GY Asia ขายส่งราคาโรงงานจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง Sika · Lanko

หน้าแรก / เทคนิคงานก่อสร้าง / งานพื้นคอนกรีต / วิธีปูพื้นไม้ด้วย SikaBond T55J: เตรียมพื้นคอนกรีต เกรียงหวีเบอร์ไหน กี่ชั่วโมงแห้ง

งานพื้นคอนกรีต

วิธีปูพื้นไม้ด้วย SikaBond T55J: เตรียมพื้นคอนกรีต เกรียงหวีเบอร์ไหน กี่ชั่วโมงแห้ง

สินค้าที่พูดถึงในบทความนี้: SikaBond® T-55 J กาวติดพื้นไม้ 2 กก. · ดูรายละเอียดสินค้า

SIKABOND T55J CONCRETE SUBSTRATE PREPARATION

คำตอบสำคัญ: ก่อนปูพื้นไม้ด้วย SikaBond T55J พื้นซีเมนต์หรือคอนกรีตต้องมีค่าความชื้นไม่เกิน 2.5% CM และถ้ามีระบบทำความร้อนใต้พื้นต้องไม่เกิน 1.8% CM พร้อมตรวจให้พื้นแข็งแรง แห้ง สะอาด เรียบ และปราศจากฝุ่นหรือคราบน้ำมันก่อนปาดกาว

พื้นซีเมนต์ไม่เกิน 2.5% CM มีระบบทำความร้อนไม่เกิน 1.8% CM กาว PU 1 ส่วน ไม่ต้องผสม เดินได้ ≈12 ชม. ขัดได้ ≈24 ชม.
2.5% CMค่าสูงสุดสำหรับพื้นซีเมนต์ทั่วไป
1.8% CMค่าสูงสุดเมื่อมีระบบทำความร้อนใต้พื้น
60 นาทีเวลาเปิดหน้ากาว/ก่อตัวโดยประมาณ

Quick Answer: ความชื้นต้องไม่เกินเท่าไหร่?

ค่าความชื้นพื้นก่อนปูพื้นไม้ด้วย SikaBond T55J

สำหรับพื้นซีเมนต์หรือคอนกรีตทั่วไป ค่าความชื้นต้องไม่เกิน 2.5% CM หากเป็นพื้นที่มีระบบทำความร้อนใต้พื้น ต้องไม่เกิน 1.8% CM ส่วนพื้นแอนไฮไดรต์ต้องไม่เกิน 0.5% CM หรือ 0.3% CM เมื่อมีระบบทำความร้อนใต้พื้น

ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะงานปูพื้นไม้ไม่ได้เสียหายจากกาวอย่างเดียว แต่เสียหายจากความชื้นสะสมในพื้นคอนกรีตได้ง่าย หากพื้นยังชื้นเกินกำหนด ความชื้นจะดันขึ้นสู่ไม้ ทำให้ไม้บวม โก่ง เปิดร่อง เกิดเสียงกลวง หรือทำให้กาวยึดเกาะได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ การวัดความชื้นจึงควรเป็นขั้นตอนบังคับก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่ตรวจด้วยการมองหรือจับผิวพื้นเท่านั้น

SikaBond T55J กาวติดพื้นไม้ Sika

SikaBond® T-55 J

กาวติดพื้นไม้โพลียูรีเทนชนิดยืดหยุ่น สำหรับงานปูพื้นไม้แบบเต็มพื้นผิว เหมาะกับงานไม้ปาร์เก้ ไม้เอ็นจิเนียร์ และพื้นไม้ที่ต้องการแรงยึดเกาะพร้อมความยืดหยุ่น

ดูรายละเอียดสินค้า

ตารางค่าความชื้นพื้นผิวตามข้อมูล SikaBond T-55 J

ประเภทพื้นผิวไม่มีระบบทำความร้อนใต้พื้นมีระบบทำความร้อนใต้พื้นความหมายหน้างาน
พื้นซีเมนต์ / คอนกรีต / Cement screedไม่เกิน 2.5% CMไม่เกิน 1.8% CMค่าหลักที่ใช้กับงานปูไม้บนพื้นปูนทั่วไปในไทย
พื้นแอนไฮไดรต์ / Anhydrite screedไม่เกิน 0.5% CMไม่เกิน 0.3% CMต้องควบคุมความชื้นเข้มกว่า และควรตรวจชนิดพื้นให้แน่ชัด
พื้นแมกนีไซต์ / Magnesite flooring3-12% CMตรวจตามระบบพื้นเป็นพื้นเฉพาะทาง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนเลือกวิธีรองพื้น

อย่าเริ่มปูไม้ถ้าค่าความชื้นเกิน: การรีบปูทั้งที่พื้นยังชื้นเป็นสาเหตุหลักของพื้นไม้บวม โก่ง ดันตัว และรื้อแก้งานภายหลัง ถ้าตรวจแล้วเกิน 2.5% CM ควรหยุดงาน หาสาเหตุความชื้น และเลือกวิธีแก้ก่อนติดตั้ง

ทำไมต้องเตรียมพื้นคอนกรีตก่อนปูพื้นไม้?

พื้นไม้เป็นวัสดุที่ไวต่อความชื้นและการเคลื่อนไหวมากกว่ากระเบื้องหรือพื้นอุตสาหกรรมทั่วไป งานปูพื้นไม้ด้วยกาวเต็มพื้นจึงต้องให้ความสำคัญกับพื้นฐาน 5 เรื่อง ได้แก่ ความชื้น ความแข็งแรง ความสะอาด ความเรียบ และการยึดเกาะของผิวคอนกรีต หากข้ามข้อใดข้อหนึ่งไป ปัญหาอาจไม่เกิดทันทีในวันส่งมอบ แต่จะเริ่มเห็นหลังผ่านช่วงใช้งานจริง เช่น ไม้แอ่น ร่องเปิด เสียงดังเวลาเดิน หรือผิวไม้ยกเป็นบางจุด

SikaBond T55J เป็นกาวโพลียูรีเทนชนิดยืดหยุ่น มีจุดเด่นเรื่องการยึดเกาะและการรองรับการเคลื่อนไหวของไม้ แต่กาวที่ดีต้องทำงานบนพื้นผิวที่เหมาะสม ถ้าพื้นมีฝุ่นผงปูน ชั้น laitance คราบน้ำมัน หรือผิวคอนกรีตอ่อน กาวจะยึดกับสิ่งปนเปื้อนเหล่านั้นแทนที่จะยึดกับเนื้อคอนกรีตจริง เมื่อใช้งานไประยะหนึ่งชั้นผิวอ่อนอาจหลุดออกพร้อมกาวและพื้นไม้

ความชื้นสูง

เสี่ยงไม้บวม โก่ง ร่องเปิด และกาวทำงานผิดปกติ

ฝุ่นผิวปูน

ทำให้กาวยึดกับฝุ่น ไม่ได้ยึดกับพื้นคอนกรีตจริง

พื้นไม่เรียบ

เกิดโพรงใต้ไม้ ใช้กาวมากขึ้น และอาจมีเสียงกลวง

พื้นแข็งแรง

ช่วยให้กาวรับแรงดึงและแรงเฉือนได้เต็มระบบ

พื้นแห้ง

ลดปัญหาความชื้นสะสมและการเคลื่อนไหวของไม้

พื้นสะอาด

ทำให้ปาดกาวง่ายและได้การยึดเกาะสม่ำเสมอ

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสภาพพื้นคอนกรีตและอายุคอนกรีต

ก่อนวัดความชื้นและเริ่มขัดพื้น ให้ตรวจภาพรวมของพื้นคอนกรีตก่อนว่าพร้อมรับงานพื้นไม้หรือไม่ พื้นควรเป็นโครงสร้างที่มั่นคง ไม่มีการทรุดตัว ไม่มีรอยแตกร้าวที่ยังเคลื่อนไหว ไม่มีโพรงหลุดร่อน และไม่มีชั้นผิวที่เป็นฝุ่นง่าย ถ้าเป็นคอนกรีตใหม่ควรปล่อยให้คอนกรีตบ่มและแห้งเพียงพอตามสภาพหน้างาน เพราะระยะเวลาแห้งจริงขึ้นกับความหนาพื้น การระบายอากาศ ความชื้นอากาศ และสภาพอาคาร

  • ตรวจรอยร้าว: รอยร้าวเล็กที่ไม่เคลื่อนไหวควรซ่อมให้เรียบร้อย ส่วนรอยร้าวที่ยังขยายตัวต้องหาสาเหตุก่อนปูไม้
  • ตรวจชั้นผิวอ่อน: ใช้การขูดหรือเคาะทดสอบ ถ้าผิวปูนร่วนหรือหลุดง่าย ต้องขัดหรือเจียรออกจนถึงชั้นที่แข็งแรง
  • ตรวจระดับพื้น: พื้นที่เป็นแอ่งหรือปูดสูงจะทำให้กาวหนาบางไม่เท่ากัน ควรปรับระดับก่อนปูไม้
  • ตรวจแหล่งความชื้น: ห้องชั้นล่าง พื้นติดดิน ห้องน้ำใกล้เคียง หรือผนังที่มีน้ำรั่ว ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปาดกาวทับ

หลักคิดสำหรับช่าง: ถ้าพื้นคอนกรีตยังไม่พร้อม การเลือกกาวแพงขึ้นไม่ได้แก้ปัญหาเสมอไป งานพื้นไม้ที่ดีเริ่มจากพื้นฐานที่แห้ง แข็งแรง และสะอาดก่อน

ขั้นตอนที่ 2: วัดความชื้นพื้นด้วยวิธีที่เชื่อถือได้

การมองว่าพื้นแห้งหรือการใช้มือสัมผัสไม่เพียงพอสำหรับงานพื้นไม้ เพราะผิวหน้าอาจแห้งแต่ภายในคอนกรีตยังมีความชื้นสะสมอยู่ ควรใช้เครื่องมือวัดความชื้นที่เหมาะสม เช่น วิธี Calcium Carbide หรือ CM method ตามค่าที่ Sika ระบุ หรือใช้เครื่องวัดความชื้นเพื่อคัดกรองหลายจุดก่อนยืนยันผลด้วยวิธีที่แม่นยำกว่า

ควรวัดหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะมุมห้อง พื้นชั้นล่าง บริเวณใกล้ผนังด้านนอก พื้นใกล้ห้องน้ำ และบริเวณที่คอนกรีตหนากว่าปกติ หากมีจุดใดจุดหนึ่งสูงเกินเกณฑ์ ไม่ควรถือว่าทั้งห้องผ่าน เพราะความชื้นเฉพาะจุดสามารถทำให้ไม้บวมเป็นหย่อม ๆ ได้

เกณฑ์ตัดสินหน้างาน: พื้นซีเมนต์ทั่วไปต้องไม่เกิน 2.5% CM ก่อนติดตั้ง SikaBond T55J

กรณีพิเศษ: ถ้ามีระบบทำความร้อนใต้พื้น ต้องลดเกณฑ์เหลือไม่เกิน 1.8% CM

ถ้าความชื้นเกิน: ให้หยุดงานปูไม้ก่อน ปล่อยพื้นให้แห้ง เพิ่มการระบายอากาศ ตรวจระบบกันชื้นใต้พื้น และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องไพรเมอร์หรือระบบกันความชื้นที่เหมาะสม ห้ามปูไม้เพื่อหวังให้กาวแก้ปัญหาแทนระบบพื้น

ขั้นตอนที่ 3: ขัด เจียร และดูดฝุ่นผิวคอนกรีต

หลังตรวจความชื้นผ่านแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการเตรียมผิวให้กาวยึดเกาะได้จริง พื้นคอนกรีตมักมีชั้นผิวอ่อน คราบปูน ฝุ่น หรือวัสดุเคลือบผิวเดิม การปาดกาวลงบนผิวเหล่านี้จะลดแรงยึดเกาะโดยตรง จึงควรขัดหรือเจียรผิวจนเห็นพื้นผิวที่แข็งแรงและสะอาด จากนั้นดูดฝุ่นด้วยเครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรมให้หมด

  1. เก็บเศษวัสดุ น็อต เศษไม้ สีเก่า และคราบกาวเดิมออกจากพื้นที่
  2. ขัดหรือเจียรผิวปูนที่เป็นฝุ่น ผิวมัน หรือผิวหลุดร่อนออก
  3. ซ่อมรอยแตกร้าวหรือหลุมบ่อด้วยวัสดุที่เหมาะกับพื้นไม้
  4. ดูดฝุ่นละเอียดหลังขัดทุกครั้ง เพราะฝุ่นปูนเป็นศัตรูของการยึดเกาะ
  5. ห้ามล้างน้ำก่อนปูไม้หากไม่มีเวลารอให้แห้งและตรวจความชื้นซ้ำ

พื้นผิวที่ดีควรไม่มีฝุ่นติดมือเมื่อใช้มือถู ไม่มีคราบน้ำมัน ไม่มีแว็กซ์ ไม่มีสีเคลือบ และไม่มีวัสดุแยกชั้น หากพบคราบน้ำมันควรกำจัดด้วยวิธีที่เหมาะสม ไม่ควรปาดกาวทับ เพราะคราบน้ำมันเป็นตัวกั้นระหว่างกาวกับพื้นคอนกรีต

ขั้นตอนที่ 4: ปรับระดับและซ่อมพื้นก่อนปาดกาว

งานปูพื้นไม้เต็มพื้นผิวต้องการพื้นฐานที่เรียบพอให้กาวกระจายตัวสม่ำเสมอ ถ้าพื้นเป็นแอ่งมาก กาวจะหนาเกินและใช้เวลาบ่มนานขึ้น ถ้าพื้นปูดสูง แผ่นไม้จะสัมผัสกาวไม่เต็มพื้นที่และอาจเกิดเสียงกลวง การปรับระดับจึงช่วยทั้งเรื่องคุณภาพและต้นทุนกาว

ให้ตรวจพื้นด้วยไม้บรรทัดยาวหรือเครื่องมือวัดระดับตามมาตรฐานของผู้ติดตั้ง หากพบแอ่ง หลุม หรือแนวต่างระดับ ควรปรับด้วยวัสดุปรับระดับที่เข้ากันได้กับระบบกาวและพื้นไม้ หลังปรับระดับต้องรอให้วัสดุแห้งและตรวจความชื้นซ้ำก่อนปู SikaBond T55J เพราะวัสดุปรับระดับบางชนิดมีน้ำในระบบและอาจเพิ่มความชื้นให้พื้น

พื้นเป็นแอ่ง

กินกาวมาก ชั้นกาวหนา และเสี่ยงบ่มตัวช้ากว่าปกติ

พื้นปูดสูง

กาวสัมผัสใต้ไม้ไม่เต็ม เกิดเสียงกลวงหรือไม้โยกได้

พื้นแตกร้าว

ต้องซ่อมและประเมินว่ารอยร้าวหยุดเคลื่อนไหวแล้วหรือยัง

ขั้นตอนที่ 5: พิจารณาไพรเมอร์หรือระบบกันความชื้นเมื่อจำเป็น

ในหน้างานที่พื้นคอนกรีตแข็งแรง แห้ง สะอาด และค่าความชื้นอยู่ในเกณฑ์ อาจสามารถปาด SikaBond T55J ได้ตามขั้นตอนปกติ แต่ถ้าพื้นมีความเสี่ยง เช่น พื้นผิวอ่อน พื้นดูดซึมสูง พื้นชั้นล่าง หรือมีประวัติความชื้น ควรพิจารณาไพรเมอร์หรือระบบรองพื้นตามคำแนะนำของ Sika

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ SikaBond T-55 J ระบุการใช้ Sika Primer MB ในกรณีพื้นซีเมนต์มีความชื้นสูงกว่าค่าที่กำหนดหรือพื้นต้องการการปรับปรุงสภาพผิว และในกรณีพื้นชั้นล่างหรือพื้นที่ไม่มีแผ่นกันชื้น อาจต้องใช้ระบบที่เหมาะสมก่อนลงไพรเมอร์ ทั้งนี้ต้องเลือกตามสภาพจริงของหน้างาน ไม่ควรใช้ไพรเมอร์แบบเดาสุ่ม เพราะระบบพื้นไม้มีความไวต่อความชื้นสูง

ข้อควรระวัง: ไพรเมอร์ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ปูทับพื้นเปียกทุกกรณี หากมีน้ำรั่ว ความชื้นจากดิน หรือระบบกันชื้นใต้พื้นเสีย ต้องแก้ต้นเหตุก่อนเสมอ

ขั้นตอนที่ 6: เตรียมไม้และสภาพห้องก่อนติดตั้ง

พื้นคอนกรีตพร้อมแล้ว ยังต้องเตรียมไม้และสภาพห้องให้เหมาะกับการติดตั้งด้วย ไม้ควรถูกเก็บในพื้นที่ติดตั้งหรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกัน เพื่อให้ไม้ปรับตัวกับอุณหภูมิและความชื้นของห้องก่อนปูจริง ควรตรวจความชื้นของไม้ตามคำแนะนำของผู้ผลิตพื้นไม้ และหลีกเลี่ยงการติดตั้งในช่วงที่อาคารยังมีงานเปียก เช่น ฉาบผนัง ทาสีใหม่ หรือมีน้ำขังจากงานระบบ

  • ห้องควรปิดงานเปียกและแห้งพอสมควรก่อนเริ่มปูไม้
  • ควรควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอากาศให้อยู่ในช่วงใช้งานปกติของอาคาร
  • ไม้ควรปรับสภาพก่อนปู ไม่ควรเปิดห่อแล้วติดตั้งทันทีหากสภาพแวดล้อมต่างกันมาก
  • เว้นร่องขยายตัวตามชนิดไม้ ขนาดพื้นที่ และคำแนะนำของผู้ผลิตพื้นไม้

สำหรับ SikaBond T55J ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุช่วงความชื้นสัมพัทธ์อากาศโดยทั่วไปประมาณ 40-70% และอุณหภูมิพื้นผิวกับอุณหภูมิอากาศต้องอยู่ในช่วงที่เหมาะสม การติดตั้งในห้องที่อับชื้นมากหรือแห้งผิดปกติอาจทำให้เวลาเซ็ตตัวและพฤติกรรมของไม้เปลี่ยนไป

ขั้นตอนที่ 7: ปาดกาว SikaBond T55J ให้ถูกวิธี

SikaBond T55J เป็นกาวโพลียูรีเทนชนิดส่วนประกอบเดียว จึงไม่ต้องผสมน้ำหรือผสมสารเร่งก่อนใช้งาน เปิดบรรจุภัณฑ์แล้วปาดด้วยเกรียงหวีที่เหมาะกับชนิดพื้นไม้และความเรียบของพื้น ปาดกาวเฉพาะพื้นที่ที่สามารถวางไม้ได้ทันในเวลาเปิดหน้ากาว ไม่ควรปาดทิ้งไว้กว้างเกินจนผิวกาวเริ่มแห้งหรือเกิดฟิล์มก่อนวางไม้

หลังวางไม้ให้กดหรือเคาะเบา ๆ ตามวิธีของช่าง เพื่อให้ด้านล่างไม้สัมผัสกาวเต็มพื้นที่ ตรวจแนวไม้และรอยต่ออย่างสม่ำเสมอ คราบกาวที่เลอะผิวไม้ควรเช็ดออกทันทีขณะกาวยังสด เพราะเมื่อกาวบ่มตัวแล้วจะทำความสะอาดยากและอาจทำให้ผิวไม้เสียหายหากขูดแรง

หัวข้อคำแนะนำใช้งานผลเสียถ้าทำผิด
การผสมไม่ต้องผสม เป็นกาว 1 ส่วนการเติมน้ำหรือสารอื่นอาจทำให้คุณสมบัติกาวผิดไป
การปาดกาวใช้เกรียงหวีที่เหมาะกับไม้และพื้นผิวกาวน้อยไปเกิดโพรง กาวมากไปต้นทุนสูงและบ่มช้า
เวลาเปิดหน้ากาวปาดเท่าที่ปูทันในช่วงเวลาทำงานผิวกาวแห้งก่อนวางไม้ ทำให้ยึดเกาะลดลง
หลังติดตั้งหลีกเลี่ยงเดินหนักหรือวางของหนักช่วงแรกไม้เคลื่อน แนวเสีย หรือกาวทะลักตามร่อง

หลังปูเสร็จ เดินได้เมื่อไหร่?

โดยทั่วไป SikaBond T55J สามารถเปิดให้เดินได้ประมาณ 12 ชั่วโมง และขัดพื้นได้ประมาณ 24 ชั่วโมง เมื่ออุณหภูมิ ความชื้น และความหนากาวอยู่ในสภาพเหมาะสม แต่ถ้าหน้างานอากาศเย็น ความชื้นต่ำ ชั้นกาวหนา หรือเป็นไม้แผ่นใหญ่ ควรรอนานขึ้นก่อนให้ช่างอื่นเข้าพื้นที่หรือวางของหนัก

อย่าลืมว่าการเดินได้ไม่ได้แปลว่ากาวบ่มเต็มที่แล้ว การใช้งานหนัก การลากเฟอร์นิเจอร์ หรือการวางของถาวรควรรอให้ระบบกาวมั่นคงมากขึ้นเสมอ โดยเฉพาะงานบ้านพักอาศัยที่ต้องการผิวงานเรียบร้อยและงานโครงการที่มีหลายทีมเข้าพื้นที่พร้อมกัน

เช็กลิสต์ก่อนส่งมอบ: พื้นไม่โยก ไม่มีเสียงกลวงผิดปกติ ไม่มีคราบกาวบนผิวไม้ ร่องขยายตัวถูกต้อง และไม่มีแหล่งความชื้นใหม่หลังติดตั้ง

เช็กลิสต์ก่อนเริ่มปูพื้นไม้ด้วย SikaBond T55J

  1. ตรวจสภาพพื้นคอนกรีตว่าแข็งแรง ไม่ร่วน ไม่หลุดร่อน
  2. วัดความชื้นพื้นซีเมนต์ให้ไม่เกิน 2.5% CM หรือ 1.8% CM เมื่อมีระบบทำความร้อนใต้พื้น
  3. ขัดหรือเจียรผิวที่อ่อน ผิวมัน หรือมีฝุ่นออกให้หมด
  4. ดูดฝุ่นละเอียดหลังขัด ไม่เหลือผงปูนบนพื้น
  5. ซ่อมรอยร้าว หลุม แอ่ง และปรับระดับพื้นก่อนปู
  6. พิจารณาไพรเมอร์หรือระบบกันความชื้นเมื่อพื้นมีความเสี่ยง
  7. ตรวจความชื้นไม้และให้ไม้ปรับสภาพกับห้องก่อนติดตั้ง
  8. เลือกเกรียงหวีให้ตรงกับชนิดไม้และความเรียบของพื้น
  9. ปาดกาวเท่าที่ปูทัน และกดไม้ให้สัมผัสกาวเต็มพื้นที่
  10. รอประมาณ 12 ชั่วโมงก่อนเดิน และประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนขัด และรอนานขึ้นหากหน้างานเสี่ยง

Quick Answer: SikaBond T55J ใช้เกรียงหวีเบอร์ไหน?

คำตอบแบบสั้น

ถ้าเป็นไม้ปาร์เก้หรือไม้ชิ้นเล็ก ใช้เกรียงหวี B3 ประมาณ 600-800 กรัม/ตร.ม. งานไม้กระดานหรือไม้แผ่นยาวทั่วไปใช้ B6 ประมาณ 700-900 กรัม/ตร.ม. ส่วนไม้เนื้อแข็ง ไม้แผ่นใหญ่ หรือพื้นไม่เรียบ ใช้ B11 ประมาณ 800-1000 กรัม/ตร.ม.

SikaBond T55J กาวติดพื้นไม้ Sika

SikaBond® T-55 J

กาวติดพื้นไม้โพลียูรีเทนชนิดยืดหยุ่น สำหรับงานปูพื้นไม้เต็มพื้นผิว บรรจุ 2 กก./หลอด และ 9 หลอด/กล่อง

ดูสินค้า SikaBond T-55 J

ตารางเลือกเกรียงหวีและอัตราสิ้นเปลือง SikaBond T55J

อัตราสิ้นเปลืองเกรียงหวีที่แนะนำเหมาะกับพื้นไม้ประเภทไหนพื้นที่ต่อ 1 หลอด 2 กก.
600-800 กรัม/ตร.ม.B3 (TKB Germany)ไม้ปาร์เก้ ไม้ปาร์เก้โมเสค และไม้ปาร์เก้อุตสาหกรรม พื้นค่อนข้างเรียบประมาณ 2.5-3.3 ตร.ม.
700-900 กรัม/ตร.ม.B6 (TKB Germany) หรือ SC+ MB (US)แถบไม้อุตสาหกรรมแผ่นยาว ไม้กระดาน ไม้ปาร์เก้แผ่นยาว และงานทั่วไปประมาณ 2.2-2.9 ตร.ม.
800-1000 กรัม/ตร.ม.B11 (TKB Germany) หรือ P5 (US)ไม้เนื้อแข็ง ไม้กระดานขนาดใหญ่ ไม้ปาร์เก้อุตสาหกรรม และพื้นไม้ที่ต้องการการรองรับเต็มพื้นที่มากขึ้นประมาณ 2-2.5 ตร.ม.

สรุปสำหรับสั่งซื้อ: ถ้ายังไม่เห็นพื้นจริง แนะนำคำนวณที่เกรียงหวี B6 หรืออัตรา 800-900 กรัม/ตร.ม. ก่อน แล้วเผื่อกาวเพิ่ม 5-10% สำหรับพื้นไม่เรียบและเศษเสียหน้างาน

ทำไมขนาดเกรียงหวีถึงมีผลกับคุณภาพพื้นไม้?

เกรียงหวีเป็นตัวกำหนดความหนาและปริมาณกาวที่อยู่ใต้แผ่นไม้โดยตรง หากใช้เกรียงหวีเล็กเกินไป กาวอาจสัมผัสใต้แผ่นไม้ไม่เต็ม เกิดเสียงกลวง พื้นไม้โยก หรือยึดเกาะไม่แน่นในระยะยาว แต่ถ้าใช้เกรียงหวีใหญ่เกินความจำเป็น ก็จะทำให้ใช้กาวมาก ต้นทุนสูง และอาจปาดกาวควบคุมยากขึ้น

เกรียงหวีเล็กเกินไป

กาวน้อย เสี่ยงเกิดช่องว่างใต้แผ่นไม้ พื้นมีเสียงกลวง หรือยึดเกาะไม่เต็มพื้นที่

เกรียงหวีพอดี

กาวกระจายสม่ำเสมอ รองรับแผ่นไม้ดี คุมต้นทุนได้ และลดปัญหาพื้นโยก

เกรียงหวีใหญ่เกินไป

ใช้กาวมากขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น และอาจทำให้กาวล้นร่องหรือเลอะผิวไม้ได้ง่าย

เลือกเกรียงหวีตามชนิดพื้นไม้

1. ไม้ปาร์เก้และไม้ชิ้นเล็ก: เริ่มที่ B3

ไม้ปาร์เก้ ไม้ปาร์เก้โมเสค หรือไม้ชิ้นเล็กที่พื้นผิวด้านล่างค่อนข้างเรียบ มักใช้เกรียงหวี B3 ได้ดี เพราะใช้กาวประมาณ 600-800 กรัม/ตร.ม. ช่วยควบคุมต้นทุนและให้กาวเพียงพอต่อการยึดเกาะ

2. ไม้กระดานและไม้แผ่นยาว: ใช้ B6 เป็นค่ากลาง

ไม้กระดาน แถบไม้ยาว หรือไม้ปาร์เก้แผ่นยาวมีพื้นที่สัมผัสมากขึ้น และต้องการกาวรองรับสม่ำเสมอกว่าไม้ชิ้นเล็ก เกรียงหวี B6 หรือ SC+ MB จึงเป็นตัวเลือกกลางที่ใช้ได้กับงานทั่วไป โดยใช้กาวประมาณ 700-900 กรัม/ตร.ม.

3. ไม้เนื้อแข็งหรือไม้แผ่นใหญ่: ใช้ B11

ไม้เนื้อแข็ง ไม้กระดานขนาดใหญ่ หรือพื้นผิวที่ไม่เรียบมาก ควรใช้เกรียงหวี B11 หรือ P5 เพื่อให้กาวรองรับใต้แผ่นไม้ได้เต็มขึ้น อัตราการใช้จะอยู่ประมาณ 800-1000 กรัม/ตร.ม. เหมาะกับงานที่ต้องการลดเสียงกลวงและเพิ่มความแน่นของพื้น

สูตรคำนวณกาวจากเบอร์เกรียงหวี

สูตร: น้ำหนักกาวที่ต้องใช้ = พื้นที่ ตร.ม. x อัตราสิ้นเปลือง กก./ตร.ม.

จำนวนหลอด: จำนวนหลอด = น้ำหนักกาวทั้งหมด ÷ 2 กก.

พื้นที่ปูไม้ใช้ B3 เฉลี่ย 700 g/m²ใช้ B6 เฉลี่ย 800 g/m²ใช้ B11 เฉลี่ย 1000 g/m²
20 ตร.ม.14 กก. ≈ 7 หลอด16 กก. ≈ 8 หลอด20 กก. ≈ 10 หลอด
50 ตร.ม.35 กก. ≈ 18 หลอด40 กก. ≈ 20 หลอด50 กก. ≈ 25 หลอด
100 ตร.ม.70 กก. ≈ 35 หลอด80 กก. ≈ 40 หลอด100 กก. ≈ 50 หลอด

แนะนำ: ตัวเลขในตารางยังไม่รวมการเผื่อ 5-10% สำหรับเศษเสีย ขอบมุม หรือพื้นไม่เรียบ หากเป็นงานจริงควรปัดขึ้นเป็นจำนวนหลอดหรือจำนวนกล่องที่เหมาะสม

Quick Answer: SikaBond T55J กี่ชั่วโมงแห้ง?

คำตอบแบบสั้น

SikaBond T55J เริ่มก่อตัวประมาณ 60 นาที ที่ 23°C และความชื้นสัมพัทธ์ 50% โดยทั่วไปสามารถเปิดให้เดินได้ประมาณ 12 ชั่วโมง และขัดพื้นไม้ได้ประมาณ 24 ชั่วโมง หลังติดตั้ง หากหน้างานอุณหภูมิต่ำ ความชื้นต่ำ หรือชั้นกาวหนา ควรรอให้นานขึ้นก่อนเปิดใช้งาน

SikaBond T55J กาวปูพื้นไม้ Sika 2 กก.

SikaBond® T-55 J

กาวติดพื้นไม้โพลียูรีเทนชนิดยืดหยุ่น สำหรับไม้ปาร์เก้ ไม้เอ็นจิเนียร์ และงานปูพื้นไม้เต็มพื้นผิว บรรจุ 2 กก./หลอด

ดูสินค้า SikaBond T-55 J

ตารางระยะเวลาเซ็ตตัวก่อนเปิดหน้างาน

ช่วงเวลาสถานะของกาวคำแนะนำหน้างาน
0-60 นาทีแรกกาวยังอยู่ในช่วงก่อตัวจัดแนวไม้ กดแผ่นไม้ให้แน่น และเช็ดคราบกาวทันที อย่าเดินหรือเคลื่อนย้ายแผ่นไม้โดยไม่จำเป็น
ประมาณ 12 ชั่วโมงเดินได้ตรวจว่าพื้นไม้ไม่โยก ไม่มีเสียงกลวง และสภาพอากาศเหมาะสมก่อนอนุญาตให้เดิน ยังไม่ควรขัด
ประมาณ 24 ชั่วโมงขัดพื้นได้ตามข้อมูลโรงงานที่อุณหภูมิ +15 ถึง +35°C ความชื้นสัมพัทธ์ 40–70% และชั้นกาวไม่หนาเกินไป
มากกว่า 24 ชั่วโมงรอเพิ่มสำหรับหน้างานเสี่ยงแนะนำเมื่ออากาศเย็น ความชื้นต่ำ ปาดกาวหนา หรือใช้ไม้แผ่นใหญ่ที่ต้องการความมั่นใจมากขึ้น

หลักคิดง่าย ๆ: ถ้างานเร่งมาก ให้ใช้ 12 ชั่วโมงเป็นกรอบเดิน และ 24 ชั่วโมงเป็นกรอบขัด แต่ถ้าเป็นงานโครงการ งานพื้นที่ใหญ่ หรือหน้างานสภาพอากาศไม่แน่นอน การรอเกิน 24 ชั่วโมงช่วยลดความเสี่ยงได้ดีกว่า

ทำไมบางหน้างาน SikaBond T55J แห้งช้ากว่า 24 ชั่วโมง?

SikaBond T55J เป็นกาวโพลียูรีเทนที่ต้องอาศัยความชื้นในอากาศเพื่อบ่มตัว ดังนั้นเวลาแห้งจริงไม่ได้ขึ้นกับนาฬิกาอย่างเดียว แต่ขึ้นกับอุณหภูมิ ความชื้น ความหนาของชั้นกาว ความเรียบของพื้น และชนิดไม้ที่ติดตั้งด้วย

อุณหภูมิต่ำ

อากาศเย็นทำให้ปฏิกิริยาบ่มตัวช้าลง ควรรอนานกว่าปกติก่อนเปิดใช้งาน

ความชื้นต่ำ

กาว PU ต้องใช้ความชื้นเพื่อบ่ม หากอากาศแห้งมาก กาวอาจเซ็ตตัวช้ากว่าที่คาด

ชั้นกาวหนา

ใช้เกรียงหวีใหญ่หรือพื้นไม่เรียบมาก ทำให้กาวหนาและต้องใช้เวลาบ่มนานขึ้น

พื้นมีความชื้นเกิน

ความชื้นพื้นสูงเกินไปอาจสร้างปัญหาพื้นไม้บวม โก่ง หรือกาวทำงานผิดปกติ

ไม้แผ่นใหญ่

ไม้แผ่นใหญ่ต้องการการยึดเกาะเต็มพื้นที่มากขึ้น ควรรอให้กาวเซ็ตตัวมั่นคงก่อนเดิน

ระบายอากาศไม่ดี

พื้นที่ปิดหรืออับชื้นทำให้ควบคุมสภาพแวดล้อมยาก ควรตรวจหน้างานก่อนเปิดใช้

เปิดหน้างานเร็วเกินไป เสี่ยงอะไร?

  • แผ่นไม้เลื่อนหรือเสียแนว: ถ้ากาวยังไม่เซ็ตตัวดี การเดินหรือเคลื่อนย้ายของหนักอาจทำให้ไม้ขยับจากแนวเดิม
  • เกิดเสียงกลวงใต้พื้น: แรงกดหรือการใช้งานเร็วเกินไปอาจทำให้กาวสัมผัสใต้แผ่นไม้ไม่สม่ำเสมอ
  • กาวทะลักตามรอยต่อ: หากกาวยังนิ่มมาก การกดทับอาจดันกาวขึ้นมาตามร่องไม้
  • พื้นไม้บวม โก่ง หรือยกตัว: หากพื้นมีความชื้นสูงและเปิดใช้งานเร็ว ปัญหาจะเห็นชัดขึ้นหลังติดตั้ง
  • ต้องแก้งานซ้ำ: งานพื้นไม้แก้ยากกว่าการรอเพิ่มอีกไม่กี่ชั่วโมง การรอให้ถูกช่วงจึงคุ้มกว่า

คำแนะนำ: หลังติดตั้งควรหลีกเลี่ยงการลากของหนัก วางเฟอร์นิเจอร์ หรือให้ช่างอื่นเข้าทำงานบนพื้นไม้ทันที แม้จะเดินได้แล้วก็ตาม

เช็กลิสต์ก่อนเปิดให้เดินหรือส่งมอบงาน

  1. ตรวจว่าเลยระยะเวลาขั้นต่ำแล้ว (เดินได้ ≈12 ชม. / ขัดได้ ≈24 ชม.)
  2. ตรวจสภาพอากาศว่าไม่เย็นจัดหรือความชื้นผิดปกติ
  3. กดทดสอบแผ่นไม้บางจุดว่าไม่โยก ไม่มีเสียงกลวงผิดปกติ
  4. ตรวจรอยต่อว่ากาวไม่ทะลักขึ้นมาและยังไม่เลอะผิวไม้
  5. ยังไม่วางของหนักหรือเฟอร์นิเจอร์ถาวรจนกว่าจะมั่นใจว่ากาวบ่มตัวพอ
  6. หากปาดกาวหนาหรือใช้ไม้แผ่นใหญ่ ควรรอเกิน 24 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัย

สรุปใช้งานจริง: เดินได้ประมาณ 12 ชั่วโมง ขัดได้ประมาณ 24 ชั่วโมง แต่การเปิดใช้งานเต็มรูปแบบควรพิจารณาสภาพหน้างานจริงร่วมด้วย ไม่ควรยึดเวลาอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย

ค่าความชื้นพื้นคอนกรีตก่อนปูพื้นไม้ด้วย SikaBond T55J ต้องไม่เกินเท่าไหร่?

พื้นซีเมนต์หรือคอนกรีตทั่วไปต้องไม่เกิน 2.5% CM หากมีระบบทำความร้อนใต้พื้นต้องไม่เกิน 1.8% CM ควรวัดหลายจุดก่อนเริ่มงานจริง

ถ้าความชื้นพื้นสูงเกิน 2.5% CM ปูได้ไหม?

ไม่ควรปูทันที ควรหยุดงาน ตรวจแหล่งความชื้น ปล่อยพื้นให้แห้ง หรือปรึกษาทีมเทคนิคเรื่องไพรเมอร์และระบบกันความชื้นที่เหมาะสมก่อนติดตั้ง

พื้นแห้งหน้าผิวแล้ว ยังต้องวัดความชื้นไหม?

ควรวัดเสมอ เพราะผิวหน้าอาจแห้งแต่ภายในคอนกรีตยังมีความชื้นสะสมอยู่ ซึ่งสามารถดันขึ้นมาทำให้พื้นไม้บวม โก่ง หรือยกตัวภายหลังได้

SikaBond T55J ต้องผสมอะไรก่อนใช้ไหม?

ไม่ต้องผสม SikaBond T55J เป็นกาวโพลียูรีเทนชนิดส่วนประกอบเดียว ใช้งานโดยปาดลงพื้นด้วยเกรียงหวีที่เหมาะสม

พื้นคอนกรีตมีฝุ่นนิดหน่อย ปาดกาวทับได้ไหม?

ไม่แนะนำ ฝุ่นปูนทำให้กาวยึดกับฝุ่นแทนพื้นจริง ควรขัดหรือทำความสะอาดและดูดฝุ่นให้หมดก่อนปาดกาว

ต้องใช้ไพรเมอร์ทุกหน้างานไหม?

ไม่จำเป็นทุกหน้างาน หากพื้นแข็งแรง แห้ง สะอาด และค่าความชื้นผ่าน อาจติดตั้งได้ตามระบบปกติ แต่ถ้าพื้นมีความเสี่ยงเรื่องความชื้นหรือผิวอ่อน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกไพรเมอร์หรือระบบรองพื้น

หลังปูพื้นไม้ด้วย SikaBond T55J เดินได้เมื่อไหร่?

โดยทั่วไปเดินได้ประมาณ 12 ชั่วโมง และขัดพื้นได้ประมาณ 24 ชั่วโมง เมื่อสภาพอากาศและชั้นกาวเหมาะสม แต่ควรรอนานขึ้นหากอากาศเย็น พื้นเสี่ยง หรือใช้ไม้แผ่นใหญ่

SikaBond T55J ควรใช้เกรียงหวีเบอร์ไหน?

โดยทั่วไปใช้ B3 สำหรับไม้ปาร์เก้หรือไม้ชิ้นเล็ก, B6 สำหรับไม้กระดานหรือไม้แผ่นยาวทั่วไป และ B11 สำหรับไม้เนื้อแข็ง ไม้แผ่นใหญ่ หรือพื้นไม่เรียบที่ต้องการกาวมากขึ้น

ใช้เกรียงหวี B3 แล้วกินกาวเท่าไร?

ประมาณ 600-800 กรัม/ตร.ม. หรือ 1 หลอด 2 กก. ใช้ได้ประมาณ 2.5-3.3 ตร.ม. ขึ้นกับพื้นผิวและวิธีปาดกาว

ใช้เกรียงหวี B6 แล้วกินกาวเท่าไร?

ประมาณ 700-900 กรัม/ตร.ม. เป็นค่ากลางสำหรับงานไม้กระดาน แถบไม้ยาว หรือไม้ปาร์เก้แผ่นยาวทั่วไป

ใช้เกรียงหวี B11 แล้วกินกาวเท่าไร?

ประมาณ 800-1000 กรัม/ตร.ม. เหมาะกับไม้เนื้อแข็ง ไม้แผ่นใหญ่ หรือพื้นผิวที่ต้องการชั้นกาวรองรับมากขึ้น

ถ้าไม่แน่ใจควรคำนวณกาวที่เท่าไร?

แนะนำใช้ค่า 800-900 กรัม/ตร.ม. เป็นค่ากลาง และเผื่อเพิ่ม 5-10% เพื่อป้องกันกาวไม่พอหน้างาน

SikaBond T55J กี่ชั่วโมงแห้ง?

โดยทั่วไปเปิดให้เดินได้ประมาณ 12 ชั่วโมง และขัดพื้นไม้ได้ประมาณ 24 ชั่วโมง หลังติดตั้ง เมื่ออุณหภูมิประมาณ 23°C ความชื้นสัมพัทธ์ 50% และความหนากาวเหมาะสม

SikaBond T55J ก่อตัวกี่นาที?

ระยะเวลาแข็งตัวหรือก่อตัวอยู่ที่ประมาณ 60 นาที ที่ 23°C และความชื้นสัมพัทธ์ 50%

ถ้าอากาศเย็นหรือแห้ง ต้องรอนานขึ้นไหม?

ควรรอนานขึ้น เพราะอุณหภูมิต่ำหรือความชื้นอากาศต่ำอาจทำให้กาวโพลียูรีเทนบ่มตัวช้าลง

หลังติดตั้งวางเฟอร์นิเจอร์ได้เลยไหม?

ไม่แนะนำให้วางของหนักทันที ควรรอให้กาวเซ็ตตัวมั่นคงก่อน โดยเฉพาะงานไม้แผ่นใหญ่หรือพื้นที่ที่ปาดกาวหนา

ทำไมต้องเช็ดคราบกาวทันที?

เพราะเมื่อกาวเริ่มแห้งแล้วจะทำความสะอาดยากกว่า ควรเช็ดคราบกาวบนผิวไม้ทันทีขณะกาวยังสด และทดสอบน้ำยาทำความสะอาดก่อนใช้จริง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

สินค้าที่พูดถึงในบทความนี้

ปรึกษาหน้างานกับเรา

ส่งรูปหน้างานและขนาดพื้นที่ ช่วยเลือกสินค้าและคำนวณปริมาณให้ฟรี

โทร ทัก LINE