SikaGrout 214-11 TH เกราต์ไม่หดตัว เทหนา 70 มม.
NON-SHRINK GROUT FOR LARGE-VOLUME POURING

SikaGrout®-214-11 TH เกราต์ไม่หดตัว สำหรับงานเทปริมาณมาก ช่องว่างสูงสุด 70 มม.

งานเกราต์ใต้ฐานเครื่องจักร แผ่นเพลทฐานเสา หรือฐานรองรับขนาดใหญ่ ต้องการมากกว่าปูนที่แข็งแรง เพราะวัสดุต้องไหลเข้าเต็มช่องว่าง เทได้ต่อเนื่อง ไม่เยิ้มน้ำ และลดความเสี่ยงการหดตัวหลังแข็งตัว SikaGrout®-214-11 TH จึงถูกพัฒนาสำหรับงานเทปริมาณมาก พร้อมรองรับความหนาสูงสุดประมาณ 70 มม. ต่อชั้น และให้กำลังอัดสูงสำหรับงานโครงสร้างที่ต้องควบคุมคุณภาพจริงจัง

เกราต์ไม่หดตัว เทหนาสูงสุด 70 มม./ชั้น ไหลตัวดี ไม่มีน้ำเยิ้ม ทนแรงกระแทกและการสั่นสะเทือน
25 กก.ขนาดบรรจุต่อถุง
3.5 ลิตรน้ำสำหรับความข้นเหลว J rote ราว 10 วินาที
~800kgf/cm² ที่ 28 วัน เมื่อใช้น้ำ 13%
SikaGrout 214-11 TH ปูนเกราต์ไม่หดตัวสำหรับงานเทปริมาณมาก ช่องว่าง 70 มิลลิเมตร

SikaGrout®-214-11 TH

ซีเมนต์มอร์ต้าชนิดพิเศษผสมเสร็จ ไม่หดตัว ไหลปรับระดับผิวได้เอง และรับกำลังอัดสูง เหมาะกับฐานเครื่องจักร ฐานเสาเหล็ก งานฝังสลัก ฐานรองคานสะพาน และรูโพรงหรือช่องว่างที่ต้องเทเกราต์ต่อเนื่องในปริมาณมาก

Quick Answer: SikaGrout 214-11 TH เหมาะกับงานเทปริมาณมากอย่างไร?

คำตอบสั้น

SikaGrout®-214-11 TH เป็นปูนเกราต์ไม่หดตัวกำลังอัดสูงที่ออกแบบให้มีความเหลวและไหลตัวดี ไม่มีน้ำเยิ้ม และมีระยะเวลาทำงานเหมาะกับอุณหภูมิท้องถิ่น จึงเหมาะกับงานใต้ฐานเครื่องจักร ใต้แผ่นเหล็ก ฐานเสา และช่องว่างขนาดใหญ่ที่ต้องผสมและเทต่อเนื่อง โดยสามารถเทได้หนาสูงสุดประมาณ 70 มม. ต่อชั้น หากช่องว่างหนากว่านี้ควรแบ่งเทเป็นชั้นหรือออกแบบการผสมมวลรวมตามคำแนะนำของผู้ผลิต

จุดต่างจากการนำปูนซีเมนต์กับทรายมาผสมเอง คือ SikaGrout 214-11 TH เป็นผลิตภัณฑ์ผสมเสร็จที่ควบคุมองค์ประกอบมาแล้ว ผู้ใช้งานเติมเพียงน้ำสะอาดตามอัตราที่กำหนดและผสมด้วยเครื่องกวนรอบต่ำ คุณภาพจึงควบคุมได้ง่ายกว่า ลดความแปรปรวนระหว่างชุดผสม และช่วยให้งานเทขนาดใหญ่รักษาความข้นเหลวได้สม่ำเสมอมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม คำว่า “เทปริมาณมาก” ไม่ได้หมายความว่าสามารถเทหนาหรือเทกว้างเท่าไรก็ได้โดยไม่วางแผน งานจริงต้องตรวจปริมาตร จำนวนเครื่องผสม จำนวนคน ช่องเท ช่องระบายอากาศ ความแข็งแรงของแบบ และเวลาที่แต่ละชุดผสมจะต่อเนื่องกัน หากหยุดเทนานหรือปล่อยให้เกราต์เริ่มก่อตัว อาจเกิดรอยต่อเย็นและโพรงอากาศใต้ชิ้นส่วนได้

ทำไมงานเทเกราต์ปริมาณมากจึงต้องใช้วัสดุเฉพาะทาง?

งานเกราต์ปริมาณมากพบได้บ่อยในฐานเครื่องจักรขนาดใหญ่ ฐานคอมเพรสเซอร์ ฐานปั๊ม แผ่นเพลทเสาเหล็กหลายจุด ฐานรองรับคานสะพาน และพื้นที่ที่มีช่องว่างลึกหรือซับซ้อน งานเหล่านี้มักมีระยะทางการไหลยาว มีสลักหรือเหล็กกีดขวาง และไม่สามารถเข้าถึงเพื่อแต่งเนื้อวัสดุภายหลังได้ง่าย หากเกราต์ไหลไม่เต็ม โพรงที่ซ่อนอยู่ใต้เพลทอาจทำให้พื้นที่สัมผัสลดลงและการถ่ายแรงไม่สม่ำเสมอ

วัสดุที่เหมาะจึงต้องทำงานพร้อมกันหลายหน้าที่ ได้แก่ ไหลผ่านช่องแคบได้ดี คงเนื้อไม่แยกตัว ไม่มีน้ำเยิ้ม มีความสามารถรักษาปริมาตร และพัฒนากำลังอัดเพียงพอกับรายละเอียดโครงสร้าง SikaGrout 214-11 TH มีคุณสมบัติเหล่านี้และยังได้รับการพัฒนาให้มีระยะเวลาทำงานเหมาะกับสภาพอุณหภูมิในท้องถิ่น ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเมื่อทีมงานต้องผสมหลายถุงและเทให้ต่อเนื่อง

ไหลเติมช่องว่าง

ความข้นเหลวปรับได้ตามปริมาณน้ำที่กำหนด ช่วยให้วัสดุเคลื่อนตัวใต้เพลทและรอบสลักได้ดีเมื่อเตรียมทางไหลถูกต้อง

ลดความเสี่ยงน้ำเยิ้ม

ค่าการเยิ้มตามข้อมูลผลิตภัณฑ์เท่ากับ 0 ตาม ASTM C232 ช่วยลดน้ำสะสมและการแยกชั้นในเนื้อเกราต์

รับแรงหลังแข็งตัว

กำลังอัดที่ 28 วันอยู่ราว 750-800 kgf/cm² ตามปริมาณน้ำและเงื่อนไขทดสอบในห้องทดลอง

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือ “ความสม่ำเสมอระหว่างชุดผสม” งานขนาดเล็กอาจใช้เกราต์เพียงไม่กี่ถุง แต่ฐานเครื่องจักรขนาดใหญ่ต้องใช้หลายสิบหรือหลายร้อยถุง หากแต่ละชุดใช้น้ำไม่เท่ากัน บางชุดเหลวมาก บางชุดข้นเกินไป การไหลและกำลังอัดจะไม่สม่ำเสมอ จึงควรตวงน้ำทุกชุด จัดจังหวะคนผสม คนขน และคนเทให้เป็นสายงานเดียวกัน

SikaGrout 214-11 TH เทหนาสูงสุด 70 มม. หมายความว่าอย่างไร?

ข้อมูลคำถามที่พบบ่อยของ Sika Thailand ระบุว่า SikaGrout 214-11 TH สามารถเทได้หนาสูงสุดประมาณ 7 เซนติเมตร หรือ 70 มิลลิเมตรต่อ 1 ชั้น ตัวเลขนี้เป็นจุดเด่นสำคัญเมื่อเทียบกับเกราต์บางรุ่นที่กำหนดความหนาสูงสุดประมาณ 50 มม. จึงเหมาะกับฐานหรือช่องว่างที่มีความหนามากขึ้นโดยยังต้องการมอร์ต้าไหลตัวและกำลังอัดสูง

คำว่า 70 มม. ต่อชั้นต้องอ่านให้ครบ ไม่ใช่ความลึกไม่จำกัด หากช่องว่างจริงหนากว่า 70 มม. ควรพิจารณาแบ่งการเทเป็นชั้น หรือใช้วิธีผสมมวลรวมตามขนาดโพรงและข้อกำหนดในเอกสารผลิตภัณฑ์ การเลือกวิธีต้องพิจารณารูปทรงของฐาน ความร้อนที่เกิดจากปฏิกิริยาซีเมนต์ ความสามารถในการอัดแน่น รอยต่อระหว่างชั้น และภาระที่โครงสร้างต้องรับ

ความหนาช่องว่างแนวทางเบื้องต้นสิ่งที่ต้องตรวจสอบ
ประมาณ 10-50 มม.อยู่ในช่วงงานเกราต์ทั่วไปทางไหล ระยะรอบสลัก แบบหล่อ และปริมาณน้ำ
มากกว่า 50 ถึง 70 มม.SikaGrout 214-11 TH รองรับได้ต่อชั้นควบคุมการเทต่อเนื่อง การบ่ม และความร้อนในมวลเกราต์
มากกว่า 70 มม.ต้องออกแบบเพิ่มแบ่งชั้นหรือผสมมวลรวมตามคำแนะนำ พร้อมตรวจรายละเอียดโดยวิศวกร
ช่องว่างรูปทรงซับซ้อนประเมินจากจุดแคบที่สุดตำแหน่งช่องเท ช่องลม สิ่งกีดขวาง และระยะทางการไหล

ข้อควรเข้าใจ: ความหนาสูงสุดไม่ใช่เพียงตัวเลขสำหรับเลือกสินค้า แต่เกี่ยวข้องกับวิธีถ่ายเทความร้อน การควบคุมการแตกร้าว และการไหลเต็มแบบ งานฐานขนาดใหญ่ควรให้วิศวกรหรือทีมเทคนิคตรวจรายละเอียดก่อนเริ่มเทจริง

คุณสมบัติเด่นของ SikaGrout 214-11 TH

SikaGrout 214-11 TH เป็นซีเมนต์มอร์ต้าชนิดพิเศษผสมเสร็จ ลักษณะเป็นผงซีเมนต์สีเทา บรรจุถุงละ 25 กก. มีความหนาแน่นรวมประมาณ 1.2 กก./ลิตร และมีอายุผลิตภัณฑ์ 9 เดือนนับจากวันที่ผลิตเมื่อเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ไม่เสียหาย อยู่ในที่แห้งและไม่โดนแสงแดดโดยตรง

ไม่หดตัว

ออกแบบสำหรับงานที่ต้องการรักษาการสัมผัสระหว่างฐานคอนกรีตกับเพลทหรือชิ้นส่วนที่รองรับหลังวัสดุแข็งตัว

ไหลปรับระดับได้เอง

ช่วยเติมเต็มใต้ฐานและรอบสิ่งกีดขวาง โดยต้องมีช่องเท แรงดัน และช่องระบายอากาศที่เหมาะสม

กำลังอัดสูง

พัฒนากำลังอย่างต่อเนื่อง เหมาะกับงานฐานและจุดรับแรงที่ระบุให้ใช้เกราต์ซีเมนต์กำลังสูง

ไม่มีน้ำเยิ้ม

ช่วยลดปัญหาน้ำขึ้นผิวและลดความเสี่ยงการแยกตัวเมื่อผสมตามอัตราที่กำหนด

พร้อมใช้งาน

ไม่ต้องกำหนดสัดส่วนทรายหรือสารผสมเพิ่มเองสำหรับการใช้งานปกติ เพียงเติมน้ำและผสมตามคำแนะนำ

ทนแรงสั่นสะเทือน

เหมาะกับฐานเครื่องจักรและพื้นที่ที่มีแรงกระแทก เมื่อฐาน การยึดสลัก และการติดตั้งทั้งหมดออกแบบถูกต้อง

ผลิตภัณฑ์ยังระบุว่าไม่เป็นพิษและไม่กัดกร่อน แต่ในระหว่างการใช้งานยังคงต้องปฏิบัติตามเอกสารข้อมูลความปลอดภัย สวมถุงมือ แว่นตา หน้ากากกันฝุ่น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสผงซีเมนต์หรือปูนเปียกโดยตรง เพราะวัสดุซีเมนต์มีความเป็นด่างและอาจระคายเคืองผิวหนังหรือดวงตาได้

ตารางสเปก SikaGrout 214-11 TH: กำลังอัด การไหล และเวลาแข็งตัว

รายการน้ำ 13%น้ำ 14%หมายเหตุ
กำลังอัด 1 วันประมาณ 350 kgf/cm²ประมาณ 300 kgf/cm²ทดสอบที่ 28°C
กำลังอัด 7 วันประมาณ 600 kgf/cm²ประมาณ 550 kgf/cm²ทดสอบในห้องทดลอง
กำลังอัด 28 วันประมาณ 800 kgf/cm²ประมาณ 750 kgf/cm²ค่าจริงขึ้นกับสภาพหน้างาน
ความสามารถในการไหลJ rote น้อยกว่า 15 วินาทีJ rote น้อยกว่า 10 วินาทีน้ำมากขึ้นช่วยให้ไหลง่ายขึ้น
แข็งตัวช่วงต้นประมาณ 4 ชั่วโมงประมาณ 5 ชั่วโมงทดสอบที่ 28°C
แข็งตัวช่วงปลายประมาณ 7 ชั่วโมงประมาณ 8 ชั่วโมงอุณหภูมิต่ำทำให้ช้าลง
ค่าการเยิ้ม0ASTM C232

ตารางแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่าง “การไหล” กับ “กำลังอัด” เมื่อใช้น้ำ 14% วัสดุจะไหลเร็วขึ้น แต่ค่ากำลังอัดที่ทดสอบได้ต่ำกว่าส่วนผสมที่ใช้น้ำ 13% เล็กน้อย ดังนั้นจึงไม่ควรเติมน้ำโดยใช้ความรู้สึกว่าปูนยังไหลไม่พอ ต้องเลือกปริมาณน้ำภายในช่วงที่เอกสารกำหนดและแก้ปัญหาการไหลด้วยการเตรียมช่องเท แรงดัน และจังหวะการทำงานที่ถูกต้องด้วย

สำหรับความข้นเหลว J rote ประมาณ 10 วินาที: เอกสารแนะนำใช้น้ำสะอาดประมาณ 3.5 ลิตรต่อ SikaGrout 214-11 TH หนึ่งถุง 25 กก. หรือประมาณ 14% ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์ และผสมด้วยเครื่องกวนรอบต่ำไม่เกิน 500 รอบต่อนาทีประมาณ 3 นาที

ตัวเลขกำลังอัดและเวลาแข็งตัวเป็นค่าจากห้องทดลองที่อุณหภูมิ 28°C ไม่ควรนำไปกำหนดเวลารับน้ำหนักจริงโดยไม่พิจารณาอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณน้ำ ความหนา วิธีบ่ม และข้อกำหนดของวิศวกรโครงการ โดยเฉพาะอุณหภูมิต่ำกว่า 20°C ซึ่งจะทำให้การก่อตัวและการพัฒนากำลังช้าลง

SikaGrout 214-11 TH เหมาะกับงานประเภทใด?

ประเภทงานประโยชน์ที่ต้องการจุดควบคุมสำคัญ
ฐานเครื่องจักรขนาดใหญ่ไหลเต็มใต้ฐาน รับกำลังอัดสูง และทนแรงสั่นสะเทือนเกราต์รูสลักก่อน เทต่อเนื่อง และห้ามมีน้ำขัง
ใต้แผ่นเพลทฐานเสาสร้างผิวสัมผัสสม่ำเสมอเพื่อถ่ายแรงลงฐานคอนกรีตทำแบบไม่รั่ว มีช่องเทและช่องระบายอากาศ
ฐานเสาเหล็กหรือเสาคอนกรีตสำเร็จรูปเติมช่องว่างและลดความเสี่ยงการหดตัวหลังแข็งตรวจระดับ ความหนา และแนวรับแรงตามแบบ
งานฝังยึดสลักเติมรอบ anchor bolt และยึดแน่นกับพื้นฐานระยะรอบสลักกับคอนกรีตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10 มม.
ฐานรองคานสะพานต้องการเกราต์กำลังสูงและการสัมผัสเต็มพื้นที่ดำเนินงานตามแบบและข้อกำหนดวิศวกรอย่างเคร่งครัด
หมอนรางรถไฟเป็นหนึ่งในการใช้งานที่ระบุโดยผู้ผลิตควบคุมแบบ การไหล การบ่ม และเวลาเปิดรับแรง
รูโพรง ช่องว่าง และรอยยุบใช้เติมปริมาตรที่ต้องการมอร์ต้าไหลตัวและกำลังอัดสูงโพรงใหญ่ต้องพิจารณาขนาดและสัดส่วนมวลรวม

ก่อนเลือกสินค้า ควรแยกให้ออกระหว่าง “งานเกราต์ใต้ชิ้นส่วน” กับ “งานซ่อมผิวเปิด” SikaGrout 214-11 TH เหมาะกับงานที่มีแบบหรือช่องรองรับวัสดุ ไม่ควรใช้เป็นมอร์ต้าซ่อมผิวที่ต้องปล่อยเปลือยโดยไม่มีการกักรูป เพราะเกราต์มีความไหลสูงและถูกออกแบบมาสำหรับการเติมช่องว่างมากกว่าการปั้นแต่งบนผิวแนวตั้งหรือพื้นที่เปิด

วางแผนเทปริมาณมากอย่างไรให้เกราต์ไหลเต็มและไม่เกิดรอยต่อเย็น?

หัวใจของงานเกราต์ขนาดใหญ่คือการทำให้การไหลต่อเนื่องตั้งแต่ถุงแรกถึงถุงสุดท้าย ทีมงานควรคำนวณปริมาตรก่อน เตรียมวัสดุเผื่อการสูญเสีย ตรวจเครื่องผสมสำรอง และแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจน โดยทั่วไปควรมีคนตวงน้ำ คนเทผง คนควบคุมเวลาผสม คนลำเลียง และคนดูแลการเทกับแบบหล่อ หากใช้คนชุดเดียวทำทุกอย่าง จังหวะการเทอาจขาดช่วงและเกราต์ในแบบเริ่มสูญเสียการไหลก่อนชุดใหม่มาถึง

  1. สำรวจปริมาตรจริง: วัดความยาว ความกว้าง ความหนา รูสลัก และส่วนเว้าทั้งหมด อย่าคำนวณจากกรอบนอกเพียงอย่างเดียว
  2. กำหนดทิศทางการไหล: เทจากด้านเดียวเพื่อผลักอากาศไปยังช่องระบายอีกด้าน ลดการกักอากาศใต้เพลท
  3. ทำแบบแข็งแรงและไม่รั่ว: เกราต์มีความไหลสูง รอยต่อแบบเล็ก ๆ สามารถทำให้วัสดุและแรงดันสูญเสียได้อย่างรวดเร็ว
  4. เตรียมช่องเทให้มีแรงดัน: ช่องเทควรช่วยสร้างหัวแรงดันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพียงรูเล็กที่เติมวัสดุได้ช้า
  5. ตวงน้ำทุกชุด: ใช้ภาชนะมาตรฐานเดียวกัน ห้ามกะด้วยสายตา และบันทึกจำนวนถุงกับน้ำที่ใช้เมื่อเป็นงานควบคุมคุณภาพ
  6. รักษารอบการผสม: ผสมราว 3 นาทีด้วยรอบต่ำตามคำแนะนำ แล้วส่งต่อเข้าแบบทันทีโดยไม่วางทิ้งไว้นาน
  7. ตรวจทางออกของอากาศ: สังเกตเกราต์ขึ้นเต็มอีกด้านและตรวจบริเวณมุมหรือใต้คานที่อาจกักอากาศ

สำหรับใต้แผ่นเหล็กยาว เอกสารระบุว่าสามารถใช้โซ่หรือสายเคเบิลช่วยให้แน่ใจว่าเกราต์เข้าเต็มโพรงได้ แต่ต้องทำอย่างระมัดระวัง ไม่ควรกวนรุนแรงจนดึงอากาศเข้าเนื้อวัสดุ และไม่ใช้วิธีดันหรือสั่นโดยไม่มีแผนเพราะอาจทำให้แบบเสียรูปหรือเกิดการแยกตัว

ความเสี่ยงที่พบบ่อยในงานปริมาณมาก: วัสดุไม่พอกลางงาน เครื่องผสมหยุด แบบรั่ว เติมน้ำต่างกันแต่ละชุด เทจากหลายด้านจนกักอากาศ และหยุดเทนานจนเกิดรอยต่อเย็น ปัญหาเหล่านี้ป้องกันได้ด้วยแผนงานและการทดลองลำดับก่อนเริ่มเทจริง

วิธีผสมและใช้งาน SikaGrout 214-11 TH

1. เตรียมคอนกรีตและเหล็ก

พื้นคอนกรีตต้องแข็งแรง สะอาด และปราศจากฝุ่น เศษปูนหลุดร่อน น้ำมัน จาระบี สี น้ำยาบ่ม หรือสิ่งสกปรกที่ขัดขวางการยึดเกาะ ควรสกัดผิวอ่อนและเปิดผิวเนื้อแน่นตามความเหมาะสม ส่วนผิวเหล็กและแผ่นเพลทต้องกำจัดสนิม น้ำมัน และคราบสกปรกออกให้หมด

2. ทำให้พื้นอิ่มตัวด้วยน้ำ

สำหรับงานใต้แผ่นเหล็ก ผู้ผลิตแนะนำให้พรมน้ำให้พื้นเปียกชื้นและอิ่มตัวล่วงหน้าประมาณ 24 ชั่วโมง จากนั้นระบายน้ำส่วนเกินออกก่อนเท พื้นต้องอยู่ในสภาพชื้นอิ่มตัวแต่ไม่มีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในรูสลัก เพราะน้ำที่ค้างอยู่จะเจือจางเกราต์และกระทบคุณสมบัติบริเวณสำคัญ

3. ตวงน้ำและผสม

เตรียมน้ำสะอาดตามปริมาณที่กำหนด สำหรับความข้นเหลว J rote ประมาณ 10 วินาที ใช้น้ำประมาณ 3.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. ค่อยเติมผงลงในภาชนะที่มีน้ำ แล้วผสมด้วยเครื่องกวนรอบต่ำไม่เกิน 500 รอบต่อนาทีประมาณ 3 นาที หรือจนได้ส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ควรหลีกเลี่ยงเครื่องกวนรอบสูงเพราะอาจดึงอากาศเข้าในส่วนผสมมากเกินไป

4. เทจากด้านเดียวอย่างต่อเนื่อง

เทเกราต์ลงในแบบทันที รักษาหัวแรงดันให้สม่ำเสมอและปล่อยให้วัสดุไหลไปในทิศทางเดียวจนเต็มอีกด้าน ไม่ควรเทสลับหลายด้านเพราะอากาศอาจถูกล้อมอยู่กลางฐาน ตรวจแบบตลอดเวลา หากพบการรั่วต้องแก้ทันทีโดยไม่รบกวนการไหลมากเกินไป

5. ลำดับสำหรับฐานเครื่องจักร

พรมน้ำให้พื้นและรูสลักอิ่มตัวโดยไม่มีน้ำขัง เกราต์บริเวณ anchor bolt ก่อน แล้วจึงเกราต์ส่วนฐานเครื่องจักรต่อเนื่อง ระยะห่างเฉลี่ยระหว่างสลักกับผิวคอนกรีตรอบข้างไม่ควรต่ำกว่า 10 มม. เพื่อให้เกราต์ไหลรอบสลักได้เพียงพอ

6. บ่มและป้องกันผิว

หลังเทควรป้องกันผิวจากแดดจัด ลมแรง การสั่นสะเทือน และการสูญเสียน้ำเร็ว โดยทั่วไปควรบ่มอย่างน้อย 3 วันหรือปฏิบัติตามข้อกำหนดโครงการ ห้ามเปิดรับแรงหรือเดินเครื่องจักรก่อนวัสดุพัฒนากำลังเพียงพอตามที่วิศวกรกำหนด เครื่องมือควรล้างด้วยน้ำทันทีหลังเสร็จงาน เพราะวัสดุที่แข็งแล้วต้องกำจัดด้วยวิธีเชิงกล

โพรงขนาดใหญ่สามารถผสมหินเกล็ดกับ SikaGrout 214-11 TH ได้หรือไม่?

สามารถทำได้ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ เมื่อเกราต์โพรงหรือช่องขนาดใหญ่ SikaGrout 214-11 TH สามารถผสมกับวัสดุผสมขนาด 4-8 มม., 8-16 มม. หรือ 16-32 มม. ในอัตราส่วนประมาณ 50-100% โดยเลือกตามปริมาตรและขนาดของโพรง วัสดุผสมที่มีรูปทรงกลมมนเหมาะกว่าหินบดหยาบ เพราะช่วยให้ส่วนผสมจัดเรียงและอัดแน่นได้ง่ายกว่า

การผสมหินไม่ได้หมายถึงเติมหินเท่าไรก็ได้เพื่อประหยัดปูน ขนาดมวลรวมต้องสัมพันธ์กับช่องแคบที่สุด ระยะรอบเหล็กหรือสลัก และความสามารถในการเทเข้าแบบ หากหินใหญ่เกินไปอาจติดค้าง เกิดโพรง หรือทำให้ส่วนมอร์ต้าไหลแยกออกจากมวลรวม นอกจากนี้สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจะเปลี่ยนวิธีผสม การลำเลียง และการอัดแน่น จึงควรทำแบบทดสอบก่อนเทจริงในงานสำคัญ

งานโพรงใหญ่ควรมีผู้เชี่ยวชาญกำกับ: การเลือกขนาดหิน สัดส่วน 50-100% วิธีอัดด้วยเครื่องสั่น และการแบ่งชั้น ต้องพิจารณาจากรูปทรงจริง ไม่ควรใช้สูตรเดียวกับทุกหน้างาน โดยเฉพาะฐานที่มีสลักหนาแน่นหรือมีข้อกำหนดกำลังอัดเฉพาะ

เมื่อใช้เครื่องอัดแบบสั่น ควรควบคุมให้ช่วยอัดแน่นโดยไม่ทำให้ส่วนผสมแยกตัวหรือกระทบระดับชิ้นส่วนที่ติดตั้งไว้ งานฐานเครื่องจักรที่ต้องการความเที่ยงตรงสูงควรตรวจระดับก่อน ระหว่าง และหลังเท รวมถึงยืนยันว่าการสั่นไม่ทำให้น็อตปรับระดับหรือแผ่นเพลทเคลื่อนตัว

SikaGrout 214-11 TH ใช้กี่ถุง? วิธีคำนวณงานเกราต์ปริมาณมาก

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่า มอร์ต้า 1 ลิตรใช้ผง SikaGrout 214-11 TH ประมาณ 2 กก. ดังนั้นถุงขนาด 25 กก. ให้ปริมาตรประเมินเบื้องต้นประมาณ 12.5 ลิตรต่อถุง ส่วนงานระดับ 1 ลูกบาศก์เมตร ผู้ผลิตระบุค่าประมาณ 75 ถุงขนาด 25 กก. และน้ำประมาณ 260 ลิตร ตัวเลขทั้งสองแบบควรใช้สำหรับวางแผนเบื้องต้นและตรวจสอบร่วมกับปริมาตรจริง

สูตรคำนวณเบื้องต้น

ปริมาตรเกราต์ (ลิตร) = ความยาว (ม.) × ความกว้าง (ม.) × ความหนา (ม.) × 1,000
จำนวนถุง = ปริมาตรเกราต์ (ลิตร) ÷ 12.5

ตัวอย่าง: ฐานเครื่องจักรยาว 2.00 เมตร กว้าง 1.20 เมตร และมีช่องเกราต์หนา 0.07 เมตร ปริมาตรเท่ากับ 2.00 × 1.20 × 0.07 × 1,000 = 168 ลิตร เมื่อนำ 168 ÷ 12.5 จะได้ประมาณ 13.44 ถุง จึงต้องเตรียมอย่างน้อย 14 ถุงก่อนรวมการเผื่อสูญเสีย รูสลัก ความไม่เรียบของพื้น และวัสดุค้างในอุปกรณ์

งานจริงควรเผื่อวัสดุประมาณ 5-10% หรือตามความซับซ้อนของแบบ หากมีรูสลักลึก ช่องว่างไม่สม่ำเสมอ หรือระยะทางลำเลียงไกล อัตราสูญเสียอาจสูงขึ้น สิ่งที่ไม่ควรทำคือเตรียมวัสดุพอดีกับตัวเลขคำนวณ เพราะหากเกราต์หมดกลางงาน การหยุดเพื่อรอวัสดุเพิ่มอาจสร้างรอยต่อเย็นใต้ฐานที่แก้ไขภายหลังได้ยากมาก

สำหรับงานที่ผสมมวลรวมเพิ่ม ปริมาณถุงและปริมาตรที่ได้จะเปลี่ยนไป จึงไม่ควรใช้สูตร 12.5 ลิตรต่อถุงตรง ๆ ต้องคำนวณจากสูตรผสมที่อนุมัติ ปริมาตรมวลรวม สัดส่วนช่องว่าง และผลทดลองผสมจริงก่อนสั่งวัสดุจำนวนมาก

ข้อจำกัดและข้อควรระวังก่อนเท SikaGrout 214-11 TH

  • ความหนาสูงสุด: เทได้สูงสุดประมาณ 70 มม. ต่อชั้น หากหนากว่านี้ต้องแบ่งชั้นหรือออกแบบการผสมมวลรวมให้เหมาะสม
  • อย่าเติมน้ำเกิน: น้ำส่วนเกินอาจทำให้กำลังอัดลดลง เพิ่มความเสี่ยงการแยกตัว และเปลี่ยนเวลาแข็งตัว
  • อย่าเติมน้ำซ้ำ: เมื่อส่วนผสมเริ่มก่อตัวแล้ว ห้ามเติมน้ำเพื่อทำให้กลับมาเหลว เพราะจะทำลายโครงสร้างของมอร์ต้า
  • พื้นต้องไม่มีน้ำขัง: ควรทำให้อิ่มตัวด้วยน้ำ แต่ต้องระบายส่วนเกินออก โดยเฉพาะรูสลักและมุมแบบ
  • ต้องมีแบบรองรับ: ไม่เหมาะกับงานซ่อมผิวเปิดหรืองานที่ต้องปั้นแต่งโดยไม่มีแบบกักวัสดุ
  • หลีกเลี่ยงแดดและลมแรง: สภาพดังกล่าวเร่งการสูญเสียน้ำและกระทบผิวกับการบ่มช่วงต้น
  • อุณหภูมิมีผล: ต่ำกว่า 20°C จะทำให้การก่อตัวและการพัฒนากำลังช้าลง ส่วนอากาศร้อนทำให้เวลาทำงานสั้นลง
  • ควบคุมแรงดันแบบ: งานเทสูงหรือใช้หัวแรงดันมากต้องตรวจแบบและค้ำยันให้รับแรงของเกราต์สดได้
  • ไม่เปิดรับแรงเร็วเกินไป: เวลาแข็งตัวไม่เท่ากับพร้อมรับน้ำหนักเต็ม ต้องยึดค่ากำลังที่ต้องการและคำสั่งวิศวกร
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกัน: สวมถุงมือ แว่นตา หน้ากาก และอ่าน SDS ก่อนใช้งานเสมอ

งานฐานเครื่องจักรยังต้องตรวจเงื่อนไขอื่นนอกเหนือจากตัวเกราต์ เช่น กำลังคอนกรีตเดิม ความแข็งแรงของ anchor bolt การตั้งระดับเพลท การกระจายแรง การสั่นสะเทือนขณะเดินเครื่อง และลำดับการขันน็อต หากส่วนประกอบเหล่านี้ไม่เหมาะสม การเลือกเกราต์กำลังสูงเพียงอย่างเดียวไม่สามารถชดเชยข้อบกพร่องของระบบทั้งหมดได้

แหล่งข้อมูล: สเปกและแนวทางใช้งานอ้างอิงจากหน้าและเอกสารผลิตภัณฑ์ SikaGrout®-214-11 TH ของ Sika Thailand ควรตรวจ Product Data Sheet และ Safety Data Sheet ฉบับล่าสุดก่อนใช้งานจริงทุกครั้ง

สรุป: เกราต์สำหรับช่องว่างหนาและงานเทต่อเนื่องต้องวางแผนทั้งระบบ

SikaGrout 214-11 TH เหมาะกับงานที่ต้องการปูนเกราต์ไม่หดตัว กำลังอัดสูง ไหลตัวดี และรองรับความหนาสูงสุดประมาณ 70 มม. ต่อชั้น จุดเด่นนี้ตอบโจทย์ฐานเครื่องจักร ใต้แผ่นเพลท ฐานเสา งานฝังสลัก และโพรงขนาดใหญ่ที่เกราต์ทั่วไปบางรุ่นอาจมีข้อจำกัดด้านความหนา

ผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้มาจากการเลือกสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการวัดปริมาตรถูกต้อง เตรียมพื้นให้อิ่มตัวโดยไม่มีน้ำขัง ทำแบบไม่รั่ว ตวงน้ำทุกชุด ผสมด้วยรอบและเวลาสม่ำเสมอ เทจากด้านเดียวอย่างต่อเนื่อง และบ่มให้เพียงพอ หากช่องว่างเกิน 70 มม. หรือมีรูปทรงซับซ้อน ควรให้วิศวกรหรือทีมเทคนิคออกแบบการแบ่งชั้นและการผสมมวลรวมก่อนลงมือ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SikaGrout 214-11 TH

SikaGrout 214-11 TH เทหนาสูงสุดกี่มิลลิเมตร?

ข้อมูล Sika Thailand ระบุว่าเทได้หนาสูงสุดประมาณ 70 มม. หรือ 7 ซม. ต่อ 1 ชั้น หากหนากว่านี้ควรแบ่งเทเป็นชั้นหรือออกแบบการผสมมวลรวมตามเอกสารผลิตภัณฑ์

SikaGrout 214-11 TH ใช้น้ำกี่ลิตรต่อถุง?

สำหรับความข้นเหลว J rote ประมาณ 10 วินาที ใช้น้ำสะอาดประมาณ 3.5 ลิตรต่อถุง 25 กก. หรือประมาณ 14% ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์ ห้ามเติมน้ำเกินหรือเติมน้ำซ้ำหลังเริ่มก่อตัว

ปูนเกราต์รุ่นนี้มีกำลังอัดเท่าไร?

ที่อายุ 28 วัน ค่าทดสอบอยู่ประมาณ 800 kgf/cm² เมื่อใช้น้ำ 13% และประมาณ 750 kgf/cm² เมื่อใช้น้ำ 14% โดยเป็นค่าห้องทดลองที่อุณหภูมิ 28°C ค่าจริงขึ้นกับสภาพและวิธีทำงาน

หนึ่งถุงให้ปริมาตรประมาณเท่าไร?

จากข้อมูลว่ามอร์ต้า 1 ลิตรใช้ผงประมาณ 2 กก. ถุง 25 กก. จึงประเมินได้ราว 12.5 ลิตรต่อถุง ควรเผื่อวัสดุสำหรับการสูญเสีย รูสลัก และความไม่เรียบของพื้น

ใช้กับฐานเครื่องจักรที่มีแรงสั่นสะเทือนได้ไหม?

ผลิตภัณฑ์ระบุคุณสมบัติทนแรงกระแทกและการสั่นสะเทือน เหมาะกับฐานเครื่องจักร แต่ฐาน สลัก เพลท และเกราต์ต้องได้รับการออกแบบและติดตั้งเป็นระบบตามข้อกำหนดวิศวกร

ผสมหินเกล็ดได้หรือไม่?

ได้สำหรับโพรงขนาดใหญ่ โดยใช้มวลรวมขนาด 4-8, 8-16 หรือ 16-32 มม. ในสัดส่วนประมาณ 50-100% ตามขนาดโพรง ควรเลือกหินทรงกลมมนและให้ผู้เชี่ยวชาญกำหนดสูตรกับวิธีอัดแน่น

ทำไมต้องเทจากด้านเดียว?

การเทจากด้านเดียวช่วยให้แนวเกราต์ผลักอากาศไปยังช่องระบายอีกด้าน หากเทเข้าหากันจากหลายด้าน อากาศอาจถูกกักไว้ใต้เพลทและเกิดโพรงที่มองไม่เห็น

พื้นต้องแห้งสนิทก่อนเทหรือไม่?

ไม่ควรแห้งจัด ผู้ผลิตแนะนำให้พรมน้ำจนพื้นอิ่มตัว โดยงานใต้แผ่นเหล็กควรทำล่วงหน้าประมาณ 24 ชั่วโมง แต่ก่อนเทต้องระบายน้ำส่วนเกินออกให้หมดและไม่มีน้ำขัง

ใช้ SikaGrout 214-11 TH ซ่อมพื้นเปิดได้ไหม?

ไม่เหมาะกับงานที่ต้องปล่อยผิวเปลือยหรือปั้นแต่งโดยไม่มีแบบ เพราะเป็นมอร์ต้าไหลตัวสำหรับเติมช่องว่าง ควรเลือกมอร์ต้าซ่อมคอนกรีตที่ออกแบบตรงกับลักษณะพื้นที่แทน

ซื้อ SikaGrout 214-11 TH ได้ที่ไหน?

ดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่หน้า SikaGrout 214-11 TH ของ GY Asia หรือติดต่อทาง LINE และโทรศัพท์เพื่อเช็กสต็อก ราคา และคำนวณจำนวนถุงจากขนาดฐานจริง

Similar Posts