รีวิว SikaGrout 214-11 TH ปูนเกร้าท์ฐานเครื่องจักรกำลังสูง
HIGH-STRENGTH MACHINE BASE GROUT

รีวิว SikaGrout®-214-11 TH: ปูนเกร้าท์รับกำลังอัดสูง จบทุกงานเทฐานเครื่องจักร

งานเทใต้ฐานเครื่องจักรไม่ได้จบแค่เลือกปูนที่ “แข็งมาก” เพราะวัสดุต้องไหลเข้าเต็มใต้เพลท ไม่เยิ้มน้ำ ไม่ทิ้งโพรง และถ่ายแรงจากเครื่องจักรลงสู่ฐานคอนกรีตได้สม่ำเสมอ บทความนี้รีวิว SikaGrout®-214-11 TH ปูนเกร้าท์ไม่หดตัวกำลังอัดสูง พร้อมเจาะตัวเลขจริง วิธีผสม วิธีเท และข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนเริ่มงาน

ไม่หดตัวตาม ASTM C1107 กำลังอัดสูงสุด ~800 kgf/cm² ช่องว่าง 10-70 มม. ทนแรงกระแทกและการสั่นสะเทือน
3.5 ลิตรน้ำต่อถุง 25 กก. สำหรับ J rote ราว 10 วินาที
~800kgf/cm² ที่ 28 วัน เมื่อใช้น้ำ 13%
75 ถุงปริมาณโดยประมาณต่อมอร์ต้า 1 ลบ.ม.
SikaGrout 214-11 TH ปูนเกร้าท์รับกำลังอัดสูงสำหรับฐานเครื่องจักร 25 กิโลกรัม

SikaGrout®-214-11 TH

ซีเมนต์มอร์ต้าพิเศษผสมเสร็จชนิดไม่หดตัว ไหลปรับระดับได้เอง และให้กำลังอัดสูง พัฒนาระยะเวลาทำงานให้เหมาะกับอุณหภูมิท้องถิ่น ใช้กับฐานเครื่องจักร ใต้แผ่นเพลท งานฝังสลัก ฐานเสา ฐานรองคานสะพาน และการเติมโพรง

Quick Answer: SikaGrout 214-11 TH ดีไหมสำหรับฐานเครื่องจักร?

คำตอบสั้น

SikaGrout®-214-11 TH เหมาะมากกับงานเกร้าท์ฐานเครื่องจักร เมื่อช่องว่างอยู่ประมาณ 10-70 มม. และหน้างานต้องการวัสดุไหลตัวดี ไม่เยิ้มน้ำ ไม่หดตัว และพัฒนากำลังอัดสูง เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุกำลังอัดที่ 28 วันประมาณ 750-800 kgf/cm² ตามปริมาณน้ำที่ใช้ พร้อมคุณสมบัติทนแรงกระแทกและการสั่นสะเทือน

แต่คำว่า “จบทุกงาน” ต้องตีความให้ถูก ผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นกับตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ฐานคอนกรีตต้องแข็งแรง ผิวต้องสะอาด แบบหล่อต้องไม่รั่ว รูสลักต้องไม่มีน้ำขัง และต้องเทอย่างต่อเนื่องจากทิศทางที่ควบคุมการไหลได้ หากเตรียมงานไม่ดี ปูนเกร้าท์กำลังสูงก็ยังเกิดโพรง อากาศค้าง แบบแตก หรือกำลังจริงต่ำกว่าที่คาดได้

จุดที่รุ่นนี้โดดเด่นคือเป็นวัสดุผสมเสร็จพร้อมใช้ จึงลดความแปรปรวนจากการผสมปูนซีเมนต์ ทราย และสารเพิ่มเองที่หน้างาน ผู้ใช้งานควบคุมหลัก ๆ ที่ปริมาณน้ำ เวลาและรอบการผสม สภาพพื้นผิว และจังหวะการเท ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องการคุณภาพซ้ำได้ตั้งแต่ฐานเครื่องจักรขนาดเล็กไปจนถึงงานเทปริมาณมาก

รีวิวภาพรวม SikaGrout 214-11 TH: จุดแข็งอยู่ตรงไหน?

SikaGrout®-214-11 TH เป็นซีเมนต์มอร์ต้าชนิดพิเศษผสมเสร็จ สีเทา บรรจุถุงละ 25 กก. ออกแบบให้ไม่หดตัวและไหลปรับระดับผิวหน้าได้เอง ผู้ผลิตระบุว่าได้ปรับระยะเวลาการทำงานให้เหมาะกับอุณหภูมิในสภาพแวดล้อมท้องถิ่น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับงานในประเทศไทย เพราะอากาศร้อนทำให้มอร์ต้าหลายชนิดสูญเสียความสามารถในการไหลเร็วกว่าที่ทีมงานวางแผนไว้

เมื่อมองในฐานะวัสดุสำหรับงานฐานเครื่องจักร รุ่นนี้มีองค์ประกอบที่หน้างานต้องการค่อนข้างครบ ทั้งการไหลตัวดี การคงรูปร่าง ไม่มีน้ำเยิ้ม กำลังอัดสูง ปรับความข้นเหลวได้ และทนแรงกระแทกหรือการสั่นสะเทือน คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้วัสดุทำหน้าที่เป็นชั้นถ่ายแรงระหว่างฐานโลหะกับคอนกรีตได้ดีกว่าปูนซีเมนต์ผสมเองที่ไม่มีการควบคุมสูตรเฉพาะสำหรับงานเกร้าท์

ไหลเข้าใต้เพลทได้ดี

เลือกความข้นเหลวได้ภายในช่วงน้ำที่กำหนด ช่วยให้มอร์ต้าเคลื่อนผ่านช่องแคบและรอบสลักได้ง่ายขึ้น

กำลังอัดสูง

ค่าทดสอบที่ 28 วันอยู่ราว 750-800 kgf/cm² ตามปริมาณน้ำ 14% หรือ 13% ที่อุณหภูมิ 28°C

ควบคุมการหดตัว

การไม่หดตัวเป็นไปตาม ASTM C1107 ช่วยรักษาการสัมผัสใต้ฐานเมื่อใช้งานและบ่มอย่างถูกต้อง

ไม่มีน้ำเยิ้ม

ค่าการเยิ้มเท่ากับ 0 ตาม ASTM C232 ลดความเสี่ยงชั้นน้ำหรือเนื้อวัสดุไม่สม่ำเสมอ

พร้อมใช้งาน

ไม่ต้องกะทรายหรือสารผสมเพิ่มสำหรับงานทั่วไป เพียงตวงน้ำและผสมตามเอกสารผลิตภัณฑ์

ใช้กับงานปริมาณมาก

ออกแบบมาสำหรับการเทต่อเนื่อง แต่ต้องเตรียมทีม เครื่องผสม วัสดุ และแบบหล่อให้รองรับจังหวะงานจริง

ในมุมรีวิว จุดที่ต้องชื่นชมคือเอกสารให้ข้อมูลทั้งกำลังอัดที่ปริมาณน้ำสองระดับ การไหล เวลาแข็งตัว และวิธีเทฐานเครื่องจักรอย่างชัดเจน ทำให้วิศวกร ผู้รับเหมา และทีมควบคุมคุณภาพกำหนดวิธีทำงานได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งหมดเป็นผลทดสอบในห้องทดลอง สภาพหน้างานจริงยังขึ้นกับอุณหภูมิ ความชื้น การตวงน้ำ การบ่ม และคุณภาพของพื้นเดิม

ทำไมการเทฐานเครื่องจักรจึงต้องใช้ปูนเกร้าท์เฉพาะทาง?

หลังติดตั้งและปรับระดับเครื่องจักร มักเกิดช่องว่างระหว่างฐานหรือแผ่นเพลทกับคอนกรีตด้านล่าง ช่องนี้ต้องถูกเติมเต็มเพื่อสร้างพื้นที่สัมผัสและถ่ายแรงลงสู่ฐาน หากใช้ปูนที่ข้นเกินไป วัสดุอาจเข้าไม่ถึงกลางเพลทหรือบริเวณรอบสลัก หากใช้ส่วนผสมที่มีน้ำมากเกินไป อาจเกิดการเยิ้ม แยกตัว หดตัว หรือเหลือโพรงหลังแข็ง

โพรงใต้ฐานไม่ใช่เพียงตำหนิด้านความเรียบร้อย แต่ทำให้พื้นที่รับแรงจริงลดลง เกิดแรงกดกระจุกเป็นบางจุด และเพิ่มโอกาสที่ฐานจะตอบสนองต่อแรงสั่นสะเทือนอย่างไม่สม่ำเสมอ เมื่อใช้งานต่อเนื่องอาจส่งผลต่อระดับเครื่องจักร สลักยึด รอยต่อ หรือชิ้นส่วนที่ต้องการความเที่ยงตรงสูง ดังนั้นมอร์ต้าที่ใช้ต้องไหลเต็มพื้นที่และรักษาปริมาตรหลังแข็งตัว

สิ่งที่ฐานเครื่องจักรต้องการปัญหาหากควบคุมไม่ได้บทบาทของ SikaGrout 214-11 TH
สัมผัสเต็มใต้เพลทเกิดโพรงและจุดรับแรงเฉพาะตำแหน่งมีความเหลวและไหลตัวดีเมื่อผสมตามสัดส่วน
กำลังอัดสูงชั้นเกร้าท์เสียรูปหรือแตกร้าวจากแรงกดกำลังอัด 28 วันประมาณ 750-800 kgf/cm²
ไม่หดตัวเกิดช่องแยกระหว่างเกร้าท์กับเพลทไม่หดตัวตามมาตรฐาน ASTM C1107
ไม่มีน้ำเยิ้มส่วนผสมไม่สม่ำเสมอและเกิดชั้นน้ำใต้ฐานค่าการเยิ้ม 0 ตาม ASTM C232
เทได้ต่อเนื่องเกิดรอยต่อเย็นหรืออากาศถูกกักกลางฐานออกแบบสำหรับงานเทปริมาณมากและปรับความข้นเหลวได้

อย่างไรก็ดี ปูนเกร้าท์ไม่ได้แก้ความผิดพลาดด้านโครงสร้างหรือการติดตั้งทั้งหมด หากฐานคอนกรีตแตกร้าว มีกำลังไม่พอ สลักผิดตำแหน่ง แบบรับแรงดันไม่ได้ หรือเครื่องจักรตั้งระดับไม่ถูกต้อง ต้องแก้สาเหตุเหล่านั้นก่อน การเทเกร้าท์เป็นขั้นตอนเชื่อมต่อและถ่ายแรง ไม่ใช่วิธีซ่อนข้อบกพร่องของฐานเดิม

สเปก SikaGrout 214-11 TH: กำลังอัด การไหล และเวลาแข็งตัว

รายการทดสอบปริมาณน้ำ 13%ปริมาณน้ำ 14%เงื่อนไข/มาตรฐาน
กำลังอัด 1 วันประมาณ 350 kgf/cm²ประมาณ 300 kgf/cm²ASTM C109 ที่ 28°C ในห้องทดลอง
กำลังอัด 7 วันประมาณ 600 kgf/cm²ประมาณ 550 kgf/cm²
กำลังอัด 28 วันประมาณ 800 kgf/cm²ประมาณ 750 kgf/cm²
ความสามารถในการไหลJ rote น้อยกว่า 15 วินาทีJ rote น้อยกว่า 10 วินาทีทดสอบที่ 28°C
แข็งตัวช่วงต้นประมาณ 4 ชั่วโมงประมาณ 5 ชั่วโมงASTM C807 ที่ 28°C ในห้องทดลอง
แข็งตัวช่วงปลายประมาณ 7 ชั่วโมงประมาณ 8 ชั่วโมง
การเยิ้ม0ASTM C232
ขนาดบรรจุ25 กก. / ถุงผงซีเมนต์สีเทา
อายุผลิตภัณฑ์9 เดือนนับจากวันที่ผลิตเมื่อเก็บอย่างถูกวิธี

กำลังอัดประมาณ 800 kgf/cm² เทียบได้คร่าว ๆ ราว 78 MPa ส่วน 750 kgf/cm² อยู่ราว 74 MPa จึงถือว่าสูงสำหรับมอร์ต้างานเกร้าท์ซีเมนต์ทั่วไป แต่การนำค่าเหล่านี้ไปกำหนดวันรับน้ำหนักจริงต้องอ้างอิงแบบ วิศวกรผู้ออกแบบ และสภาพการบ่ม ไม่ควรดูเพียงว่าผิวแข็งหรือครบเวลาแข็งตัวช่วงปลายแล้วเริ่มเดินเครื่องทันที

อ่านตัวเลขให้ถูก: เวลาแข็งตัวประมาณ 4-8 ชั่วโมงไม่ใช่เวลาอนุญาตให้ฐานรับน้ำหนักเต็ม และกำลังอัดในห้องทดลองไม่ใช่ค่ารับประกันหน้างานทุกกรณี การเปิดใช้งานต้องพิจารณากำลังที่ต้องการจริง อุณหภูมิ วิธีบ่ม ความหนา และข้อกำหนดของโครงการร่วมกัน

เอกสารยังระบุว่าหากทำงานในอุณหภูมิต่ำกว่า 20°C ระยะเวลาก่อตัวและการพัฒนากำลังอัดจะช้ากว่าที่กำหนด ขณะที่สภาพร้อน แดดจัด หรือลมแรงอาจทำให้ผิวสูญเสียน้ำเร็วและลดเวลาทำงาน จึงควรวางแผนช่วงเวลาเทและการป้องกันพื้นที่ให้เหมาะสมแทนการพยายามแก้ด้วยการเติมน้ำเกินสเปก

อัตราส่วนผสมน้ำ: อยากให้ไหลดี ไม่ได้แปลว่าเติมน้ำได้เรื่อย ๆ

สำหรับความข้นเหลวที่ให้ค่า J rote ประมาณ 10 วินาที เอกสารแนะนำให้ใช้น้ำสะอาดประมาณ 3.5 ลิตรต่อ SikaGrout 214-11 TH หนึ่งถุง 25 กก. หรือประมาณ 14% ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์ แล้วผสมด้วยเครื่องกวนรอบต่ำไม่เกิน 500 รอบต่อนาทีประมาณ 3 นาทีจนเนื้อเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน

ตารางทดสอบแสดงความสัมพันธ์ที่ชัดเจน: น้ำ 14% ทำให้วัสดุไหลเร็วกว่า แต่กำลังอัดที่ทดสอบได้ต่ำกว่าส่วนผสมน้ำ 13% เล็กน้อยทั้งที่ 1 วัน 7 วัน และ 28 วัน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการเติมน้ำเพิ่มเพื่อให้ทำงานง่ายจึงไม่ใช่ทางลัดที่ปลอดภัย น้ำส่วนเกินสามารถเปลี่ยนอัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ เพิ่มรูพรุน และทำให้คุณสมบัติจริงออกห่างจากค่าที่ออกแบบไว้

ตวงน้ำทุกถุง

ใช้ภาชนะมาตรฐานหรือเครื่องตวง ไม่กะด้วยสายตา และให้ทุกชุดใช้วิธีเดียวกัน

ใช้เครื่องกวนรอบต่ำ

รอบไม่เกิน 500 รอบต่อนาทีช่วยผสมให้สม่ำเสมอโดยลดการดึงอากาศเข้าเนื้อเกร้าท์

ผสมประมาณ 3 นาที

ผสมจนเนียนและไม่มีผงแห้ง ไม่ควรหยุดนานหรือเติมน้ำซ้ำหลังวัสดุเริ่มก่อตัว

หากเกร้าท์ไหลไม่ถึงกลางฐานทั้งที่ตวงน้ำถูกต้อง ควรย้อนตรวจช่องเท หัวแรงดัน ความยาวทางไหล สิ่งกีดขวาง รูระบายอากาศ อุณหภูมิ และความต่อเนื่องของทีมงานก่อน ไม่ควรแก้ทุกปัญหาด้วยน้ำ เพราะหลายครั้งสาเหตุจริงอยู่ที่แบบหล่อหรือแผนการเท

SikaGrout 214-11 TH เหมาะกับงานอะไรบ้าง?

แม้บทความนี้เน้นงานฐานเครื่องจักร แต่ผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบให้ใช้กับงานเกร้าท์โครงสร้างหลายรูปแบบ จุดร่วมคือเป็นพื้นที่ที่ต้องเติมช่องว่างภายในแบบหรือใต้ชิ้นส่วน ต้องการการไหลตัว กำลังอัดสูง และการควบคุมการหดตัว ไม่ใช่งานฉาบแต่งหรือซ่อมผิวเปิดทั่วไป

ประเภทงานเหตุผลที่เหมาะจุดควบคุมสำคัญ
ฐานเครื่องจักรต้องการไหลเต็มใต้ฐาน รับแรงกด และทนแรงสั่นสะเทือนเกร้าท์รูสลักก่อนและรักษาการไหลต่อเนื่อง
ใต้แผ่นเพลทฐานเสาช่วยสร้างพื้นที่สัมผัสสม่ำเสมอระหว่างเพลทกับคอนกรีตทำแบบไม่รั่วและมีช่องระบายอากาศ
ฐานเสาเหล็กหรือเสาคอนกรีตสำเร็จรูปเติมช่องว่างรอบฐานและถ่ายแรงตามรายละเอียดโครงสร้างตรวจระดับ ความหนา และความแข็งแรงของฐานเดิม
งานฝังยึดสลักเติมรอบ Anchor Bolt ด้วยมอร์ต้ากำลังสูงระยะเฉลี่ยจากสลักถึงคอนกรีตรอบข้างไม่ต่ำกว่า 10 มม.
ฐานรองคานสะพานต้องการวัสดุเกร้าท์กำลังสูงและสัมผัสเต็มพื้นที่ทำตามแบบและข้อกำหนดวิศวกรอย่างเคร่งครัด
รูโพรง ช่องว่าง และรอยยุบเหมาะกับการเติมปริมาตรภายในพื้นที่กักรูปโพรงขนาดใหญ่ต้องประเมินการเติมมวลรวม

สำหรับโพรงหรือช่องขนาดใหญ่ เอกสารระบุว่าสามารถผสมวัสดุมวลรวมขนาด 4-8 มม., 8-16 มม. หรือ 16-32 มม. ในอัตรา 50-100% ตามปริมาตรหรือขนาดโพรง โดยมวลรวมทรงกลมมนเหมาะกว่าชนิดบดหยาบ อย่างไรก็ตาม การปรับส่วนผสมลักษณะนี้ควรให้วิศวกรหรือฝ่ายเทคนิคกำหนด เพราะมีผลต่อการไหล การอัดแน่น และปริมาณเกร้าท์ที่ต้องใช้

ก่อนเทฐานเครื่องจักร ต้องวางแผนอะไรให้จบในครั้งเดียว?

งานเกร้าท์มักเสียหายจาก “จังหวะงาน” มากกว่าจากตัววัสดุ ทีมงานจึงควรทำแผนเทก่อนเปิดถุง ตั้งแต่ปริมาตร จำนวนถุง น้ำสะอาด เครื่องผสม เส้นทางลำเลียง ช่องเท ไปจนถึงคนเฝ้าแบบ การหยุดผสมนานเพียงช่วงหนึ่งอาจทำให้วัสดุชุดแรกสูญเสียการไหลและเกิดรอยต่อภายในที่มองไม่เห็น

  1. สำรวจฐานและเครื่องจักร: วัดพื้นที่ ความหนา รูสลัก ช่องกีดขวาง และระยะทางไหลจริง ตรวจว่าช่องว่างอยู่ในช่วง 10-70 มม.
  2. คำนวณปริมาตร: รวมพื้นที่ใต้เพลท รูสลัก ร่อง และส่วนเผื่อสูญเสีย อย่าคำนวณจากกรอบนอกเพียงอย่างเดียว
  3. กำหนดด้านเท: เลือกเทจากด้านเดียวและเตรียมด้านตรงข้ามเป็นทางออกของอากาศ เพื่อลดการกักอากาศกลางฐาน
  4. ออกแบบแบบหล่อ: แบบต้องแข็งแรง ไม่รั่ว และมีช่องเทสูงพอสร้างหัวแรงดันสม่ำเสมอ
  5. เตรียมเครื่องมือสำรอง: งานปริมาณมากควรมีเครื่องผสม ไฟฟ้า ภาชนะตวง และอุปกรณ์ลำเลียงสำรอง
  6. แบ่งหน้าที่ทีม: แยกคนตวงน้ำ ผสม ลำเลียง เท ตรวจอากาศ และเฝ้ารอยรั่ว เพื่อรักษารอบงานต่อเนื่อง
  7. เตรียมแผนบ่ม: วางวัสดุบ่ม น้ำ หรือวิธีป้องกันผิวให้พร้อมก่อนเท ไม่รอให้ผิวเริ่มแห้งแล้วค่อยหาอุปกรณ์

ความเสี่ยงที่ต้องเลี่ยง: วัสดุหมดกลางงาน แบบรั่ว ตวงน้ำไม่เท่ากัน เทจากหลายด้านจนกักอากาศ ใช้เครื่องกวนรอบสูง และหยุดเทนาน ล้วนทำให้คุณภาพใต้เพลทไม่ต่อเนื่องแม้ภายนอกดูเรียบร้อย

สำหรับฐานยาว เอกสารอนุญาตให้ใช้โซ่หรือสายเคเบิลช่วยให้แน่ใจว่าเกร้าท์เข้าเต็มโพรงได้ แต่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและไม่กวนจนดึงอากาศเพิ่ม จุดประสงค์คือช่วยพาวัสดุผ่านใต้เพลท ไม่ใช่ใช้แทนการออกแบบช่องเทและแรงดันที่เหมาะสม

วิธีผสมและเท SikaGrout 214-11 TH ใต้ฐานเครื่องจักร

1. ตรวจความแข็งแรงและทำความสะอาดพื้น

ผิวคอนกรีตต้องมีเนื้อแน่น สะอาด ปราศจากฝุ่น เศษหลุดร่อน คราบน้ำมัน จาระบี น้ำยาบ่ม และเศษซีเมนต์ที่ลดการยึดเกาะ ส่วนแผ่นเหล็กและผิวโลหะต้องไม่มีสนิม น้ำมัน หรือจาระบี หากพื้นเดิมอ่อน ร่วน หรือแตกร้าว ควรซ่อมและให้วิศวกรประเมินก่อนเทเกร้าท์

2. ทำพื้นให้อิ่มตัวแต่ไม่มีน้ำขัง

สำหรับงานใต้แผ่นเหล็ก ให้พรมน้ำจนพื้นเปียกชื้นและอิ่มตัวก่อนเทประมาณ 24 ชั่วโมง จากนั้นกำจัดน้ำส่วนเกินออกทั้งหมด โดยเฉพาะในรูสลัก พื้นที่ถูกต้องควรมีสภาพชื้นอิ่มตัวแต่ไม่มีแอ่งน้ำ เพราะน้ำขังจะเจือจางส่วนผสมบริเวณสัมผัสและทำให้คุณสมบัติไม่สม่ำเสมอ

3. ทำแบบหล่อและตรวจรอยรั่ว

แบบต้องรับแรงดันของเกร้าท์เหลวได้ มีด้านเทที่ช่วยรักษาหัวแรงดันและมีช่องให้อากาศออกอีกด้านหนึ่ง ปิดรอยต่อทุกจุดก่อนเริ่มงาน เพราะเมื่อวัสดุเริ่มรั่ว ทั้งปริมาตรและแรงดันจะลดลงอย่างรวดเร็ว การหยุดเทเพื่อซ่อมแบบยังเพิ่มความเสี่ยงเกิดรอยต่อเย็น

4. เกร้าท์รูสลักก่อน

เอกสารแนะนำให้ทำการเกร้าท์บริเวณรู Anchor Bolt เป็นลำดับแรก แล้วจึงเกร้าท์ส่วนฐานเครื่องจักร ระยะห่างเฉลี่ยระหว่างสลักกับผิวคอนกรีตรอบข้างไม่ควรต่ำกว่า 10 มม. ตรวจให้แน่ใจว่ารูสลักไม่มีน้ำขังและไม่มีสิ่งสกปรกกีดขวางการไหล

5. ตวงน้ำและผสมด้วยรอบต่ำ

ใส่น้ำสะอาดที่ตวงไว้ในภาชนะผสม แล้วค่อยเติม SikaGrout 214-11 TH สำหรับความข้นเหลว J rote ราว 10 วินาที ใช้น้ำประมาณ 3.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. ผสมด้วยเครื่องกวนรอบต่ำไม่เกิน 500 รอบต่อนาทีประมาณ 3 นาที หรือจนเนื้อเนียนสม่ำเสมอ ห้ามเติมน้ำมากกว่าที่แนะนำและห้ามเติมน้ำซ้ำเมื่อวัสดุเริ่มก่อตัว

6. เทจากด้านเดียวอย่างต่อเนื่อง

นำเกร้าท์ที่ผสมแล้วเข้าแบบทันที เทจากด้านที่กำหนดและรักษาหัวแรงดันให้คงที่ ปล่อยให้วัสดุไหลผลักอากาศออกไปอีกด้าน ไม่ควรเทสวนกันหลายทิศเพราะอาจล้อมอากาศไว้กลางฐาน สังเกตวัสดุที่ออกจากช่องตรงข้ามและตรวจมุมอับอย่างต่อเนื่อง

7. บ่มและป้องกันผิว

เอกสารแนะนำให้บ่มผิวคอนกรีตอย่างน้อย 3 วัน พร้อมหลีกเลี่ยงแสงแดดหรือลมแรงโดยตรง การบ่มช่วยลดการสูญเสียน้ำเร็วและสนับสนุนการพัฒนากำลัง โดยเฉพาะขอบเกร้าท์ที่สัมผัสอากาศ หลังงานเสร็จให้ล้างเครื่องมือด้วยน้ำสะอาดทันที ก่อนวัสดุแข็งติดอุปกรณ์

หลักจำง่ายสำหรับหน้างาน: พื้นแน่นและสะอาด — อิ่มน้ำแต่ไม่ขัง — ตวงน้ำทุกชุด — ผสมรอบต่ำ — เทด้านเดียวต่อเนื่อง — ไล่อากาศ — บ่มอย่างน้อย 3 วัน

คำนวณ SikaGrout 214-11 TH ใช้กี่ถุง?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุค่าประมาณสำหรับวางแผนไว้สองรูปแบบ ได้แก่ มอร์ต้า 1 ลิตรใช้ผง SikaGrout 214-11 TH ประมาณ 2 กก. และมอร์ต้า 1 ลูกบาศก์เมตรใช้ประมาณ 75 ถุงขนาด 25 กก. พร้อมน้ำรวมประมาณ 260 ลิตร สำหรับการสั่งวัสดุหน้างาน ควรยึดค่าประมาณ 75 ถุงต่อลูกบาศก์เมตรเป็นหลัก แล้วบวกส่วนเผื่อตามรายละเอียดฐานและการสูญเสียจริง

สูตรประมาณการเบื้องต้น

ปริมาตรเกร้าท์ (ลิตร) = ความยาว (เมตร) × ความกว้าง (เมตร) × ความหนา (มิลลิเมตร)
จากนั้นคูณด้วย 75 และหาร 1,000 เพื่อประมาณจำนวนถุงตามข้อมูล 75 ถุงต่อลูกบาศก์เมตร ก่อนเพิ่มจำนวนเผื่อสำหรับรูสลัก ร่อง การสูญเสีย และความคลาดเคลื่อนของฐานจริง

ตัวอย่าง ฐานยาว 2 เมตร กว้าง 1 เมตร และช่องว่างเฉลี่ย 50 มม. จะมีปริมาตรใต้ฐานประมาณ 100 ลิตร หรือคิดเป็นประมาณ 7.5 ถุงตามค่าประมาณ 75 ถุงต่อลูกบาศก์เมตร จึงต้องปัดขึ้นและบวกส่วนเผื่อให้เหมาะกับรูสลัก ร่องใต้ฐาน ผิวคอนกรีตไม่เรียบ และการสูญเสีย เพื่อไม่ให้วัสดุหมดกลางงาน

สำหรับงานขนาดใหญ่ ไม่ควรใช้เพียงค่าความหนาที่จุดเดียว ควรวัดหลายตำแหน่ง ทำแผนระดับ และแยกคำนวณแต่ละโซน หากความหนาเกิน 70 มม. ต่อชั้น ต้องปรึกษาฝ่ายเทคนิคหรือวิศวกรเรื่องการแบ่งชั้นหรือการใช้มวลรวมตามข้อกำหนด ไม่ควรเพิ่มความหนาเกินช่วงใช้งานโดยอาศัยจำนวนถุงที่คำนวณได้เพียงอย่างเดียว

ข้อจำกัดและข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนใช้

  • ใช้กับช่องว่างประมาณ 10-70 มม. หากบางหรือลึกกว่านี้ต้องประเมินระบบและวิธีเทใหม่
  • ไม่เหมาะกับงานซ่อมผิวเปิดหรือปล่อยผิวเปลือย ผลิตภัณฑ์มีความไหลสูงและออกแบบให้เทในแบบหรือโพรงที่กักรูป
  • ห้ามเติมน้ำเกินปริมาณแนะนำ เพราะส่งผลต่อกำลังอัด ความพรุน การแยกตัว และคุณสมบัติหลังแข็ง
  • หลีกเลี่ยงแดดและลมแรงโดยตรง ซึ่งเร่งการสูญเสียน้ำและทำให้เวลาทำงานสั้นลง
  • อุณหภูมิต่ำกว่า 20°C ทำให้ก่อตัวและพัฒนากำลังช้าลง ต้องปรับแผนเปิดรับน้ำหนักตามสภาพจริง
  • ใช้บนพื้นผิวแข็งแรงและเตรียมแล้วเท่านั้น เกร้าท์กำลังสูงไม่สามารถชดเชยคอนกรีตฐานที่อ่อนหรือปนเปื้อนได้
  • บ่มผิวอย่างน้อย 3 วัน และป้องกันการกระทบกระเทือนหรือรับน้ำหนักก่อนกำลังถึงเกณฑ์โครงการ
  • สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น ถุงมือ แว่นตา และหน้ากากกันฝุ่น พร้อมศึกษาข้อมูลความปลอดภัยก่อนใช้งาน

อย่าเปิดเครื่องจักรโดยดูจากผิวเกร้าท์เพียงอย่างเดียว: ผิวแข็งหรือถอดแบบได้ไม่ได้แปลว่ากำลังอัดถึงค่าที่วิศวกรกำหนดแล้ว ควรยึดแผนการบ่ม ผลทดสอบ และเกณฑ์อนุญาตรับน้ำหนักของโครงการ

อายุผลิตภัณฑ์คือ 9 เดือนนับจากวันที่ผลิตเมื่อจัดเก็บอย่างถูกวิธี ต้องเก็บถุงในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ไม่เสียหาย อยู่ในพื้นที่แห้งและไม่โดนแสงแดดโดยตรง ถุงที่ชื้น แข็งเป็นก้อน หรือเสียหายไม่ควรนำมาใช้ในงานควบคุมคุณภาพ เพราะอาจผสมไม่สม่ำเสมอและให้สมรรถนะต่างจากวัสดุปกติ

สรุปรีวิว: SikaGrout 214-11 TH เหมาะกับใคร?

SikaGrout®-214-11 TH เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้รับเหมา วิศวกร และทีมติดตั้งที่ต้องการปูนเกร้าท์ฐานเครื่องจักรแบบผสมเสร็จ ควบคุมการหดตัว ไหลตัวดี ไม่มีน้ำเยิ้ม และให้กำลังอัดสูง จุดเด่นที่สุดคือมีข้อมูลทางเทคนิคและวิธีใช้งานครบ ทำให้สามารถวางแผนตั้งแต่การตวงน้ำ การผสม การเท ไปจนถึงการบ่มได้เป็นระบบ

สำหรับงานที่ช่องว่าง 10-70 มม. ต้องรับแรงกดสูง และมีแรงกระแทกหรือสั่นสะเทือน รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ดีเมื่อฐานเดิมแข็งแรง แบบหล่อถูกต้อง และทีมงานรักษาการเทอย่างต่อเนื่อง ส่วนงานที่หนาเกินช่วง งานผิวเปิด หรือฐานที่มีปัญหาโครงสร้าง ควรให้ฝ่ายเทคนิคหรือวิศวกรออกแบบวิธีแก้เฉพาะ ไม่ควรนำผลิตภัณฑ์ไปใช้เกินขอบเขตเพียงเพราะค่ากำลังอัดสูง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ตัวเลขและแนวทางใช้งานในบทความอ้างอิงจากเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ SikaGrout®-214-11 TH ฉบับเดือนธันวาคม 2567 Version 04.01 และหน้า SikaGrout®-214-11 TH บนเว็บไซต์ Sika Thailand ควรตรวจเอกสารฉบับล่าสุดก่อนใช้งานจริงทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SikaGrout 214-11 TH

SikaGrout 214-11 TH มีกำลังอัดเท่าไร?

ที่อุณหภูมิทดสอบ 28°C กำลังอัดเมื่อใช้น้ำ 13% อยู่ประมาณ 350, 600 และ 800 kgf/cm² ที่อายุ 1, 7 และ 28 วันตามลำดับ ส่วนการใช้น้ำ 14% อยู่ประมาณ 300, 550 และ 750 kgf/cm² ค่าหน้างานจริงขึ้นกับการผสม อุณหภูมิ การบ่ม และสภาพแวดล้อม

SikaGrout 214-11 TH ผสมน้ำกี่ลิตรต่อถุง?

สำหรับความข้นเหลว J rote ประมาณ 10 วินาที เอกสารแนะนำใช้น้ำสะอาดประมาณ 3.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. หรือประมาณ 14% ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์ ห้ามเติมน้ำมากกว่าปริมาณที่แนะนำ

ปูนเกร้าท์รุ่นนี้เทได้หนาเท่าไร?

ใช้กับช่องว่างไม่ต่ำกว่า 10 มม. และไม่เกิน 70 มม. ต่อการใช้งานตามเอกสาร หากหนากว่านี้ควรปรึกษาฝ่ายเทคนิคเรื่องการแบ่งชั้นหรือการผสมมวลรวมให้เหมาะกับขนาดโพรง

ใช้เทฐานเครื่องจักรที่มีแรงสั่นสะเทือนได้ไหม?

ได้ ผลิตภัณฑ์ระบุคุณสมบัติทนต่อแรงกระแทกและการสั่นสะเทือน แต่ประสิทธิภาพของฐานยังขึ้นกับการออกแบบคอนกรีต สลักยึด ความหนา การสัมผัสใต้เพลท และการติดตั้งเครื่องจักรทั้งหมดด้วย

ต้องพรมน้ำก่อนเทหรือไม่?

ต้องทำให้พื้นดูดซึมเปียกชื้นและอิ่มตัวก่อน โดยงานใต้แผ่นเหล็กแนะนำให้พรมน้ำล่วงหน้าประมาณ 24 ชั่วโมง จากนั้นกำจัดน้ำส่วนเกินและน้ำขังในรูสลักออกก่อนเท

ต้องเกร้าท์รู Anchor Bolt ก่อนหรือไม่?

สำหรับฐานเครื่องจักร เอกสารแนะนำให้เกร้าท์บริเวณรู Anchor Bolt ก่อน แล้วจึงเกร้าท์ส่วนฐานเครื่องจักร พร้อมรักษาการไหลให้ต่อเนื่องและไม่มีฟองอากาศ

SikaGrout 214-11 TH หนึ่งถุงได้กี่ลิตร?

เมื่อคำนวณจากค่าที่เอกสารระบุว่า 1 ลูกบาศก์เมตรใช้ประมาณ 75 ถุง จะเทียบได้ราว 13.3 ลิตรต่อถุงสำหรับวางแผนเบื้องต้น ควรบวกส่วนเผื่อและให้ทีมงานตรวจปริมาตรรูสลัก ร่อง และความหนาจริงก่อนสั่งสินค้า

SikaGrout 214-11 TH บ่มกี่วัน?

โดยปกติควรบ่มผิวอย่างน้อย 3 วัน และป้องกันแดดหรือลมแรงโดยตรง ส่วนเวลาที่อนุญาตให้เครื่องจักรรับน้ำหนักต้องเป็นไปตามกำลังที่ต้องการและข้อกำหนดของวิศวกรโครงการ

ใช้ซ่อมพื้นหรือฉาบผิวเปิดได้ไหม?

ไม่แนะนำ เอกสารระบุว่าไม่สามารถใช้เทในลักษณะงานที่ต้องปล่อยผิวเปลือยหรือซ่อมในพื้นที่เปิด ควรเลือกมอร์ต้าซ่อมคอนกรีตที่ออกแบบสำหรับรูปแบบงานนั้นโดยเฉพาะ

ซื้อ SikaGrout 214-11 TH ได้ที่ไหน?

ดูรายละเอียดได้ที่หน้า SikaGrout 214-11 TH ของ GY Asia หรือติดต่อทาง LINE และโทรศัพท์เพื่อสอบถามราคา สต็อก และให้ทีมงานช่วยคำนวณจำนวนถุงจากขนาดฐานจริง

Similar Posts