รีวิวการใช้ Sikaflex PRO-3 ในห้องคลีนรูม Cleanroom มาตรฐานสูง
SIKAFLEX PRO-3 FOR HIGH STANDARD CLEANROOM

รีวิวการใช้ Sikaflex PRO-3 ในห้องคลีนรูม (Cleanroom) มาตรฐานสูง

ห้องคลีนรูมไม่ได้วัดคุณภาพแค่แผ่นพื้น ผนัง หรือระบบกรองอากาศ แต่รายละเอียดเล็กอย่าง รอยต่อพื้น ก็มีผลต่อฝุ่น การสะสมคราบ ความชื้น และการทำความสะอาดซ้ำทุกวัน Sikaflex® PRO-3 เป็นกาวยาแนวโพลียูรีเทนสำหรับงานพื้นที่หน้า Sika Thailand ระบุการใช้งานกับ ห้องปลอดเชื้อ อุตสาหกรรมอาหาร พื้นโกดัง และพื้นบริเวณส่วนผลิต พร้อมคุณสมบัติปล่อยสารระเหยต่ำ ทนแรงทางกล ทนสารเคมี และรองรับการเคลื่อนตัวของรอยต่อ จึงเป็นตัวเลือกที่น่าประเมินสำหรับคลีนรูมมาตรฐานสูงเมื่อออกแบบและติดตั้งตามระบบที่ถูกต้อง

ระบุใช้กับห้องปลอดเชื้อ รองรับการเคลื่อนตัว ±35% ปล่อยสารระเหยต่ำ ทนแรงทางกลและสารเคมี
600 มล.หลอดนิ่มต่อชิ้น บรรจุ 20 หลอด/กล่อง
10-40 มม.ช่วงความกว้างรอยต่อที่เอกสารระบุ
3.5 มม.อัตราการบ่มโดยประมาณต่อ 24 ชม.
Sikaflex PRO-3 กาวยาแนวรอยต่อพื้นห้องคลีนรูม Cleanroom

Sikaflex® PRO-3

กาวยาแนวประเภทโพลียูรีเทนสำหรับงานพื้น ใช้ยาแนวรอยต่อแนวตั้งและแนวนอน ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เหมาะกับห้องปลอดเชื้อ อุตสาหกรรมอาหาร พื้นอาคาร พื้นทางเดิน พื้นจราจร พื้นโกดังสินค้า และพื้นบริเวณส่วนผลิต เมื่อเตรียมผิว ออกแบบรอยต่อ ใส่วัสดุเสริมร่อง และเลือก primer ตามระบบอย่างถูกต้อง

Quick Answer: Sikaflex PRO-3 เหมาะกับห้องคลีนรูมไหม?

คำตอบสั้น

Sikaflex® PRO-3 เหมาะสำหรับรอยต่อพื้นห้องคลีนรูมและห้องปลอดเชื้อในหลายกรณี โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการยาแนวยืดหยุ่น ปล่อยสารระเหยต่ำ ทนแรงล้อรถเข็น ทนสารทำความสะอาด และลดช่องสะสมฝุ่นหรือความชื้น เอกสาร Sika ระบุการใช้งานกับห้องปลอดเชื้อโดยตรง พร้อมข้อมูล movement ±35% ตาม ASTM C 719 และมาตรฐานด้านการปล่อยสารระเหยต่ำ อย่างไรก็ตาม ต้องใช้กับตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ใช่วัสดุสัมผัสผลิตภัณฑ์โดยตรง และควรให้ทีมคุณภาพของโรงงานตรวจเงื่อนไขมาตรฐานคลีนรูมก่อนเปิดใช้งานจริง

ในคลีนรูมมาตรฐานสูง รอยต่อพื้นที่ดูเหมือนเป็นเพียงเส้นเล็ก ๆ บนพื้นอาจกลายเป็นจุดเสี่ยงของระบบได้ หากวัสดุยาแนวเดิมแข็งจนแตกร้าว เกิดช่องว่างระหว่างขอบคอนกรีต หรือหลุดร่อนเป็นชิ้นเล็ก ฝุ่นและคราบจะเริ่มสะสมในตำแหน่งที่ทำความสะอาดยาก และอาจทำให้ทีมซ่อมบำรุงต้องหยุดพื้นที่บ่อยกว่าที่ควร

สิ่งที่ทำให้ PRO-3 น่าสนใจสำหรับงานนี้คือเป็นวัสดุงานพื้นโดยตรง ไม่ใช่ยาแนวอเนกประสงค์ที่นำมาใช้แทนกันแบบคร่าว ๆ หน้า Sika Thailand ระบุว่าผลิตภัณฑ์กันน้ำ ทนแรงทางกล ทนสารเคมี บ่มตัวโดยไม่เกิดฟองอากาศ ทาสีทับได้ และมีการยึดเกาะที่ดีเยี่ยมกับพื้นผิวต่าง ๆ จึงตอบโจทย์รอยต่อพื้นคลีนรูมที่ต้องทั้งแน่น เรียบ ยืดหยุ่น และดูแลทำความสะอาดได้ง่าย

ปัญหารอยต่อพื้นในห้องคลีนรูมที่มักถูกมองข้าม

คลีนรูมเป็นพื้นที่ที่ความสะอาดของพื้นสัมพันธ์กับการควบคุมฝุ่นและกระบวนการทำงานโดยตรง โดยเฉพาะโรงงานอาหาร ยา เครื่องสำอาง อิเล็กทรอนิกส์ ห้องแล็บ หรือพื้นที่ผลิตที่ต้องควบคุมอนุภาคในอากาศ พื้นอาจถูกทำความสะอาดด้วยน้ำยาซ้ำ ๆ มีล้อรถเข็นผ่านทุกวัน และมีการเปลี่ยนอุณหภูมิหรือความชื้นตามระบบปรับอากาศ หากรอยต่อไม่ยืดหยุ่นพอ วัสดุจะเริ่มแยกจากขอบหรือฉีกตรงกลาง

รอยต่อที่เสียในคลีนรูมสร้างปัญหา 3 แบบพร้อมกัน: หนึ่งคือกลายเป็นร่องสะสมฝุ่นและความชื้น สองคือทำให้การล้างหรือเช็ดพื้นไม่ต่อเนื่องเพราะผิวไม่เรียบ และสามคือเพิ่มความเสี่ยงต่อการซ่อมระหว่างช่วงผลิต ซึ่งมักแพงกว่าการติดตั้งให้ถูกตั้งแต่แรกมาก เพราะต้องปิดพื้นที่ ควบคุมฝุ่นจากงานเจีย/รื้อ และรอวัสดุบ่มก่อนกลับมาใช้งาน

ฝุ่นและเศษวัสดุ

รอยต่อที่แตกหรือหลุดร่อนอาจสร้างอนุภาคและทำให้ทำความสะอาดได้ไม่หมด

น้ำยาและความชื้น

พื้นที่ล้างบ่อยต้องการยาแนวที่กันน้ำและทนสารเคมีตามเงื่อนไขใช้งานจริง

แรงล้อซ้ำ

รถเข็นและอุปกรณ์ขนถ่ายทำให้ขอบรอยต่อรับแรงกดและแรงเฉือนต่อเนื่อง

ดังนั้นการรีวิววัสดุสำหรับคลีนรูมจึงไม่ควรถามแค่ว่า “อุดร่องได้ไหม” แต่ควรถามว่าอุดแล้วร่องยังรับ movement ได้ไหม ผิวกาวยุบตัวหรือเป็นโพรงไหม ปล่อยสารระเหยต่ำหรือไม่ ทำความสะอาดแล้วทนหรือไม่ และมีข้อมูลทางเทคนิคพอให้ทีม QA/QC ใช้ประกอบการอนุมัติหรือไม่

ทำไม Sikaflex PRO-3 ถึงเหมาะกับคลีนรูมมาตรฐานสูง?

เหตุผลแรกคือขอบเขตการใช้งานตรงกับโจทย์ หน้า Sika Thailand ระบุการใช้งานกับห้องปลอดเชื้อ อุตสาหกรรมอาหาร พื้นอาคาร พื้นทางเดิน พื้นจราจร พื้นโกดังสินค้า และพื้นบริเวณส่วนผลิต ซึ่งเป็นบริบทใกล้เคียงกับคลีนรูมที่ต้องควบคุมความสะอาดและมี traffic จากการทำงานจริง ไม่ใช่พื้นที่โชว์หรือพื้นที่พักอาศัยทั่วไป

เหตุผลที่สองคือคุณสมบัติด้าน VOC ต่ำ เอกสารระบุข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมตาม LEED V4 EQc2 สำหรับวัสดุที่ปล่อยสารระเหยต่ำ และ GEV-Emicode EC1PLUS การจำแนกระดับการปล่อยสารระเหย สำหรับงานคลีนรูม จุดนี้สำคัญเพราะวัสดุที่มีกลิ่นแรงหรือปล่อยสารระเหยสูงอาจกระทบการอนุมัติใช้งาน การปิดพื้นที่ และความสบายของทีมงานหลังติดตั้ง

เหตุผลที่สามคือความยืดหยุ่นและการรับการเคลื่อนตัว PRO-3 ระบุอัตรารองรับการเคลื่อนตัว ±25% ตาม ISO 9047 และ ±35% ตาม ASTM C 719 รอยต่อพื้นคอนกรีตในคลีนรูมยังคงมีการขยาย/หดตัวตามอุณหภูมิ ความชื้น และสภาพโครงสร้าง หากเลือกวัสดุอุดแข็งเกินไป รอยต่อจะเสียหน้าที่และแตกซ้ำได้ง่าย

โจทย์ของคลีนรูมสิ่งที่ PRO-3 ช่วยตอบโจทย์คำแนะนำหน้างาน
ลดจุดสะสมฝุ่นยิงเต็มร่อง ปาดเรียบ บ่มตัวโดยไม่เกิดฟองอากาศต้องเตรียมขอบร่องให้แน่นและปาดผิวให้เรียบเสมอ
ควบคุมสารระเหยข้อมูล VOC ต่ำตาม LEED V4 EQc2 และ GEV-Emicode EC1PLUSควรวางแผนระบายอากาศและรอช่วงบ่มก่อนเปิดพื้นที่
รับรถเข็นและแรงใช้งานทนแรงทางกลและมี Shore A ประมาณ 37 ที่ 28 วันรอยต่อต้องมีความลึกและ backer rod ถูกต้อง
ล้างพื้นซ้ำบ่อยกันน้ำและทนสารเคมีได้ดีตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ทดสอบกับน้ำยาล้างพื้นและความเข้มข้นที่ใช้จริง

สเปก Sikaflex PRO-3 ที่ควรรู้ก่อนใช้ใน Cleanroom

การเลือกยาแนวสำหรับคลีนรูมควรดูตัวเลขเทคนิค เพราะรอยต่อที่ติดตั้งแล้วมักถูกซ่อนอยู่ในระบบพื้นและซ่อมยากกว่าในพื้นที่ทั่วไป ข้อมูลจาก Sika ระบุว่า PRO-3 เป็นกาวยาแนวส่วนประกอบเดียว ประเภทโพลียูรีเทน ใช้ i-Cure® Technology มีความหนาแน่นประมาณ 1.35 กก./ลิตร สีเทา อายุผลิตภัณฑ์ 15 เดือนเมื่อจัดเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท และควรเก็บในบริเวณแห้ง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง ที่อุณหภูมิ +5°C ถึง +25°C

หัวข้อสเปกข้อมูลจาก Sikaความหมายสำหรับคลีนรูม
ประเภทวัสดุโพลียูรีเทนส่วนประกอบเดียว พร้อมใช้งานลดความเสี่ยงผสมผิดอัตราและเหมาะกับงานซ่อมพื้นที่จำกัด
Movement±25% ตาม ISO 9047 และ ±35% ตาม ASTM C 719ช่วยรับการขยายตัว/หดตัวของพื้นคอนกรีต
ความกว้างรอยต่อมากกว่า 10 มม. และไม่เกิน 40 มม.ควรตรวจขนาดร่องก่อนเสนอราคาและก่อนยิงกาว
อัตราส่วนร่องความกว้างต่อความลึกประมาณ 1:0.8ต้องใช้โฟมเสริมร่องเพื่อคุมความลึก
อัตราการบ่มประมาณ 3.5 มม./24 ชม. ที่ +23°C และ RH 50%รอยต่อลึกต้องรอการบ่มตามความลึกจริงก่อนล้างหนัก
เวลาแข็งตัวผิวประมาณ 60 นาที ที่ +23°C และ RH 50%ผิวแห้งไม่ได้แปลว่าพร้อมเปิดใช้งานหนักทันที
ระยะเวลาแต่งผิวประมาณ 50 นาที ที่ +23°C และ RH 50%ทีมงานต้องยิงและปาดให้จบภายในเวลาที่เหมาะสม
อุณหภูมิใช้งานพื้นผิวและแวดล้อม +5°C ถึง +40°Cต้องควบคุมจุดน้ำค้างและความชื้นก่อนติดตั้ง

ปริมาณการใช้: เอกสาร Sika ให้ตัวอย่างจากหลอด 300 มล. เช่น ร่อง 10 x 10 มม. ได้ประมาณ 6 เมตร, 15 x 12 มม. ได้ประมาณ 3.3 เมตร, 20 x 16 มม. ได้ประมาณ 1.9 เมตร, 25 x 20 มม. ได้ประมาณ 1.2 เมตร และ 30 x 24 มม. ได้ประมาณ 0.8 เมตร หากใช้หลอด 600 มล. ให้คำนวณจากปริมาตรร่องจริงและเผื่อสูญเสียจากการปาด/ร่องไม่สม่ำเสมอ

ออกแบบรอยต่อคลีนรูมให้เรียบ ล้างง่าย และไม่ซ่อมซ้ำเร็ว

สำหรับคลีนรูม รอยต่อที่ดีต้องทำงานได้ทั้งเชิงวิศวกรรมและเชิงสุขอนามัย เชิงวิศวกรรมคือรับ movement ของพื้นได้ ไม่ยึดติดสามด้าน ไม่ฉีกเมื่อพื้นขยับ และมีความลึกเหมาะกับความกว้าง ส่วนเชิงสุขอนามัยคือผิวควรเรียบต่อเนื่อง ไม่เป็นแอ่ง ไม่เป็นโพรง ไม่เกิดฟองอากาศ และไม่ทิ้งขอบเลอะที่ทำความสะอาดยาก

Sika ระบุว่าต้องออกแบบรอยต่อให้มีความกว้างพอกับการเคลื่อนตัวของกาวยาแนว ความกว้างต้องมากกว่า 10 มม. และไม่เกิน 40 มม. พร้อมใช้อัตราส่วนความกว้างต่อความลึกประมาณ 1:0.8 และให้เสริมร่องด้วยโฟมประเภทโพลีเอทีลีน จุดนี้สำคัญมาก เพราะ backer rod ไม่ได้มีไว้เพื่อประหยัดกาวเท่านั้น แต่ช่วยป้องกันการยึดติดก้นร่องและทำให้กาวยืดหดในรูปทรงที่ถูกต้อง

ร่องเล็กเกินไป

อาจรับ movement ไม่พอ และยิงกาวให้เต็มพร้อมปาดเรียบได้ยาก

ร่องลึกถูกต้อง

ช่วยให้บ่มสมดุล ไม่ใช้วัสดุเกินจำเป็น และลดความเสี่ยงยึดติดสามด้าน

ร่องมีโพรง

เป็นจุดสะสมคราบและทำให้วัสดุฉีกหรือหลุดจากขอบได้เร็วขึ้น

ถ้าพื้นคลีนรูมเป็นระบบ epoxy, PU floor, vinyl conductive หรือพื้นเคลือบพิเศษ ควรตรวจความเข้ากันได้ของวัสดุรอบรอยต่อด้วย โดยเฉพาะการทาสีหรือเคลือบทับ เพราะเอกสารระบุว่าสามารถทาสีทับได้กับวัสดุเคลือบสีทั่วไปหลายชนิด แต่ต้องทดสอบความเข้ากันได้ก่อน และควรปล่อยให้กาวยาแนวแห้งและแข็งตัวสมบูรณ์ก่อนทาสีหรือเคลือบทับ

วิธีใช้งาน Sikaflex PRO-3 สำหรับห้องคลีนรูม

การติดตั้งในคลีนรูมควรวางแผนเหมือนงานระบบ ไม่ใช่งานซ่อมเล็ก เพราะทุกขั้นตอนมีผลต่อฝุ่น กลิ่น เวลาเปิดพื้นที่ และความสะอาดหลังงานเสร็จ หากเป็นคลีนรูมที่ใช้งานอยู่แล้ว ควรกำหนดช่วง shutdown, กั้นพื้นที่, ดูดฝุ่นด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม และวางแผนตรวจความสะอาดหลังงานก่อนส่งมอบ

  1. สำรวจรอยต่อเดิม: วัดความกว้าง ความลึก ความยาวรวม สภาพขอบคอนกรีต และชนิดพื้นผิวรอบร่อง เช่น epoxy, PU, คอนกรีต หรือพื้นปิดทับชนิดอื่น
  2. รื้อวัสดุเก่าออก: ไม่ยิงทับยาแนวเดิมที่หลุดร่อนหรือสกปรก เพราะจะทำให้กาวใหม่ยึดกับชั้นที่ไม่แข็งแรง
  3. ควบคุมฝุ่นจากงานเตรียมผิว: ใช้วิธีขัด เจีย หรือเครื่องมือกลที่เหมาะสม พร้อมดูดฝุ่นและเช็ดทำความสะอาด ไม่ให้เศษฝุ่นย้อนกลับเข้าพื้นที่สะอาด
  4. ทำให้พื้นผิวแห้งและแน่น: พื้นผิวต้องสะอาด แห้ง ปราศจากน้ำมัน จาระบี ฝุ่น เศษปูนหลุดร่อน หรือวัสดุไม่แข็งแรง
  5. ซ่อมขอบร่องที่บิ่น: ถ้าขอบคอนกรีตหลวม ควรซ่อมด้วยวัสดุที่เหมาะสมก่อน เพราะยาแนวที่ดีจะทำงานไม่ได้ถ้าขอบร่องไม่แข็งแรง
  6. ติด masking tape: ปิดขอบร่องทั้งสองด้านเพื่อให้เส้นยาแนวคม ลดคราบเลอะบนพื้นผิวคลีนรูม และช่วยให้ตรวจงานง่าย
  7. ใส่โฟมเสริมร่อง: ใช้โฟมประเภทโพลีเอทีลีนเพื่อควบคุมความลึกตามสัดส่วนที่ออกแบบไว้
  8. ทา primer เมื่อจำเป็น: สำหรับพื้นผิวมีรูพรุน เช่น คอนกรีต ปูนฉาบ มอร์ต้า และอิฐก่อปูนฉาบ เอกสารแนะนำ Sika® Primer-3 N หรือ Sika® Primer-210 แล้วรออย่างน้อย 30 นาที แต่ไม่เกิน 8 ชั่วโมงก่อนยิงกาว
  9. ยิงกาวให้เต็มร่อง: Sikaflex PRO-3 เป็นส่วนผสมเดียวพร้อมใช้งาน ให้ยิงต่อเนื่องโดยระวังไม่ให้เกิดฟองอากาศหรือช่องว่าง
  10. ปาดกดทันที: ปาดให้ผิวเรียบและกดให้กาวแนบกับขอบรอยต่อ จากนั้นแกะเทปขณะที่กาวยังไม่แห้ง
  11. รอการบ่มก่อนเปิดพื้นที่: ใช้อัตราการบ่มตามความลึกร่องจริงเป็นฐานวางแผน ไม่ควรเปิดล้างพื้นหรือให้ล้อผ่านหนักเพียงเพราะผิวเริ่มแห้ง

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงในคลีนรูม: ยิงกาวบนร่องชื้น, ปาดผิวไม่เรียบจนเกิดแอ่ง, ไม่ใส่โฟมเสริมร่อง, ใช้ primer แทนการทำความสะอาด, เปิดทำความสะอาดด้วยน้ำยาเร็วเกินไป และให้วัสดุที่ยังไม่แห้งสัมผัสผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเอกสารระบุว่าอาจทำให้ปฏิกิริยาการแห้งตัวไม่สมบูรณ์

ข้อควรระวังและความปลอดภัยก่อนใช้ในคลีนรูม

แม้ Sikaflex PRO-3 จะมีจุดเด่นที่ตรงกับคลีนรูมหลายด้าน แต่ควรอ่านข้อจำกัดก่อนใช้งานเสมอ เอกสารระบุว่าห้ามใช้บนพื้นผิวบิทูมินัส ยางธรรมชาติ ยาง EPDM หรือวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำมัน สารพลาสติไซเซอร์ หรือตัวทำละลายติดอยู่ เพราะอาจทำให้ยาแนวเสียหาย และห้ามใช้ในสระว่ายน้ำหรือรอบสระว่ายน้ำ

  • อุณหภูมิแวดล้อมและพื้นผิวขณะใช้งานควรอยู่ระหว่าง +5°C ถึง +40°C
  • พื้นผิวต้องสูงกว่าอุณหภูมิจุดน้ำค้างอย่างน้อย +3°C เพื่อลดความเสี่ยงจากความชื้นควบแน่น
  • สีของยาแนวอาจเปลี่ยนเมื่อสัมผัสสารเคมี อุณหภูมิสูง หรือรังสียูวี ซึ่งอาจกระทบความสวยงามแต่ไม่จำเป็นต้องกระทบประสิทธิภาพ
  • ควรทดสอบความเข้ากันได้กับน้ำยาทำความสะอาด น้ำยาฆ่าเชื้อ และระบบเคลือบพื้นที่ใช้จริง
  • หากพื้นที่อยู่ภายใต้ GMP, HACCP, ISO 14644 หรือข้อกำหนดภายในโรงงาน ควรให้ทีม QA/QC อนุมัติวิธีทำงานและเวลาเปิดพื้นที่ก่อนเริ่มงาน

ด้านความปลอดภัย เอกสาร SDS ของ Sikaflex PRO-3 ระบุความเสี่ยงด้านการแพ้ที่ผิวหนัง จึงควรจัดถุงมือ อุปกรณ์ป้องกันดวงตา การระบายอากาศ และขั้นตอนล้างมือ/ทำความสะอาดอุปกรณ์ให้ชัดเจน งานในคลีนรูมยิ่งต้องคุมการนำวัสดุและอุปกรณ์เข้าออกพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนหลังติดตั้งเสร็จ

การทำความสะอาดเครื่องมือ: Sika ระบุให้ทำความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์ทันทีด้วย Sika® Remover-208 หากวัสดุแข็งตัวแล้วต้องกำจัดด้วยเครื่องมือทางกลเท่านั้น และสามารถทำความสะอาดผิวด้วย Sika® Cleaning Wipes-100

สรุป: คลีนรูมที่ดีต้องคุมรอยต่อให้สะอาดและยืดหยุ่นไปพร้อมกัน

จากการรีวิวข้อมูลผลิตภัณฑ์ Sikaflex PRO-3 เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับรอยต่อพื้นห้องคลีนรูมมาตรฐานสูงในหลายกรณี เพราะระบุการใช้งานกับห้องปลอดเชื้อโดยตรง มีข้อมูลปล่อยสารระเหยต่ำ รองรับ movement สูง ทนแรงทางกล ทนสารเคมี กันน้ำ บ่มตัวโดยไม่เกิดฟองอากาศ และเป็นกาวยาแนวส่วนประกอบเดียวพร้อมใช้งาน เหมาะกับพื้นที่ผลิตที่ต้องการทั้งความสะอาดและความทนทาน

แต่ผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้เกิดจากสินค้าเพียงหลอดเดียว ต้องเริ่มจากการออกแบบร่องที่เหมาะสม ใช้โฟมเสริมร่องเพื่อคุมความลึก เตรียมขอบร่องให้แห้ง สะอาด และแข็งแรง ใช้ primer ตามประเภทพื้นผิว ยิงกาวให้เต็ม ปาดผิวให้เรียบ และรอการบ่มตามความลึกร่องจริงก่อนเปิดล้างหรือเปิดใช้งานหนัก หากทำครบ ระบบรอยต่อพื้นจะช่วยลดจุดสะสมฝุ่น ลดงานซ่อมซ้ำ และช่วยให้คลีนรูมคงมาตรฐานการทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: บทความนี้ใช้ข้อมูลจากหน้า Sika Thailand: Sikaflex® PRO-3 และเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์/เอกสารข้อมูลความปลอดภัย Sikaflex® PRO-3 จาก Sika Thailand

คำถามที่พบบ่อย

Sikaflex PRO-3 ใช้กับห้องคลีนรูมได้ไหม?

ใช้ได้ในงานรอยต่อพื้นหลายกรณี เพราะหน้า Sika Thailand ระบุการใช้งานกับห้องปลอดเชื้อโดยตรง รวมถึงอุตสาหกรรมอาหาร พื้นทางเดิน พื้นจราจร และพื้นบริเวณส่วนผลิต แต่ต้องใช้งานตามตำแหน่งที่เหมาะสมและตรวจข้อกำหนดคลีนรูมของโรงงานก่อนเสมอ

Sikaflex PRO-3 ปล่อยสารระเหยต่ำจริงไหม?

ข้อมูล Sika ระบุว่าเป็นไปตาม LEED V4 EQc2 สำหรับวัสดุที่ปล่อยสารระเหยต่ำ และ GEV-Emicode EC1PLUS การจำแนกระดับการปล่อยสารระเหย จึงเหมาะกับการพิจารณาในพื้นที่ที่ต้องคุมกลิ่นและสารระเหย แต่ควรวางแผนระบายอากาศและรอการบ่มก่อนเปิดพื้นที่

รอยต่อพื้นคลีนรูมควรกว้างและลึกเท่าไร?

เอกสารระบุว่าความกว้างรอยต่อต้องมากกว่า 10 มม. และไม่เกิน 40 มม. โดยอัตราส่วนความกว้างต่อความลึกประมาณ 1:0.8 ทั้งนี้ควรออกแบบตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องและ movement จริงของพื้นก่อนยาแนว

ต้องใส่โฟมเสริมร่องก่อนยิง Sikaflex PRO-3 หรือไม่?

ควรใส่โฟมประเภทโพลีเอทีลีนเพื่อควบคุมความลึกของกาวยาแนว ป้องกันการยึดติดสามด้าน และช่วยให้รอยต่อยืดหดได้ถูกต้องตามการออกแบบ

ต้องใช้ primer กับพื้นคอนกรีตในคลีนรูมไหม?

ขึ้นกับพื้นผิวและสภาพหน้างาน สำหรับพื้นผิวมีรูพรุน เช่น คอนกรีต ปูนฉาบ มอร์ต้า และอิฐก่อปูนฉาบ เอกสารแนะนำ Sika® Primer-3 N หรือ Sika® Primer-210 แล้วรออย่างน้อย 30 นาที แต่ไม่เกิน 8 ชั่วโมงก่อนยิงกาว

Sikaflex PRO-3 ทนน้ำยาทำความสะอาดในคลีนรูมได้ไหม?

เอกสารระบุว่าทนสารเคมีได้ดีและมีรายงานทดสอบความต้านทานสารเคมีตาม DIN EN 14187 แต่ควรทดสอบกับน้ำยา ความเข้มข้น อุณหภูมิ และเวลาสัมผัสจริงของโรงงานก่อนใช้งานในพื้นที่สำคัญ

ยิงกาวแล้วเปิดล้างพื้นได้เมื่อไร?

ข้อมูล Sika ระบุเวลาแข็งตัวผิวประมาณ 60 นาที และอัตราการบ่มประมาณ 3.5 มม./24 ชม. ที่ +23°C และความชื้นสัมพัทธ์ 50% ดังนั้นการล้างพื้นหรือเปิดใช้งานหนักควรรอให้บ่มตามความลึกร่องจริง ไม่ควรดูแค่ผิวด้านบน

Sikaflex PRO-3 ทาสีหรือเคลือบทับได้ไหม?

ทาสีทับได้กับวัสดุเคลือบสีทั่วไปหลายชนิด แต่ต้องทดสอบความเข้ากันได้ก่อน และควรปล่อยให้กาวยาแนวแห้งและแข็งตัวสมบูรณ์ก่อนทาสีหรือเคลือบทับ เพราะสีหรือ coating ที่ไม่ยืดหยุ่นอาจแตกร้าวบนแนวยาแนวได้

Sikaflex PRO-3 เป็นวัสดุสัมผัสอาหารหรือผลิตภัณฑ์โดยตรงได้ไหม?

บทความนี้แนะนำในฐานะวัสดุยาแนวรอยต่อพื้น ไม่ใช่วัสดุสำหรับสัมผัสอาหาร ยา หรือผลิตภัณฑ์โดยตรง หากตำแหน่งใช้งานมีข้อกำหนด food contact หรือ product contact ต้องให้ฝ่ายคุณภาพและเอกสารรับรองเฉพาะตรวจสอบก่อน

ซื้อ Sikaflex PRO-3 ได้ที่ไหน?

สามารถดูรายละเอียดที่หน้า Sikaflex PRO-3 ของ GY Asia หรือติดต่อผ่าน LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และให้ทีมช่วยคำนวณจำนวนหลอดจากขนาดรอยต่อจริง