหยุ่น 1 ส่วนผสม ทน UV และรอยแตกร้าวเล็ก ทาอย่างน้อย 2 ชั้น เหมาะกับพื้นที่สัญจรต่ำ
3-4 กก.ต่อ ตร.ม. สำหรับ 2 ชั้น
5.8-6.2 ลิตรน้ำสะอาดต่อถุง 20 กก.
2-6 ชม.รอก่อนทาชั้นที่สองโดยประมาณ
LANKO 227 Flex Shield ซีเมนต์กันซึมยืดหยุ่นสำหรับงานกันซึมก่อนหน้าฝน

LANKO® 227 Flex Shield

ซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่น ส่วนผสมเดียว สำหรับฉาบทาพื้นผนังคอนกรีตและผนังก่ออิฐฉาบปูน เพื่อช่วยป้องกันการรั่วซึม เหมาะกับห้องน้ำ ห้องครัว แทงค์เก็บน้ำ สระว่ายน้ำ ระเบียง ชานพัก และพื้นที่ภายนอกบางรูปแบบตามเงื่อนไขการใช้งานที่ถูกต้อง

Quick Answer: LANKO 227 ใช้ทากันซึมดาดฟ้าก่อนฝนได้ไหม?

คำตอบสั้น

LANKO® 227 Flex Shield ใช้กับงานกันซึมภายนอกและสามารถปล่อยเปลือยในพื้นที่สัญจรต่ำได้ แต่ถ้าเป็น “ดาดฟ้า” ต้องพิจารณาอย่างระวัง เพราะข้อมูล Sika ระบุงานกันซึมก่อนปูกระเบื้องสำหรับห้องน้ำ ระเบียง หรือชานพัก ยกเว้นดาดฟ้า ดังนั้น LANKO 227 เหมาะกับการซ่อมและทำกันซึมเฉพาะจุด พื้นที่สัญจรต่ำ หรือพื้นที่ที่ไม่มีน้ำขังยาวนานมากกว่าใช้เป็นระบบกันซึมดาดฟ้าหลักทั้งผืนโดยไม่ประเมินหน้างาน

ถ้าดาดฟ้ามีรอยร้าวเส้นเล็ก น้ำซึมตามมุม หรือมีพื้นที่ที่ต้องการเสริมชั้นกันซึมก่อนฝน LANKO 227 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะเป็นซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่น ส่วนผสมเดียว ผสมน้ำแล้วทาหรือฉาบได้ ไม่ต้องแยกส่วนผสม A/B แบบระบบ 2 ส่วนผสม จึงควบคุมงานซ่อมได้ง่ายสำหรับช่างทั่วไป

แต่ถ้าดาดฟ้ามีน้ำขังเป็นประจำ มีรอยร้าวเคลื่อนไหวกว้าง มีการเดินใช้งานบ่อย ตั้งคอมเพรสเซอร์ วางแท็งก์น้ำ หรือโดนแดดฝนหนักตลอดปี ควรให้ทีมเทคนิคช่วยเลือกเป็นระบบกันซึมหลังคาหรือดาดฟ้าโดยตรง เช่น ระบบอะคริลิก/PU กันซึม หรือระบบเสริมผ้าไฟเบอร์ที่ออกแบบมาสำหรับดาดฟ้าโดยเฉพาะ เพื่อให้ทนการเคลื่อนไหวและสภาพอากาศได้ดีกว่า

ก่อนฝนมา เช็กจุดรั่วบนดาดฟ้าให้เจอมากกว่ารอยร้าวที่เห็น

ปัญหาน้ำซึมจากดาดฟ้ามักไม่ได้เริ่มจากรูใหญ่เสมอไป หลายครั้งเกิดจากรอยร้าวเส้นผมตามพื้นคอนกรีต รอยต่อพื้นกับผนังเชิงกันตก จุดทะลุรอบท่อ พื้นที่มีน้ำขัง หรือผิวคอนกรีตที่เริ่มร่วนจนดูดน้ำมากขึ้น พอฝนตกต่อเนื่อง น้ำจะค่อย ๆ แทรกผ่านช่องว่างเหล่านี้แล้วไปปรากฏเป็นคราบชื้นบนฝ้า เพดาน หรือผนังชั้นล่าง

การเตรียมงานก่อนหน้าฝนจึงควรเริ่มจากการเดินสำรวจช่วงกลางวันหลังฝนหยุด ดูว่าแอ่งน้ำอยู่ตรงไหน ผิวตรงไหนแห้งช้าผิดปกติ และมีรอยแตกร้าวต่อเนื่องไปทางผนังหรือท่อหรือไม่ ถ้าพบคราบตะไคร่ คราบฝุ่น หรือคราบน้ำมัน ควรทำความสะอาดก่อนประเมินรอยร้าว เพราะคราบเหล่านี้อาจบังตำแหน่งที่วัสดุกันซึมยึดเกาะได้ไม่ดี

รอยร้าวเส้นเล็ก

เหมาะกับงานซ่อมเฉพาะจุดและเสริมชั้นกันซึมเมื่อรอยร้าวไม่เคลื่อนไหวมาก

มุมและรอบท่อ

ควรเก็บรายละเอียดพิเศษ เพราะเป็นจุดที่น้ำชอบแทรกผ่านมากกว่าพื้นที่โล่ง

น้ำขังยาวนาน

ต้องแก้ความลาดเอียงหรือระบบระบายน้ำก่อน ไม่ควรหวังให้กันซึมแก้ทุกอย่างแทน

ถ้ามีรอยร้าวกว้าง รอยร้าวที่ยังขยับ หรือคอนกรีตแตกร่อนลึก การทากันซึมทับทันทีอาจดูเรียบร้อยในวันแรก แต่มีโอกาสกลับมารั่วเมื่อฝนหนักหรือพื้นขยับอีกครั้ง งานที่ดีควรซ่อมรอยร้าวและพื้นผิวให้มั่นคงก่อน แล้วจึงทำชั้นกันซึมต่อเนื่องทับบนพื้นผิวที่พร้อมรับวัสดุ

LANKO 227 Flex Shield คืออะไร ทำไมเหมาะกับงานซ่อมก่อนหน้าฝน?

LANKO 227 Flex Shield เป็นซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่น ส่วนผสมเดียว มีส่วนประกอบหลักเป็นซีเมนต์ สารเติมเต็ม สารผสมเพิ่ม และโพลิเมอร์พิเศษ เมื่อผสมกับน้ำสะอาดจะได้เนื้อวัสดุสำหรับทาหรือฉาบบนพื้นผิวคอนกรีตและผนังก่ออิฐฉาบปูน เพื่อสร้างชั้นป้องกันน้ำซึมผ่านผิววัสดุ

จุดเด่นที่เข้ากับงานซ่อมก่อนหน้าฝนคือความเรียบง่ายในการใช้งาน ช่างไม่ต้องชั่งน้ำยาและผงแยกกันเหมือนกันซึม 2 ส่วนผสม เพียงผสมน้ำตามอัตราที่กำหนด ปั่นให้เข้ากัน พักส่วนผสม แล้วใช้แปรงหรือเกรียงฉาบทำงานได้ เหมาะกับงานเก็บรายละเอียดบนพื้นที่ไม่ใหญ่มาก เช่น มุมดาดฟ้า ระเบียง ชานพัก ห้องน้ำ หรือแนวผนังที่ต้องการเสริมกันซึมก่อนฝนตกต่อเนื่อง

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุคุณสมบัติสำคัญหลายข้อ เช่น มีความยืดหยุ่น ทนทานต่อการแตกร้าวขนาดเล็ก ทนต่อรังสียูวี ไม่แตกร้าวเมื่อปล่อยเปลือยกลางแจ้ง ผ่านการรับรองว่าปลอดภัยเมื่อใช้กับน้ำดื่ม และอ้างอิงมาตรฐานยุโรป EN14891 สำหรับงานกันซึมก่อนปูกระเบื้อง คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ LANKO 227 เหมาะกับงานที่ต้องการชั้นกันซึมซีเมนต์ที่ยึดเกาะกับพื้นคอนกรีตได้ดีและทำงานไม่ซับซ้อน

ใช้ LANKO 227 กับดาดฟ้าได้แค่ไหน ต้องแยก 3 กรณีให้ชัด

คำว่า “ดาดฟ้า” ในหน้างานจริงมีหลายแบบ บางพื้นที่เป็นชานพักหรือระเบียงชั้นบนที่มีหลังคาคลุมบางส่วน บางพื้นที่เป็นดาดฟ้าเปิดโล่งโดนแดดและฝนทั้งวัน บางพื้นที่ใช้วางถังน้ำและมีคนเดินขึ้นลงประจำ การเลือก LANKO 227 จึงควรดูสภาพใช้งานจริง ไม่ใช่ดูเพียงว่าพื้นอยู่ชั้นบนหรืออยู่กลางแจ้ง

ลักษณะพื้นที่ความเหมาะสมของ LANKO 227เหตุผลคำแนะนำ
ระเบียง/ชานพักก่อนปูกระเบื้องเหมาะตามขอบเขตสินค้าหน้า Sika ระบุงานกันซึมก่อนปูกระเบื้อง เช่น ระเบียงหรือชานพักทา 2 ชั้น รอ 3-7 วันก่อนปูกระเบื้อง และเลือกกาวซีเมนต์ให้เหมาะ
ดาดฟ้าเปิดโล่ง สัญจรต่ำ ไม่มีน้ำขังใช้ได้แบบมีเงื่อนไขสินค้าใช้ภายนอก ทน UV และปล่อยเปลือยพื้นที่สัญจรต่ำได้ แต่ต้องตรวจรอยร้าวและความลาดเอียงใช้กับงานซ่อมเฉพาะจุดหรือพื้นที่ควบคุมได้ และควรปรึกษาทีมเทคนิคก่อนทำทั้งผืน
ดาดฟ้าน้ำขัง เดินบ่อย วางอุปกรณ์หนักไม่ควรใช้เดี่ยว ๆเสี่ยงการถลอก รอยขีดข่วน การเคลื่อนไหว และน้ำขังนานแก้ slope/ระบายน้ำ และเลือกระบบกันซึมดาดฟ้าโดยตรงพร้อมชั้นป้องกันที่เหมาะสม
รอยร้าวกว้างหรือยังเคลื่อนไหวต้องซ่อมระบบรอยร้าวก่อนวัสดุกันซึมซีเมนต์ยืดหยุ่นรองรับรอยแตกร้าวขนาดเล็ก ไม่ใช่ตัวแก้โครงสร้างเคลื่อนไหวเปิดร่อง ซ่อมรอยร้าว ใช้ sealant หรือระบบเสริมแรงตามสภาพจริง

สรุปให้จำง่าย: LANKO 227 เหมาะกับงานกันซึมหลายพื้นที่และช่วยงานซ่อมก่อนหน้าฝนได้ดี แต่ถ้าดาดฟ้าเป็นพื้นที่เปิดโล่งรับฝนหนักทั้งปี มีน้ำขัง หรือมี traffic สูง ควรออกแบบเป็นระบบกันซึมหลังคา/ดาดฟ้าโดยตรง ไม่ควรทาเดี่ยว ๆ แล้วคาดหวังอายุใช้งานเท่าระบบเฉพาะทาง

สเปกสำคัญ อัตราผสม และปริมาณการใช้ LANKO 227

การทากันซึมให้ได้ผลก่อนหน้าฝนต้องควบคุมอัตราผสมและความหนาให้ตรง ไม่ควรเติมน้ำเพิ่มเพื่อให้ทาลื่นขึ้น เพราะจะทำให้ความหนาแน่นและคุณสมบัติของชั้นกันซึมลดลง LANKO 227 ขนาด 20 กก. ใช้น้ำสะอาดประมาณ 5.8-6.2 ลิตร หรือ 29-31% ของน้ำหนักผงซีเมนต์ ผสมด้วยเครื่องปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วพักส่วนผสมประมาณ 2 นาที ก่อนเริ่มทาหรือฉาบ

หัวข้อข้อมูลจากผลิตภัณฑ์ความหมายในหน้างาน
ชนิดสินค้าซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่น ส่วนผสมเดียวผสมน้ำแล้วทาหรือฉาบได้ ลดความซับซ้อนในงานซ่อม
บรรจุภัณฑ์4 กก./กระป๋อง และ 20 กก./ถุงเลือกขนาดตามพื้นที่จริง งานเล็กใช้กระป๋อง งานพื้นที่มากใช้ถุงคุ้มกว่า
อุณหภูมิแวดล้อม+10°C ถึง +35°Cหลีกเลี่ยงแดดจัด ลมแรง หรือฝนระหว่างทำงาน
เวลาทำงานหลังผสมประมาณ 40 นาที ที่ 25°Cผสมเท่าที่ใช้ทัน ไม่ผสมทิ้งไว้ทีละมากเกินไป
ปริมาณการใช้3-4 กก./ตร.ม. สำหรับ 2 ชั้น ที่ความหนา 2 มม.ถุง 20 กก. ครอบคลุมประมาณ 5-6.6 ตร.ม. โดยยังไม่รวมเผื่อสูญเสีย
การยึดเกาะ≥ 1 MPa ที่ 28 วัน กับคอนกรีตพื้นผิวต้องแข็งแรงและสะอาดเพื่อให้ค่าการยึดเกาะเกิดขึ้นจริง
แรงดันน้ำไม่มีน้ำซึมผ่านที่แรงดันน้ำ 1.5 บาร์ต้องทาครบชั้นและได้ความหนาตามสเปก ไม่ใช่ทาบางเพียงชั้นเดียว

ถ้าต้องการคำนวณพื้นที่ดาดฟ้าแบบเร็ว ให้ใช้สูตรพื้นที่ x ปริมาณการใช้ เช่น พื้นที่ 30 ตร.ม. x 3-4 กก./ตร.ม. จะใช้ประมาณ 90-120 กก. หรือราว 5-6 ถุงขนาด 20 กก. ยังไม่รวมเผื่อรอยต่อ มุม พื้นผิวหยาบ และการเสริม LANKO Glass Fiber Mesh ในจุดเสี่ยง หากพื้นดาดฟ้าหยาบหรือมีรายละเอียดมาก ควรเผื่อวัสดุเพิ่มและให้ทีมช่วยประเมินจากรูปหน้างานจริง

วิธีอุดรอยร้าวและทากันซึม LANKO 227 ก่อนฝนมา

งานซ่อมก่อนหน้าฝนควรทำในช่วงที่พยากรณ์อากาศแห้งต่อเนื่อง เพราะ LANKO 227 ต้องการพื้นผิวพร้อมและเวลารอแห้งเพียงพอ ไม่ควรทำงานบนพื้นที่เปียกแฉะ มีน้ำขัง หรือกำลังจะโดนฝนทันทีหลังทา หากต้องทำงานบนดาดฟ้า ควรเริ่มจากการเคลียร์ทางระบายน้ำ เก็บเศษวัสดุ และทำให้พื้นผิวสะอาดก่อนเสมอ

  1. ล้างและขัดพื้น: ขจัดฝุ่น ตะไคร่ คราบน้ำมัน สีเก่า และวัสดุหลุดร่อน เพื่อให้ผิวคอนกรีตแข็งแรงและยึดเกาะได้จริง
  2. ตรวจรอยร้าว: แยกรอยร้าวเส้นเล็กกับรอยร้าวกว้างหรือรอยร้าวเคลื่อนไหว หากเป็นรอยใหญ่ควรซ่อมด้วยระบบที่เหมาะสมก่อน
  3. ซ่อมมุมและรอบท่อ: เก็บรอยต่อพื้น-ผนัง รูพรุน และโพรงอากาศ เพราะเป็นจุดที่น้ำซึมง่ายในช่วงฝนตกหนัก
  4. พรมน้ำให้ชื้น: ทำให้พื้นผิวชื้นแบบอิ่มตัวแต่ไม่มีน้ำขัง เพื่อช่วยลดการดูดน้ำจากวัสดุเร็วเกินไป
  5. ผสมตามสเปก: ใช้น้ำสะอาด 5.8-6.2 ลิตรต่อถุง 20 กก. ค่อย ๆ เติมผงลงในน้ำ ปั่นจนเนื้อเข้ากัน แล้วพัก 2 นาที
  6. ทาชั้นแรก: ใช้แปรงหรือเกรียงฉาบ ทาหรือฉาบที่ปริมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม. ให้ต่อเนื่องเต็มผิว
  7. เสริมจุดเสี่ยง: บริเวณรอยร้าว มุม หรือจุดต่อ ควรฝัง LANKO Glass Fiber Mesh ในชั้นแรกเพื่อช่วยกระจายแรงและลดความเสี่ยงแตกร้าวซ้ำ
  8. ทาชั้นที่สอง: หลังชั้นแรกแห้งประมาณ 2-6 ชั่วโมง ให้ทาชั้นที่สองในทิศทางตรงข้ามกัน ด้วยปริมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม.
  9. ป้องกันช่วงแรก: กันฝน แดดจัด ลมแรง และการเดินเหยียบจนกว่าวัสดุจะแห้งพร้อมใช้งานตามสภาพจริง

เทคนิคสำหรับงานดาดฟ้า: ให้ทำ mockup หรือพื้นที่ทดสอบเล็ก ๆ ก่อนเสมอ โดยเฉพาะพื้นเก่า พื้นมีรอยร้าวหลายแนว หรือพื้นเคยทาวัสดุอื่นมาก่อน เพราะการยึดเกาะของชั้นกันซึมขึ้นกับสภาพพื้นเดิมมากกว่าสเปกบนถุงเพียงอย่างเดียว

หากต้องปูกระเบื้องทับในพื้นที่ที่เหมาะสม ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถปูกระเบื้องทับ LANKO 227 ได้ภายในประมาณ 3-7 วันหลังทาชั้นสุดท้าย โดยใช้กาวซีเมนต์ที่เหมาะสม เช่น DAVCO SUPER TTB หรือ DAVCO ULTRAFLEX และถ้าเป็นสระว่ายน้ำควรใช้กาวซีเมนต์และยาแนวที่ออกแบบสำหรับงานแช่น้ำโดยเฉพาะ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานกันซึมดาดฟ้ารั่วซ้ำหลังฝนแรก

หลายงานรั่วซ้ำไม่ใช่เพราะวัสดุไม่ดี แต่เกิดจากการเร่งทำงานก่อนฝนมาแบบข้ามขั้นตอน เช่น ทาทับฝุ่น ทาบางเกินไป ทาแค่ชั้นเดียว หรือไม่ได้แก้แอ่งน้ำขังก่อน งานกันซึมบนดาดฟ้ายิ่งต้องระวัง เพราะต้องรับทั้งแดด ฝน การขยายตัวของพื้นคอนกรีต และการเดินใช้งานมากกว่าพื้นที่ภายใน

อย่าทำแบบนี้: เติมน้ำเกินอัตรา, ทาทับพื้นเปียกแฉะหรือมีน้ำขัง, ทาในวันที่ฝนจะตกทันที, ปล่อยให้ผิวสัมผัสการเดินหรือวางของหนักเร็วเกินไป, ใช้กับดาดฟ้าที่น้ำขังโดยไม่แก้ slope และใช้แทนระบบกันซึมหลังคาเต็มระบบโดยไม่มีการประเมินหน้างาน

บริเวณที่มีการสัญจรสูงควรมีวัสดุปิดทับเพื่อป้องกันการถลอกหรือรอยขีดข่วนตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ หากต้องปล่อยเปลือยควรจำกัดในพื้นที่สัญจรต่ำและหลีกเลี่ยงการลากของแข็งบนผิวกันซึม ส่วนพื้นผิวที่อาจเกิดการแตกร้าวควรใช้ LANKO Glass Fiber Mesh เสริมในชั้นแรกเพื่อช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของระบบ

อีกประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือการระบายน้ำ ถ้าน้ำขังบนดาดฟ้าหลายวัน วัสดุกันซึมทุกระบบจะทำงานหนักขึ้นมาก การแก้แอ่งน้ำ การทำทางระบาย และการตรวจท่อระบายน้ำตันจึงเป็นส่วนหนึ่งของงานกันซึม ไม่ใช่งานแยกต่างหาก การใช้ LANKO 227 จะได้ผลดีที่สุดเมื่อพื้นผิวแข็งแรง ความลาดเอียงเหมาะสม และรายละเอียดจุดเสี่ยงถูกเก็บครบก่อนฝนมา

สรุป: LANKO 227 ดีสำหรับซ่อมกันซึมก่อนหน้าฝน แต่ดาดฟ้าต้องเลือกใช้ให้ถูกระบบ

LANKO 227 Flex Shield เป็นซีเมนต์กันซึมยืดหยุ่น 1 ส่วนผสมที่เหมาะกับงานซ่อมและงานกันซึมหลายประเภท จุดเด่นคือผสมง่าย ทาหรือฉาบได้ มีความยืดหยุ่น ทน UV ทนรอยแตกร้าวขนาดเล็ก และมีข้อมูลปริมาณการใช้ชัดเจนคือ 3-4 กก./ตร.ม. สำหรับ 2 ชั้น ที่ความหนา 2 มม. จึงเป็นตัวเลือกที่ใช้งานสะดวกเมื่อต้องรีบเตรียมพื้นที่ก่อนฤดูฝน

สำหรับดาดฟ้า ควรมอง LANKO 227 เป็นวัสดุกันซึมที่ใช้ได้ “แบบมีเงื่อนไข” มากกว่าวัสดุดาดฟ้าครอบจักรวาล ถ้าเป็นพื้นที่สัญจรต่ำ ไม่มีน้ำขัง และต้องการซ่อมเฉพาะจุดหรือเสริมชั้นกันซึมบนพื้นคอนกรีตที่เตรียมผิวดี ก็พิจารณาใช้ได้ แต่ถ้าเป็นดาดฟ้าเปิดโล่งทั้งผืน น้ำขัง เดินบ่อย หรือมีรอยร้าวเคลื่อนไหว ควรเลือกเป็นระบบกันซึมดาดฟ้าเฉพาะทางและให้ทีมเทคนิคช่วยประเมินก่อน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปกสินค้า อัตราผสม ปริมาณการใช้ และข้อจำกัด อ้างอิงจากหน้า LANKO® 227 Flex Shield บน Sika Thailand และควรตรวจสอบเอกสารผลิตภัณฑ์ล่าสุดก่อนใช้งานจริง

คำถามที่พบบ่อย

LANKO 227 ใช้ทาดาดฟ้าได้ไหม?

ใช้ได้แบบมีเงื่อนไขในพื้นที่ภายนอกหรือพื้นที่สัญจรต่ำที่ไม่มีน้ำขังรุนแรง แต่หน้า Sika ระบุงานกันซึมก่อนปูกระเบื้องสำหรับห้องน้ำ ระเบียง หรือชานพักโดยยกเว้นดาดฟ้า ดังนั้นถ้าเป็นดาดฟ้าเปิดโล่งทั้งผืนควรปรึกษาทีมเทคนิคก่อนเลือกใช้

LANKO 227 เหมาะกับการอุดรอยร้าวแบบไหน?

เหมาะกับการช่วยเสริมกันซึมบนรอยแตกร้าวขนาดเล็กและจุดเสี่ยงเมื่อเตรียมพื้นผิวถูกต้อง หากเป็นรอยร้าวกว้าง รอยร้าวเคลื่อนไหว หรือรอยแตกร้าวเชิงโครงสร้าง ควรซ่อมด้วยระบบรอยร้าวที่เหมาะสมก่อนทากันซึม

LANKO 227 ต้องทากี่ชั้น?

ควรทาหรือฉาบอย่างน้อย 2 ชั้น ในทิศทางตรงข้ามกัน โดยชั้นละประมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม. รวม 3-4 กก./ตร.ม. ที่ความหนารวมประมาณ 2 มม.

ผสมน้ำเท่าไรต่อถุง 20 กก.?

ใช้ LANKO 227 ขนาด 20 กก. ผสมกับน้ำสะอาดประมาณ 5.8-6.2 ลิตร หรือ 29-31% ของน้ำหนักผงซีเมนต์ ปั่นให้เข้ากันและพักส่วนผสมประมาณ 2 นาที ก่อนใช้งาน

ทาชั้นที่สองได้เมื่อไหร่?

ทาชั้นที่สองหลังชั้นแรกแห้งตัวแล้วประมาณ 2-6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น และการระบายอากาศของพื้นที่ทำงาน

ทาแล้วโดนฝนได้ทันทีไหม?

ไม่ควรให้โดนฝนทันทีหลังทา ควรเลือกช่วงอากาศแห้งและป้องกันผิวช่วงแรก เพื่อให้วัสดุเซ็ตตัวและยึดเกาะได้เต็มที่ก่อนเจอสภาพฝนจริง

ต้องใช้ตาข่ายไฟเบอร์เมชหรือไม่?

บริเวณรอยร้าว มุม จุดต่อ หรือพื้นผิวที่อาจเกิดการแตกร้าว ควรใช้ LANKO Glass Fiber Mesh เสริมในชั้นแรก เพื่อช่วยเพิ่มความต่อเนื่องและลดความเสี่ยงร้าวซ้ำ

LANKO 227 ปูกระเบื้องทับได้เมื่อไหร่?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถปูกระเบื้องทับได้ภายในประมาณ 3-7 วันหลังทาชั้นสุดท้าย โดยต้องเลือกกาวซีเมนต์และยาแนวให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน

พื้นที่ 30 ตารางเมตรต้องใช้กี่ถุง?

หากใช้อัตรา 3-4 กก./ตร.ม. พื้นที่ 30 ตร.ม. จะใช้ประมาณ 90-120 กก. หรือประมาณ 5-6 ถุง ขนาด 20 กก. ควรเผื่อเพิ่มสำหรับพื้นหยาบ มุม รอยต่อ และการสูญเสียหน้างาน

ซื้อ LANKO 227 Flex Shield ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า LANKO 227 Flex Shield ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ทีมช่วยประเมินปริมาณจากรูปหน้างานจริง

Similar Posts