สระว่ายน้ำ-บ่อปลา น้ำซึมทำอย่างไร? แนะนำวิธีแก้ด้วย LANKO 228 Superflex
ปัญหาสระว่ายน้ำหรือบ่อปลาน้ำลดผิดปกติ คราบชื้นขึ้นผนัง หรือมีน้ำซึมผ่านคอนกรีต มักไม่ได้จบด้วยการอุดเฉพาะจุด แต่ต้องทำระบบกันซึมให้ต่อเนื่องทั้งพื้น ผนัง มุม และรอยต่อ LANKO® 228 Superflex เป็นซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นสูง 2 ส่วนผสม เหมาะสำหรับพื้นผิวคอนกรีตและผนังฉาบ เมื่องานบ่มครบ ล้างผิว และปรับสภาพน้ำถูกต้อง จึงเป็นทางเลือกที่ใช้งานกับบ่อปลาและพื้นที่กักเก็บน้ำได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
LANKO® 228 Superflex
ซีเมนต์กันซึมยืดหยุ่นสูง 2 ส่วนผสม ประกอบด้วย Part A ผงซีเมนต์ 23 กก. และ Part B เรซิ่น 10 กก. ใช้ทาหรือฉาบเพื่อสร้างชั้นกันซึมบนคอนกรีต ผนังก่ออิฐฉาบปูน ห้องน้ำ ระเบียง ชานพัก และงานกักเก็บน้ำที่เตรียมพื้นผิวและบ่มตามระบบ
Quick Answer: สระว่ายน้ำหรือบ่อปลาน้ำซึมควรแก้อย่างไร?
ถ้าสระว่ายน้ำหรือบ่อปลาน้ำซึมจากพื้นผิวคอนกรีต ควรหยุดใช้งานชั่วคราว ระบายน้ำ ตรวจหารอยร้าว รูพรุน มุมพื้น-ผนัง และจุดรอบท่อ จากนั้นซ่อมพื้นผิวให้แข็งแรงก่อนทำระบบกันซึมด้วย LANKO® 228 Superflex อย่างน้อย 2 ชั้น ที่อัตรารวมประมาณ 3-4 กก./ตร.ม. และควบคุมความหนาให้ได้ประมาณ 2 มม. หลังงานบ่มครบจึงล้าง แช่น้ำ เปลี่ยนน้ำ และตรวจค่า pH ก่อนใช้งานจริง โดยเฉพาะบ่อปลา
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ “น้ำซึม” ไม่ได้มีสาเหตุเดียว บางงานเกิดจากรอยแตกร้าวเล็กบนผนัง บางงานเกิดจากรูพรุนในคอนกรีต บางงานรั่วที่มุมพื้นกับผนัง หรือรั่วรอบท่อสะดือสระ ท่อ overflow และท่อกรองน้ำ หากทาเฉพาะจุดที่เห็นคราบน้ำ แต่ไม่แก้จุดอ่อนของโครงสร้างและไม่ทำกันซึมต่อเนื่อง น้ำอาจย้ายไปซึมตรงจุดอื่นได้
LANKO 228 เหมาะกับงานที่ต้องการชั้นกันซึมแบบซีเมนต์ที่ยืดหยุ่นกว่าปูนกันซึมทั่วไป ใช้บนพื้นผิวคอนกรีตหรือปูนฉาบ และสามารถปิดทับด้วยกระเบื้องได้หลังทาชั้นสุดท้ายประมาณ 3-7 วันตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ จึงเข้ากับงานสระว่ายน้ำที่มักปูกระเบื้องหรือโมเสก และงานบ่อปลาคอนกรีตที่ต้องการผิวกันซึมต่อเนื่องก่อนกักเก็บน้ำ
สัญญาณว่าสระว่ายน้ำหรือบ่อปลากำลังมีปัญหาน้ำซึม
เจ้าของบ้านหลายคนเริ่มรู้ตัวว่าสระหรือบ่อมีปัญหาเมื่อระดับน้ำลดเร็ว แต่ในความจริงน้ำระเหยจากแดด ลม และระบบกรองได้เช่นกัน วิธีแยกเบื้องต้นคือสังเกตอัตราน้ำลดเทียบกับภาชนะทดสอบ หรือปิดระบบหมุนเวียนชั่วคราวเพื่อดูว่าน้ำลดต่อเนื่องหรือไม่ หากน้ำลดเร็วผิดปกติทั้งที่ไม่ได้ใช้งาน อาจมีรอยรั่วซึมในโครงสร้างหรือระบบท่อ
เติมน้ำบ่อยกว่าปกติ ทั้งที่ไม่มีการใช้งานหนักหรือไม่มีแดดจัดเป็นพิเศษ
ผนังข้างบ่อ พื้นรอบสระ หรือฝ้าใต้สระมีคราบน้ำ คราบเกลือ หรือสีพอง
มี hairline crack มุมแตกร้าว หรือพื้นผิวคอนกรีตเป็นรูพรุนใกล้แนวน้ำ
ในบ่อปลา ความเสี่ยงจะมากกว่างานสระว่ายน้ำทั่วไป เพราะระดับน้ำที่เปลี่ยนเร็วอาจกระทบอุณหภูมิ ค่า pH ความเข้มข้นของออกซิเจน และความเครียดของปลา การแก้รั่วแบบเร่งด่วนโดยใช้วัสดุไม่เหมาะสม หรือปล่อยสารตกค้างลงน้ำเร็วเกินไป อาจสร้างปัญหากับสิ่งมีชีวิตในบ่อได้ จึงควรวางแผนย้ายปลาไปบ่อพัก ระบายและทำความสะอาดบ่อ ก่อนเริ่มงานกันซึมทุกครั้ง
ข้อควรเช็กก่อนทา: ถ้ารั่วจากท่อแตก ข้อต่อหลวม หรือโครงสร้างแตกร้าวกว้าง ต้องซ่อมสาเหตุนั้นก่อน LANKO 228 เป็นชั้นกันซึม ไม่ใช่วัสดุอุดน้ำพุ่งหรือวัสดุซ่อมโครงสร้างหลัก
ทำไม LANKO 228 Superflex จึงเหมาะกับงานกันซึมสระและบ่อ?
ข้อมูลจาก Sika ระบุว่า LANKO 228 Superflex เป็นซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นสูง 2 ส่วนผสม ใช้สำหรับงานภายในและภายนอก พื้นผิวคอนกรีต และผนังก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป จุดเด่นคือป้องกันและต้านทานแรงดันน้ำ ทนรอยแตกร้าวขนาดเล็กได้ถึง 0.75 มม. และทนรังสียูวีตามขอบเขตผลิตภัณฑ์ คุณสมบัติเหล่านี้ตรงกับโจทย์สระว่ายน้ำและบ่อปลา เพราะทั้งสองงานมีน้ำสัมผัสผิวต่อเนื่องและมีมุมรอยต่อจำนวนมาก
สระว่ายน้ำมักมีวัสดุปิดผิว เช่น กระเบื้อง โมเสก หรือหินธรรมชาติ ระบบกันซึมจึงควรอยู่ใต้ผิวปิดทับและต่อเนื่องทั้งพื้น ผนัง บันได ขอบ overflow และรอบหัวจ่ายน้ำ ส่วนบ่อปลาหลายงานต้องการผิวที่เรียบ ล้างง่าย และไม่มีรูพรุนให้น้ำซึมผ่าน ชั้นกันซึมแบบซีเมนต์จึงช่วยสร้างพื้นฐานที่ดีก่อนทำผิวจบหรือก่อนกักเก็บน้ำหลังบ่มครบ
| จุดเด่น | ความหมายกับงานสระ/บ่อ | สิ่งที่ต้องทำร่วมกัน |
|---|---|---|
| ยืดหยุ่นสูง | ช่วยรับรอยแตกร้าวเล็กที่มักเกิดกับคอนกรีตและมุมรอยต่อ | รอยร้าวใหญ่ต้องซ่อมก่อน และจุดเสี่ยงควรเสริมตาข่าย |
| ต้านแรงดันน้ำ | เหมาะกับพื้นที่ที่น้ำสัมผัสผิวต่อเนื่อง เช่น ผนังและพื้นบ่อ | ต้องทาครบ 2 ชั้นและควบคุมความหนา ไม่ทาบางเกินไป |
| ใช้บนคอนกรีต/ปูนฉาบ | เข้ากับวัสดุฐานของสระว่ายน้ำและบ่อปลาคอนกรีตส่วนใหญ่ | พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน หรือผิวร่อน |
| ปูกระเบื้องทับได้ | เหมาะกับสระว่ายน้ำที่ต้องปูกระเบื้องหรือโมเสกหลังกันซึม | รอ 3-7 วันหลังชั้นสุดท้าย และเลือกกาวซีเมนต์ให้เหมาะกับงานเปียก |
อย่างไรก็ตาม งานสระและบ่อเป็นงานที่ละเอียดกว่าห้องน้ำทั่วไป เพราะมีน้ำขังตลอดเวลาและมีแรงดันน้ำต่อเนื่อง หากต้องการผลลัพธ์ระยะยาว ควรคิดเป็นระบบตั้งแต่โครงสร้าง slope พื้น รอยต่อท่อ ชั้นกันซึม วัสดุปิดทับ ยาแนว ไปจนถึงการทดสอบขังน้ำก่อนใช้งานจริง
สเปกสำคัญของ LANKO 228 Superflex ที่ควรรู้ก่อนคำนวณงาน
การเลือกวัสดุกันซึมสำหรับสระและบ่อไม่ควรดูแค่คำว่า “กันน้ำ” แต่ต้องดูตัวเลขใช้งานจริง เช่น อัตราใช้ ความหนา อายุหลังผสม และระยะเวลารอปิดทับ เพราะตัวเลขเหล่านี้มีผลต่อปริมาณสินค้า จำนวนแรงงาน และระยะเวลาปิดบ่อหรือปิดสระ
| รายการ | ข้อมูลผลิตภัณฑ์ | คำแนะนำสำหรับหน้างาน |
|---|---|---|
| ขนาดบรรจุ | ชุด 33 กก. แบ่งเป็น Part A 23 กก. และ Part B 10 กก. | ไม่ควรเติมน้ำ ซีเมนต์ หรือสารผสมเพิ่มเอง เพราะเป็นระบบ A+B |
| อัตราใช้ | 3-4 กก./ตร.ม. สำหรับ 2 ชั้น ที่ความหนา 2 มม. | คำนวณจากพื้นที่พื้น ผนัง มุม และเผื่อผิวหยาบหรือรายละเอียดรอบท่อ |
| ชั้นละอัตราใช้ | 1.5-2 กก./ตร.ม. ต่อชั้น | ทาอย่างน้อย 2 ชั้น และทาชั้นที่สองหลังชั้นแรกแห้ง 2-6 ชั่วโมง |
| ความหนา | ควรฉาบประมาณ 2 มม. และไม่ต่ำกว่า 1.5 มม. หลังแห้ง | งานบ่อควรคุมความหนาให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะมุมและผนังแนวตั้ง |
| อายุหลังผสม | ประมาณ 30 นาที ที่ 25°C | แบ่งพื้นที่และทีมงานให้เหมาะสม ผสมเท่าที่ใช้ทันในรอบนั้น |
| แรงดันน้ำ | ไม่มีน้ำซึมผ่านที่แรงดันน้ำ 1.5 บาร์ | ตัวเลขนี้เกิดจากการทดสอบ ต้องทำงานตามความหนาและการบ่มที่ถูกต้อง |
| อุณหภูมิทำงาน | +10°C ถึง +35°C | หลีกเลี่ยงแดดจัด ลมแรง และพื้นร้อน เพราะอาจทำให้แห้งเร็วเกินไป |
| รอปิดทับ | ปูกระเบื้องทับได้ภายใน 3-7 วันหลังทาชั้นสุดท้าย | งานกักเก็บน้ำควรรอให้ระบบบ่มครบและทดสอบน้ำก่อนใช้งานจริง |
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ข้อมูลสเปก อัตราใช้ และวิธีใช้งานอ้างอิงจาก หน้า LANKO® 228 Superflex ของ Sika Thailand และเอกสาร Product Data Sheet รุ่นมกราคม 2021
ออกแบบระบบกันซึมสำหรับสระว่ายน้ำและบ่อปลาให้ไม่รั่วซ้ำ
งานกันซึมที่ดีไม่ใช่การทาวัสดุให้ทั่วแล้วจบ แต่คือการปิดเส้นทางน้ำให้ครบทุกจุด สระว่ายน้ำและบ่อปลามีจุดเสี่ยงคล้ายกัน ได้แก่ มุมพื้น-ผนัง รอยต่อคอนกรีต รอบท่อ inlet/outlet รอบ floor drain ขอบ overflow รอยต่อบันได และบริเวณที่คอนกรีตมีรูพรุนหรือ honeycomb จุดเหล่านี้ควรซ่อมและทำรายละเอียดก่อนทา LANKO 228 ทั่วพื้นที่
ขัด เปิดผิว ล้างคราบ และซ่อมรูพรุนหรือรอยร้าวให้พื้นแน่นก่อนทากันซึม
ทำมุม fillet หรือบัวปูน ลดมุมฉากที่แตกร้าวง่าย และอุดรอบท่อให้เต็ม
ทาอย่างน้อย 2 ชั้น ให้ครอบคลุมพื้น ผนัง มุม และจุดเสี่ยงแบบไม่มีช่องว่าง
สำหรับสระว่ายน้ำที่ปูกระเบื้องหรือโมเสก ควรเลือกกาวซีเมนต์และยาแนวที่เหมาะกับพื้นที่เปียกถาวร เพราะหากยาแนวร้าวหรือน้ำซึมผ่านชั้นกระเบื้อง ชั้นกันซึมด้านล่างยังต้องรับน้ำต่อเนื่อง ถ้าเลือกวัสดุปิดทับไม่เหมาะ ระบบโดยรวมอาจเสื่อมเร็วกว่าที่ควร
สำหรับบ่อปลา ถ้าต้องการปล่อยผิว LANKO 228 เป็นผิวสัมผัสน้ำโดยตรง ต้องทำงานให้เรียบ ไม่ให้มีครีบแหลม เม็ดปูน หรือรอยขรุขระที่เก็บตะไคร่และทำความสะอาดยาก หลังบ่มควรล้างและแช่น้ำทิ้งหลายรอบจน pH ของน้ำอยู่ในช่วงเหมาะกับชนิดปลาที่เลี้ยง การข้ามขั้นตอนนี้อาจทำให้น้ำเป็นด่างสูงจากผิวซีเมนต์ใหม่และกระทบปลาได้
อย่าลืมทดสอบขังน้ำ: หลังระบบบ่มครบ ควรทดสอบขังน้ำก่อนปิดงานจริง หากระดับน้ำยังลดผิดปกติหรือพบคราบชื้นด้านนอก ต้องหาจุดรั่วและแก้ก่อนนำสระหรือบ่อกลับมาใช้งาน
วิธีใช้ LANKO 228 Superflex สำหรับแก้สระและบ่อน้ำซึม
ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นแนวทางสำหรับงานคอนกรีตหรือผนังฉาบที่ต้องการทำกันซึมใหม่ หากเป็นสระหรือบ่อที่ใช้งานมานาน ควรล้างตะไคร่ คราบคลอรีน คราบเกลือ และคราบอินทรีย์ออกให้หมดก่อน เพราะคราบเหล่านี้ลดการยึดเกาะของวัสดุกันซึมได้มาก
- ระบายน้ำและทำความสะอาด: ย้ายปลาและอุปกรณ์ออกจากบ่อ ระบายน้ำ ขัดล้างคราบตะไคร่ คราบมัน ฝุ่น และผิวหลุดร่อนจนถึงพื้นผิวที่แข็งแรง
- ตรวจรอยรั่วและซ่อมฐาน: ซ่อมรูพรุน รอยต่อ ฟองอากาศ และบริเวณเสียหายก่อนทา หากพื้นผิวเรียบมากควรทำให้หยาบเพื่อช่วยการยึดเกาะ
- เก็บรายละเอียดมุม: ทำมุมพื้น-ผนังให้โค้งหรือทำ fillet ซ่อมรอบท่อและ floor drain ให้แน่น จุดที่เสี่ยงร้าวควรเสริม LANKO GLASS FIBER MESH ในชั้นแรก
- พรมน้ำให้ชื้น: ก่อนทาให้พื้นผิวชื้นแบบไม่มีน้ำขัง เพื่อให้วัสดุทำงานกับผิวซีเมนต์ได้เหมาะสมและไม่ถูกดูดน้ำเร็วเกินไป
- ผสม Part A+B: เทเรซิ่น Part B ประมาณ 3/4 ส่วนลงถังสะอาด เติมผง Part A ระหว่างปั่นด้วยสว่านรอบต่ำ 300-500 รอบต่อนาที เติมเรซิ่นที่เหลือ ปั่นอีกประมาณ 3 นาที แล้วพัก 2 นาที
- ทาชั้นแรก: ใช้แปรงหรือเกรียงทา/ฉาบชั้นแรกในอัตรา 1.5-2 กก./ตร.ม. เน้นมุม รอยต่อ และรอบท่อให้ต่อเนื่อง
- ทาชั้นที่สอง: หลังชั้นแรกแห้งประมาณ 2-6 ชั่วโมง ให้ทาชั้นที่สองในทิศทางไขว้กัน อัตรา 1.5-2 กก./ตร.ม. รวมความหนาประมาณ 2 มม.
- บ่มและป้องกันผิว: ป้องกันแดดจัด ลมแรง ฝน ฝุ่น และการเหยียบย่ำช่วงแรก ห้ามพรมน้ำระหว่างชั้น และห้ามใช้สารเคมีทำความสะอาดผิวกันซึม
- รอก่อนปิดทับหรือกักน้ำ: หากปูกระเบื้อง ให้รอ 3-7 วันหลังทาชั้นสุดท้ายตามสภาพอากาศ หากเป็นบ่อปลาให้รอระบบบ่ม ล้าง แช่น้ำ และตรวจน้ำก่อนปล่อยปลา
สิ่งที่ห้ามทำ: ห้ามเติมน้ำ ซีเมนต์ หรือสารผสมเพิ่มในชุด LANKO 228, ห้ามเติมของเหลวเพิ่มเมื่อวัสดุเริ่มหนืด, ห้ามทาบางกว่าความหนาที่แนะนำ และห้ามปล่อยผิวกันซึมสัมผัสน้ำร้อนเกิน 40°C ตามข้อจำกัดในเอกสารผลิตภัณฑ์
ตัวอย่างคำนวณง่าย ๆ: หากบ่อปลามีพื้นที่รวมพื้นและผนัง 20 ตร.ม. ใช้อัตรา 3-4 กก./ตร.ม. จะต้องใช้วัสดุประมาณ 60-80 กก. หรือประมาณ 2-3 ชุด ทั้งนี้ควรเผื่อวัสดุสำหรับมุม รอยต่อ ผิวหยาบ และการเสริมตาข่ายในจุดเสี่ยง เพราะงานบ่อมักมีรายละเอียดมากกว่าพื้นเรียบทั่วไป
ปลอดภัย ไม่เป็นพิษต่อปลา ต้องทำงานและเตรียมน้ำอย่างไร?
คำว่า “ปลอดภัย” สำหรับบ่อปลาไม่ควรหมายถึงทาเสร็จแล้วเติมน้ำปล่อยปลาทันที แต่ควรหมายถึงวัสดุถูกผสมตามระบบ บ่มครบ ล้างผิวจนไม่มีฝุ่นหรือสารตกค้าง และปรับสภาพน้ำจนเหมาะกับปลาเสียก่อน LANKO 228 เป็นวัสดุซีเมนต์ผสมเรซิ่น เมื่อยังสดหรือยังบ่มไม่ครบ ผิวซีเมนต์ใหม่อาจทำให้น้ำมีความเป็นด่างสูง จึงต้องให้เวลาระบบแข็งตัวและล้าง/แช่น้ำก่อนใช้งานจริง
แนวทางสำหรับบ่อปลาคือ หลังงานกันซึมแห้งและบ่มครบ ให้ล้างผิวด้วยน้ำสะอาด แช่น้ำทิ้งไว้แล้วถ่ายน้ำออก ทำซ้ำจนค่าความเป็นกรด-ด่างของน้ำอยู่ในช่วงเหมาะสมกับชนิดปลา เช่น ปลาคาร์พ ปลาทอง หรือปลาเลี้ยงทั่วไป และไม่มีคราบผงซีเมนต์ตกค้าง ก่อนปล่อยปลากลับควรทดสอบน้ำ ตรวจ pH คลอรีน แอมโมเนีย และอุณหภูมิ เพื่อไม่ให้ปลาเครียดจากสภาพน้ำเปลี่ยนเร็ว
| ขั้นตอนหลังทากันซึม | จุดประสงค์ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| บ่มให้ครบ | ให้ฟิล์มกันซึมแข็งแรงและลดสารตกค้างจากวัสดุสด | อย่าเติมน้ำหรือขัดผิวแรงก่อนวัสดุพร้อม |
| ล้างผิวด้วยน้ำสะอาด | ชะล้างฝุ่นปูน คราบผิว และเศษวัสดุที่อาจหลุดลงน้ำ | ห้ามใช้สารเคมีทำความสะอาดตามข้อจำกัดผลิตภัณฑ์ |
| แช่น้ำและเปลี่ยนน้ำ | ช่วยลดความเป็นด่างจากผิวซีเมนต์ใหม่ก่อนเลี้ยงปลา | ควรวัด pH ไม่ใช้การเดาด้วยสีหรือลักษณะน้ำอย่างเดียว |
| ทดสอบระบบกรอง | เช็กการหมุนเวียน ออกซิเจน และการรั่วซึมก่อนมีปลาในบ่อ | หากน้ำลดผิดปกติ ต้องแก้รั่วก่อนปล่อยปลา |
| ปล่อยปลาแบบค่อยเป็นค่อยไป | ลดความเครียดจากค่า pH และอุณหภูมิที่ต่างจากบ่อพัก | อย่าปล่อยปลาเต็มบ่อทันทีหากยังไม่มั่นใจคุณภาพน้ำ |
สรุปเรื่องความปลอดภัย: LANKO 228 สามารถใช้ในงานบ่อได้เมื่อทำตามระบบ แต่สำหรับบ่อปลาต้องให้ความสำคัญกับการบ่ม ล้าง แช่น้ำ เปลี่ยนน้ำ และตรวจคุณภาพน้ำก่อนปล่อยปลาเสมอ เพื่อให้ “ปลอดภัย ไม่เป็นพิษ” ในการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ทาวัสดุแล้วจบ
สรุป: แก้น้ำซึมในสระและบ่อปลา ต้องแก้เป็นระบบ ไม่ใช่อุดเฉพาะจุด
LANKO 228 Superflex เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับงานสระว่ายน้ำและบ่อปลาคอนกรีตที่ต้องการชั้นกันซึมแบบยืดหยุ่น ใช้งานกับพื้นผิวคอนกรีตและปูนฉาบได้ดี มีข้อมูลสเปกชัดเจน เช่น อัตราใช้ 3-4 กก./ตร.ม. สำหรับ 2 ชั้น ความหนาประมาณ 2 มม. อายุหลังผสมประมาณ 30 นาที และปูกระเบื้องทับได้หลังทาชั้นสุดท้ายประมาณ 3-7 วัน ข้อดีเหล่านี้ช่วยให้วางแผนงานซ่อมสระและบ่อได้เป็นขั้นตอน
แต่ผลลัพธ์ระยะยาวยังขึ้นกับการเตรียมพื้นผิว การซ่อมรอยร้าว การเก็บมุมและรอบท่อ การควบคุมความหนา การเสริมตาข่ายในจุดเสี่ยง และการทดสอบขังน้ำก่อนใช้งานจริง โดยเฉพาะบ่อปลา ต้องไม่รีบปล่อยปลาเข้าบ่อทันทีหลังทา ควรบ่ม ล้าง แช่น้ำ เปลี่ยนน้ำ และตรวจค่า pH ให้เหมาะสมก่อน เพื่อให้ระบบกันซึมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยกับปลาในระยะยาว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: บทความนี้อิงข้อมูลจากเอกสารผลิตภัณฑ์ LANKO 228 SUPERFLEX และหน้า LANKO® 228 Superflex บนเว็บไซต์ Sika Thailand ควรตรวจเอกสารฉบับล่าสุดและประเมินหน้างานจริงก่อนใช้งานทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
LANKO 228 Superflex ใช้กับบ่อปลาได้ไหม?
ใช้กับบ่อคอนกรีตได้เมื่อเตรียมพื้นผิวและทำงานตามระบบ แต่ต้องบ่มให้ครบ ล้างผิว แช่น้ำ เปลี่ยนน้ำ และตรวจค่า pH/คุณภาพน้ำก่อนปล่อยปลา เพราะผิวซีเมนต์ใหม่อาจทำให้น้ำเป็นด่างในช่วงแรก
LANKO 228 Superflex ใช้กับสระว่ายน้ำได้ไหม?
ใช้เป็นชั้นกันซึมบนคอนกรีตหรือผนังฉาบก่อนปูกระเบื้องหรือโมเสกได้ โดยต้องทาอย่างน้อย 2 ชั้น ควบคุมความหนา และเก็บรายละเอียดมุม รอยต่อ และรอบท่อให้ครบก่อนทดสอบขังน้ำ
บ่อปลาน้ำซึมต้องทาเฉพาะจุดรั่วหรือทั้งบ่อ?
ถ้ารั่วเฉพาะรอยต่อหรือรอยร้าวเล็กอาจซ่อมเฉพาะจุดได้ แต่บ่อที่น้ำซึมหลายตำแหน่ง ผิวพรุน หรือผ่านการใช้งานนาน ควรทำระบบกันซึมต่อเนื่องทั้งพื้น ผนัง และมุม เพื่อลดโอกาสรั่วซ้ำจากจุดอื่น
ต้องทา LANKO 228 กี่ชั้น?
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุให้ทาอย่างน้อย 2 ชั้น อัตราชั้นละประมาณ 1.5-2 กก./ตร.ม. รวม 3-4 กก./ตร.ม. ที่ความหนาประมาณ 2 มม. และความหนาหลังแห้งไม่ควรต่ำกว่า 1.5 มม.
หลังทาแล้วเติมน้ำได้เมื่อไหร่?
ต้องรอให้ชั้นกันซึมบ่มและแห้งตามสภาพหน้างานก่อน สำหรับงานปูกระเบื้อง ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าปูกระเบื้องทับได้ภายในประมาณ 3-7 วันหลังชั้นสุดท้าย ส่วนบ่อปลาควรเพิ่มขั้นตอนล้าง แช่น้ำ เปลี่ยนน้ำ และตรวจ pH ก่อนใช้งานจริง
LANKO 228 ปลอดภัย ไม่เป็นพิษต่อปลาจริงไหม?
ควรเข้าใจแบบมีเงื่อนไข: เมื่อวัสดุผสมถูกต้อง บ่มครบ ล้างสะอาด แช่น้ำและเปลี่ยนน้ำจนค่า pH เหมาะสม จึงใช้งานกับบ่อปลาได้อย่างปลอดภัยขึ้น ไม่ควรปล่อยปลาในบ่อทันทีหลังทาเสร็จหรือขณะวัสดุยังบ่มไม่ครบ
ต้องใช้ตาข่ายเสริมแรงหรือไม่?
จุดที่มีโอกาสแตกร้าว เช่น มุมพื้น-ผนัง รอยต่อโครงสร้าง รอบท่อ หรือพื้นที่เคยมีรอยร้าว ควรใช้ LANKO GLASS FIBER MESH ร่วมกับชั้นแรกเพื่อช่วยเสริมความต่อเนื่องของชั้นกันซึม
หนึ่งชุด LANKO 228 ทาได้กี่ตารางเมตร?
หนึ่งชุด 33 กก. หากใช้อัตรา 3-4 กก./ตร.ม. สำหรับ 2 ชั้น จะครอบคลุมโดยประมาณ 8-11 ตร.ม. ขึ้นกับความเรียบของพื้นผิว ความหนาที่ทำจริง และรายละเอียดมุมหรือรอยต่อที่ต้องเผื่อวัสดุเพิ่ม
ใช้กับดาดฟ้าหรือหลังคาแทนได้ไหม?
ไม่ควรใช้แทนระบบกันซึมดาดฟ้าหรือหลังคาแบบปล่อยเปลือย เพราะเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุข้อยกเว้นสำหรับดาดฟ้าและหลังคา หากเป็นงานโดนแดด ฝน และน้ำขังกลางแจ้ง ควรเลือกกันซึมหลังคาที่ออกแบบเฉพาะ
ซื้อ LANKO 228 Superflex ได้ที่ไหน?
สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่หน้า LANKO 228 Superflex ของ GY Asia หรือติดต่อ LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ทีมงานช่วยคำนวณจำนวนชุดจากพื้นที่จริง
